• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0310009 จร งหร เขาบอกว ความด นชนะใจคน part 2

admin79 by admin79
October 3, 2025
in Uncategorized
0
T0310009 จร งหร เขาบอกว ความด นชนะใจคน part 2

ทำไม McLaren F1 ถึงเป็นรถหรูสำหรับผู้ชอบความแตกต่าง

May 9, 2022 • 0 Comment

ด้วยความคิด ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นที่อยากจะ ‘สร้างรถสปอร์ตที่ดีที่สุดในโลกที่เคยมีมา’ ทำให้ McLaren ได้ถือกำเนิดขึ้นและได้สั่งสมประสบการณ์มานับไม่ถ้วนจนก้าวมาเป็นแบรนด์รถหรูเบอร์ต้นที่หลาย ๆ คนต่างไว้วางใจ ซึ่งประวัติศาสตร์การพัฒนารถยนต์ในอดีตของ McLaren ยังได้สร้างมาตรฐานความเร็วแรงเอาไว้มากมายเช่น McLaren F1 ที่ยังส่งผลต่อการพัฒนาปรับปรุงรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งอัตลักษณ์ และเสน่ห์ที่สำคัญของรถยนต์ McLaren ที่ทำให้ครองใจผู้ใช้งานไปได้ทั่วโลกนั่นก็คือ ‘ความพิถีพิถัน’ และ ‘ความออริจินัล’ ในชิ้นงาน (รถยนต์) โดยสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สร้างภาพลักษณ์ของ McLaren ให้เป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีความแตกต่างไปจากแบรนด์อื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง

ประวัติความเป็นมาของ McLaren

จุดเริ่มต้นของ McLaren

McLaren เป็นแบรนด์รถ Supercar สัญชาติอังกฤษ ที่มีต้นกำเนิดมาจากขุมพลังฟอร์มูล่า ซึ่งจุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจากบุคคลที่ชื่อว่า “Bruce McLaren” นักแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ชาวนิวซีแลนด์ ที่มีความรักและหลงใหลในความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ โดยเขาเป็นผู้ก่อตั้งทีม McLaren Motor Racing ในปี 1963 และเป็นหนึ่งในผู้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน Formula 1 ด้วยสถิติแชมป์โลกฐานะนักแข่งเดี่ยว 8 ครั้ง และฐานะการแข่งรูปแบบทีมทั้งหมด 12 ครั้ง

Bruce McLaren

ภาพจาก topgear

ซึ่งถ้าพูดถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีม McLaren Motor Racing ก็จะต้องย้อนไปช่วงปี 1967-1971 ที่พวกเขาได้รับชัยชนะจากการแข่งขัน Cam-Am (The Canadian-American Challenge Cup) แต่ท่ามกลางถนนแห่งชัยชนะที่สำคัญของพวกเขาก็ยังมีความโชคร้ายเกิดขึ้น เพราะ Bruce McLaren ได้เสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุการทดสอบรถยนต์เพียงสัปดาห์เดียวก่อนที่ทีม McLaren จะได้รับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้เขาพลาดการเฉลิมฉลองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทีมไปตลอดกาล

จากทีม McLaren สู่การพัฒนาที่พลิกโลก

หลังจาก Bruce McLaren เสียชีวิตลง ทีม McLaren ก็ได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 1981 โดยได้เปลี่ยนผู้คุมทีมเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษที่ชื่อว่า “Ronald Dennis” ซึ่งเขาได้ทำการกว้านซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมด และได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ คุมบังเหียนได้อย่างเชี่ยวชาญ จนทำให้ทีม McLaren กลายเป็นหนึ่งในทีมแข่งขันฟอร์มูล่าวันที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก โดยพวกเขาได้พลาดแชมป์เพียงแค่หนึ่งรายการเท่านั้นจากทุกการแข่งขันในปี 1988

หลังจากนั้นเป็นต้นมา McLaren ก็ได้มีความคิดที่อยากจะผลิตรถสปอร์ต ด้วยแนวคิดสุดทะเยอทะยานที่อยากจะ “สร้างรถสปอร์ตที่ดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา” จนกระทั่งปี 1993 ก็ได้เปิดตัวรถรุ่นแรกที่มีชื่อว่า “McLaren F1” รถสปอร์ตคูเป้ที่มีดีไซน์แบบ 3 ที่นั่ง ให้บรรยากาศคล้ายการนั่งรถแข่งฟอร์มูล่าวัน และทำการผลิตขึ้นเพียง 106 คันในโลกเท่านั้น

Green McLaren F1

ภาพจาก roadandtrack

ซึ่ง McLaren F1 ก็ไม่ได้ทำให้โลกผิดหวัง เพราะรถสปอร์ตรุ่นนี้ได้สร้างสถิติใหม่ ณ 31 มีนาคม ปี 1998 ว่าเป็น ‘รถที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก’ ด้วยความเร็ว 386.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง นับว่าเป็นการสร้างมาตรฐานความเร็วให้กับวงการรถยนต์ในขณะนั้นไปโดยปริยาย

เอกลักษณ์รถหรู McLaren ที่สร้างความแตกต่าง

ผู้นำด้านวัสดุเครื่องยนต์

หากเราจะพูดถึงรถยนต์แบรนด์ McLaren เราก็จะต้องนึกถึงเอกลักษณ์ที่แบรนด์เป็นผู้บุกเบิกอย่างเทคโนโลยี ‘วัสดุเครื่องยนต์’ ซึ่งหากเรามองถึงเทคโนโลยีการแข่งรถแล้ว รถหลาย ๆ เจ้ายังคงต้องพึ่งพา McLaren อยู่ไม่น้อย

ดังนั้นแล้ว McLaren ก็ยังคงเป็นผู้นำในด้านการพัฒนาวัสดุที่มี ‘ความเบา’ และ ‘ความแข็งแกร่ง’ ที่นำมาผนวกรวมเข้ากับการออกแบบที่โมเดิร์น ล้ำสมัยที่หลายคนต้องจับตามอง

Ferrari

ภาพจาก carrozzieri

หากคุณได้เห็นภาพด้านบน นี่คือ ‘รถ Ferrari’ ในยุคก่อนที่ผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้าต่างแข่งขันกันสร้างรถยนต์ขึ้นโดยใช้วัสดุทั่วไปอย่าง ‘เหล็ก’ แต่ McLaren กลับมีแนวคิดที่ต่างออกไป และได้เริ่มบุกเบิก หาวิธีการที่จะทำให้รถยนต์มีน้ำหนักที่เบามากยิ่งขึ้น เพื่อทำให้รถยนต์มีสมรรถนะความเร็วแรงที่มากกว่าเดิม โดยการเริ่มต้นใช้วัสดุยานอวกาศอย่าง ‘มัลไลต์’ ที่เป็นวัสดุที่ทนไฟได้ดี นำมาประกบด้วยแผ่นอลูมิเนียม 2 ชิ้น 

Mallite

แต่ผลงานที่ทำให้ McLaren ได้ถูกขนานนามว่าเป็นผู้บุกเบิกด้านวัสดุเครื่องยนต์อย่างแท้จริง ก็จะต้องย้อนไปในปี 1981 ที่ McLaren ได้พัฒนารถยนต์ตัวแรกของโลกที่มีชื่อว่า McLaren MP4/1 ที่มีการใช้เทคโนโลยี โมโนค็อก (Monocoque) ที่มีการผนวกโครงรถยนต์เข้ากับตัวถังให้เป็นชิ้นเดียว (Unibody) ด้วยวัสดุ Carbon Fibre

MP4/1 Race Car

ภาพจาก MotorSportMagazine

ซึ่งรถยนต์ McLaren MP4/1 ที่ใช้วัสดุ Carbon Fibre นี้ได้พิสูจน์ความเร็วแรงด้วยการกวาดชัยชนะครั้งแรกในปี 1981 ในการแข่งขัน British Grand Prix ซึ่งความเร็วแรงก็ไม่ใช่แค่ข้อพิสูจน์เดียวเท่านั้น เพราะรถยนต์คันนี้ยังได้ ช่วยชีวิต นักแข่ง F1 John Watson จากการชน 140 ไมล์/ชั่วโมงเอาไว้ได้อีกด้วย ซึ่งนับได้ว่าเป็นรถยนต์รุ่นที่มาพลิกเกม เปลี่ยน McLaren ให้กลายมาเป็นผู้นำ คิดริเริ่มนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอดเป็น McLaren F1 ต่อไปในภายหลัง

โดย McLaren ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวคิดการนำวัสดุคุณภาพสูงว่าได้เกิดมาจากการที่นักออกแบบรถยนต์รุ่นนี้ได้ค้นหาสิ่งใหม่แทนวัสดุที่ใช้กันมาดั้งเดิมเพื่อนำมาใช้ไม่เฉพาะแค่กับการหุ้มเบาะและแต่งส่วนต่างๆ ภายในห้องโดยสารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพื้นที่เก็บของของรถ หรือแม้แต่ส่วนที่ใช้เพื่อควบคุมรถที่มีการผลิตจากอลูมิเนียมอย่างปราณีตด้วย เพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์การมอง, ความรู้สึกในการใช้งาน และเพิ่มสมรรถนะโดยรวมของรถยนต์

McLaren หนึ่งในรถหรูที่สมรรถนะเร็วที่สุด

McLaren F1 ถือว่าเป็นงานศิลปะและรถยนต์ในตำนานที่นำเทคโนโลยีระดับ F1 มาสู่ท้องถนน ด้วยการสร้างสถิติโลกเอาไว้ที่ 386 กิโลเมตร/ชั่วโมง กลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในโลกในขณะนั้นโดยไร้ข้อกังขา

Speedtail

ภาพจาก ridebuster

และพอมาในปี 2019 McLaren ก็ได้ซุ่มพัฒนารถยนต์ไฮบริดที่จะมาสร้างสถิติใหม่ของค่าย กลายมาเป็น McLaren Speedtail ที่ทำสถิติใหม่ไปได้ด้วยความเร็ว 403 กิโลเมตร/ชั่วโมง

อีกทั้ง McLaren ยังเป็นผู้ร่วมธุรกิจกับทั้ง Formula One และ NASCAR ผู้ที่เป็นทั้งอันดับหนึ่งและอันดับสองของผู้ที่จัดแข่งรถยนต์ระดับโลก โดยในปี 2012 NASCAR ได้มีการในเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบฉีดเชื้อเพลิงจากคาร์บูเรเตอร์ให้เป็นรุ่นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งก็ได้ McLaren มาเป็นซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนรายใหญ่ จนสุดท้ายแล้วก็กลายมาเป็นมาตรฐานของรถแข่งทุกคันที่จะต้องใช้กล่องประมวลผล ECU (Electric Control Unit) จาก McLaren ทุกคัน

ใช้เวลาพิถีพิถันกว่า 11 ปี เพื่อพัฒนารถแข่ง

รถยนต์ของ McLaren จะใส่ใจกับคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง ไม่เน้นปริมาณ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากปี 1998 ที่ทาง McLaren ได้หยุดการผลิต McLaren F1 และก็ได้หายไปจากวงการอุตสาหกรรมรถสปอร์ตถึง 11 ปี

ซึ่งภายใต้ความคิดของรถแข่ง McLaren F1 นั้น McLaren ไม่ได้ต้องการที่จะสร้างเพียงแค่ยานพาหนะทั่ว ๆ ไป แต่ต้องการจะสร้าง Supercar ที่มีสมรรถนะที่จะสามารถพลิกโลกได้ ดังนั้นเขาจึงใช้ความคิดอย่างไม่เร่งรีบ ค่อย ๆ วางแผนว่าจะสร้างรถอย่างไร ผลจึงออกมาเป็น McLaren F1 ที่ไม่มีชิ้นส่วนใด ๆ ที่เป็นพลาสติก และมีคุณภาพรอบด้านที่เหนือกว่ารถแข่งทั่วไป ที่พากวาดรางวัลมานับไม่ถ้วน

McLaren MP4-12C

ภาพจาก caranddriver

จนมาถึงปี 2009 ที่ McLaren ได้กลับมาพร้อมกับ McLaren MP4-12C ที่ได้นักออกแบบชื่อดังชาวอเมริกันอย่าง Frank Stephenson ที่ยังคงใช้วัสดุพรีเมี่ยมอย่าง Carbon Fibre เช่นเดิม แต่ก็ได้นำเทคโนโลยีความเร็วแรงของ Formula 1 มาปรับใช้ เช่น ระบบเบรกล้อหลัง (Brake Steer) ที่จะช่วยให้ทำความเร็วขณะเข้าโค้งเพื่อลดความหน่วงของพวงมาลัย ทำให้เพิ่มสมรรถนะได้เป็นอย่างมาก

ชื่อรุ่น McLaren MP4-12C มีเบื้องหลังมาจาก McLaren Project 4 ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตของ McLaren และ C หมายถึง ‘คาร์บอน’ ซึ่งต้องการเน้นถึง อนาคตที่ McLaren จะใช้วัสดุตัวถังเป็น Carbon Fibre คุณภาพสูงในวงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป

มูลค่ารถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้รถยนต์ของ McLaren มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นความพิถีพิถันในการคิดค้น ประกอบ และการใช้วัสดุที่มีคุณภาพอยู่เสมอ ทำให้ McLaren กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงติดตลาดโลก ยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

McLaren 006

ภาพจาก samiaal

โดยในปี 2003 ‘ตัวถัง’ ของรถ McLaren F1 หมายเลข 006 ได้ถูกประมูลในงานที่ Pebblebeach และจบประมูลไปที่ราคา 8.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 254 ล้านบาท

McLaren P1

ภาพจาก carscoops

ถัดมาในปี 2012 McLaren ได้เปิดตัว McLaren P1 รถซูเปอร์คาร์ เทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่งาน Paris Motor Show ที่ได้นำเทคโนโลยีไฮบริดมาร่วมกับเทคโนโลยีรถฟอร์มูลาวัน วัสดุโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ Monocage ซึ่ง McLaren กำหนดให้สามารถครอบครองเป็นเจ้าของ P1 ได้เพียง คนละ 1 คันเท่านั้น ทำให้ McLaren P1 ถือเป็นรถที่มีราคาสูงที่สุดของ McLaren ในปัจจุบันนี้ ด้วยราคาราว ๆ 36 ล้านบาท

Most Expensive McLaren Paris

ภาพจาก inews

และในปี 2021 ที่ผ่านมา McLaren F1 ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการที่เป็น ‘รถที่ถูกประมูลไปในราคาที่สูงที่สุดในปี 2021’ ในงาน Monterey Car Week ด้วยมูลค่าที่สูงมากถึง 20.5 ล้านดอลลาร์ (ราว ๆ 656 ล้านบาท) โดยถูกประมูลได้ไปโดย Gooding & Co. ราคาดังกล่าวมากกว่าที่ประเมินไว้ถึง 15 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นรถ McLaren F1 ที่ขายได้ในราคาที่สูงมากที่สุด และถือเป็นหนึ่งในรถคลาสสิกน่าสะสมที่หาได้ยากและมีค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก

McLaren รุ่นนิยม

McLaren F1

Expensive McLaren

ภาพจาก motorauthority

McLaren F1 ถือเป็นหนึ่งใน Supercar ยุคใหม่รุ่นแรก ๆ ที่เป็นรุ่นแห่งการรื้อฟื้นแบรนด์รถแข่งและรถยนต์ของ McLaren โดยมีการผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 100 คันในโลกเท่านั้น ตัวรถใช้เครื่องยนต์ V-12 ขนาด 6 ลิตรขนาดใหญ่ที่มีกำลังมากกว่า 600 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดที่ 240 ไมล์/ชั่วโมง ได้รับขนานนามว่าเป็น “รถ Formula คันแรกสำหรับท้องถนน” ซึ่งในแวดวงผู้มีชื่อเสียงต่างก็ได้เลือกซื้อ McLaren F1 อยู่หลายคน โดยบุคคลสำคัญ ๆ ที่เป็นเจ้าของก็จะมี Elon Musk ในปี 1999 ที่เขายังไม่ได้เป็นเจ้าของ SpaceX และ Tesla 

Elon Musk F1

ภาพจาก wrc

และอีกบุคคลหนึ่งที่มีความหลงใหลใน McLaren นั่นก็คือ Rowan Atkinson ที่รู้จักกันในบทบาท Mr.Bean ซึ่งเจ้าตัวได้เผยเอาไว้ว่า เขาได้ขับ McLaren F1 และชนจนเกิดอุบัติเหตุถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด อีกทั้งเขายังได้ตัดสินใจขายมันทิ้งในทีหลัง ซึ่งก็ยังสร้างกำไรให้กับเขาได้ถึง 12.2 ล้านดอลล่าร์ (402 ล้านบาท) เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำว่า McLaren มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อกาลเวลาผ่านไป

Rowan Atkinson F1

ภาพจาก carmagazine

McLaren Artura 

McLaren Artura เป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นล่าสุดของ McLaren ที่ใช้เวลาในการพัฒนาถึง 4 ปีโดยเป็นรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 2 ที่นั่ง ชูจุดเด่นด้วยแพลตฟอร์มโครงสร้างแบบใหม่ McLaren Carbon Fibre Lightweight Architecture (MCLA) เป็นรุ่นแรก ที่โครงสร้างทำจาก Carbon Fibre และ Aluminium ที่มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อน ๆ เพียง 1,395 กิโลกรัม อีกทั้งยังตัดชุดเฟืองเกียร์ถอยหลัง และปรับเปลี่ยนไปใช้มอเตอร์ในการถอยรถแทน 

McLaren Artura

ภาพจาก automotive

ภายในห้องโดยสารของ McLaren Artura มีการออกแบบอย่างมินิมอล ด้วยการออกแบบที่เรียกว่า ‘Form Follows Function’ ที่เน้นประโยชน์ให้ใช้งานได้จริง สามารถควบคุมการสั่งการได้ทั้งหมด อีกทั้งยังมีการตกแต่งพวงมาลัยและแป้นเกียร์ด้วยวัสดุ Carbon Fibre 

มากไปกว่านั้น McLaren Artura ยังเป็น McLaren รุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ วางกลางลำ ระบบผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า สมรรถนะสูงสุด 680 แรงม้า เร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 3 วินาที สามารถขับเคลื่อนในโหมด EV ได้ระยะทาง 30 กิโลเมตร มีอัตราการกินน้ำมันเพียง 17.8 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าประหยัดน้ำมันมาก สำหรับรถสปอร์ตกำลังสูง 680 แรงม้า ซึ่งส่วนช่วยสำคัญอยู่ที่น้ำหนักรถที่เบา เปิดตัวในไทยที่ราคา 16.7 ล้านบาท

สรุป

McLaren ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์รถหรูที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ และเป็นแบรนด์ที่เป็นนิยามของคำว่า “เราควรเริ่มต้นในสิ่งที่เราถนัด และหลงใหล” และเมื่อเราได้ทำสิ่งนั้นด้วยใจรัก ผลลัพธ์ก็จะสะท้อนออกมาเป็น ‘ความสำเร็จ’ 

เปรียบได้กับ Bruce McLaren ที่ถึงแม้เขาไม่ได้เป็นบุคคลที่ให้กำเนิดรถ McLaren โดยตรง แต่เขาก็เป็นบุคคลที่ปลุกปั้นสร้างแบรนด์ McLaren ขึ้นมา และได้ทิ้งตำนานสถิติการแข่งเอาไว้มากมาย และเมื่อเขาได้เสียชีวิต ก็ได้ Ronald Dennis ผู้มีความหลงใหล ชื่นชอบ McLaren มาต่อยอดธุรกิจด้วยความคิดที่อยากจะสร้างรถสปอร์ตที่ดีที่สุดในโลก สุดท้ายแล้วก็ทำให้เกิด The Next Big Thing อย่างแบรนด์รถหรู McLaren ที่มาพลิกโฉมวงการรถได้ในที่สุด

สัมผัสกับประสบการณ์รถหรู คุณภาพระดับโลกได้แล้วกับ Prime Cars Rental

มาเปิดโลกทัศน์ สัมผัสประสบการณ์การขับรถหรู Supercar แบรนด์ดังระดับโลกหลายรุ่นที่ให้กลิ่นอายไม่แพ้ Supercar รุ่นท็อปจาก McLaren ที่ Prime Cars Rental ไม่ว่าจะเป็นรถหรูอย่าง BMW Porsche Mercedes-Benz หรือ Lamborghini 

อีกทั้งยังการันตีด้วยบริการระดับพรีเมียม ให้คุณเช่ารถหรู ไมล์น้อย ได้รวดเร็ว และสะดวกสบาย เพราะที่ Prime Cars Rental มีขั้นตอนการจองเช่ารถหรูที่ง่ายดาย ไม่ต้องใช้เอกสารเยอะ เพียงสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว คุณก็สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดหรูในวันสำคัญของคุณได้ทันที

มาเริ่มสัมผัสประสบการณ์ความเร็วที่เหนือไปอีกระดับ กับรถหรู รถ Supercar ตัวท็อปได้แล้ววันนี้ที่เบอร์ 081-954-2451 หรือ ติดต่อออนไลน์ที่ @Prime Cars Rental

เอ็มจี ส่ง NEW MG MAXUS 9 PLUS ให้คนไทยครอบครอง e-MPV ในราคาที่ “คุ้มค่า” มากขึ้น เพียง 1,799,000* บาท

S Sippi Vig ก.ค. 10, 2025 For เอ็มจี Maxus 9

เอ็มจี ส่ง NEW MG MAXUS 9 PLUS ให้คนไทยครอบครอง e-MPV ในราคาที่ “คุ้มค่า” มากขึ้น เพียง 1,799,000* บาท

 รูปภาพ รีวิวจากผู้ใช้

กรุงเทพฯ – 9 กรกฎาคม 2568 – บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ในตลาดรถ e-MPV ด้วยการแนะนำ NEW MG MAXUS 9 PLUS รถ e-MPV ไฟฟ้า 100% แบบ 7 ที่นั่ง โดยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ผสานเทคโนโลยีเข้ากับดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถ e-MPV ที่ครบ ทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายเพียง 1,799,000* บาท พร้อมทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าภายในเดือน สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป NEW MG MAXUS 9 PLUS Photo from MG

NEW MG MAXUS 9 คือรถพลังงานไฟฟ้า 100% ที่เข้ามาพลิกโฉมตลาดรถยนต์เมืองไทย ในฐานะรถยนต์ไฟฟ้า e-MPV แบบ 7 ที่นั่ง รุ่นแรกของ เอ็มจี ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดรถยนต์ MPV ในประเทศไทย จนกลายเป็นหนึ่งในโมเดลยอดนิยม และในวันนี้ เอ็มจี ได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนแนวทางการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค โดยเพิ่ม NEW MG MAXUS 9 PLUS ชูจุดเด่น “ความคุ้มค่า”  ซึ่งได้มีการปรับรายละเอียดใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้มากยิ่งขึ้น อาทิ ม่านกันแดดด้านข้าง เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวภายในห้องโดยสาร ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เบาะนั่งแบบ VIP หุ้มหนังสังเคราะห์ พร้อมลวดลายใหม่ หลังคา Sunroof สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และลำโพงจำนวน 8 ตำแหน่งพร้อมทั้งยังปรับเปลี่ยนรูปแบบของโต๊ะพับสำหรับผู้โดยสารแถวสอง ให้มีความคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้นNEW MG MAXUS 9 PLUS Photo from MG

NEW MG MAXUS 9 PLUS ยังมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงดีไซน์ภายนอกให้ล้ำสมัยยิ่งขึ้นด้วยระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ที่พาดยาวเชื่อมไฟหน้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ ขนาด 19 นิ้ว ที่มีเส้นสายก้านล้อแบบ Multi-spoke เรียงกันช่วยเสริมภาพลักษณ์ความโฉบเฉี่ยว ขณะเดียวกันยังรองรับการใช้งานนอกสถานที่ด้วยฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) ที่ให้กำลังสูงถึง 6.6 kW สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแนะนำ NEW MG MAXUS 9 PLUS ยังคงจุดเด่นของโมเดลต้นแบบไว้อย่างครบถ้วน ทั้งระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สมรรถนะการขับขี่
ที่ดีเยี่ยม ห้องโดยสารที่กว้างขวางเงียบสงบ และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน NEW MG MAXUS 9 PLUS  seats Photo from MG

โดย NEW MG MAXUS 9 PLUS มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาวหลังคาดำ (Pearl White / Black Top) สีดำ (Black Knight) และสีเทาหลังคาดำ (Granite Grey / Black Top) จัดจำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 1,799,000* บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

  •       ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี
  •       รับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  •       ฟรี MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด
  •       ฟรี ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER
  •       รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY)
  •       ฟรี ชุดพรมปูพื้น
  •       ตั้งแต่ 9 กรกฎาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2568

*หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาคาดการณ์ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนดNEW MG MAXUS 9 PLUS Photo from MG

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “การเปิดตัว NEW MG MAXUS 9 PLUS ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จในกลุ่มรถ e-MPV ที่โดดเด่นด้านความคุ้มค่า โดยมียอดส่งมอบสะสมแล้วกว่า 2,000 คัน ทั้งจากลูกค้ารายบุคคลและองค์กรชั้นนำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีจากตลาดไทย และตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ ในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น รถรุ่นใหม่นี้ยังมีการปรับปรุงฟีเจอร์บางส่วนเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ผมเชื่อมั่นว่า NEW MG MAXUS 9 PLUS จะเป็น ‘คำตอบที่ใช่’ สำหรับผู้บริโภคที่มองหา e‑MPV ที่ให้ความคุ้มค่าอย่างแท้จริง” ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์บริการ เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือ ลิงก์ https://bit.ly/4lbCayJ

อ่านด้วย: เอ็มจี โชว์ศักยภาพ “ไฮบริดตัวจี๊ดหัวใจนักสู้” ALL NEW MG3 HYBRID+ ในรายการ GC GRID Competition

Previous Post

T0310008 จดทะเบ ยนสมรสเม อ3ป แล แต ไม เคยอย วยก part 2

Next Post

T0310010 คนท ากล วท อคนท ใกล วเราท part 2

Next Post
T0310009 จร งหร เขาบอกว ความด นชนะใจคน part 2

T0310010 คนท ากล วท อคนท ใกล วเราท part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.