• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0210078 Ep2 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ part 2

admin79 by admin79
October 2, 2025
in Uncategorized
0
T0210078 Ep2 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ part 2

Chevrolet Montana 2026 รถกระบะขนาดเล็กขุมพลังเบนซิน 1.2T ในบราซิล

Chevrolet Montana 2026 รถกระบะขนาดเล็กในบราซิล รุ่นปรับปรุงใหม่ พร้อมออปชัน ปรับขุมพลังเบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ใหม่แรงขึ้นเป็น 141 แรงม้า เปิดราคาจำหน่ายเริ่มที่ 141,790 เรอัลบราซิล หรือประมาณ 8.31 แสนบาท ในตลาดอเมริกาใต้

Chevrolet ในประเทศบราซิล ยังคงสร้างกระแสในตลาดอเมริกาใต้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทยอยเปิดตัวรถรุ่นที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Chevrolet Onix ที่มีทั้งในรูปแบบตัวถังซีดาน และ แฮทช์แบ็ก, Tracker crossover รวมถึงรถรุ่นใหม่ Spark EUV และ Captiva EV

Chevrolet Montana MY2026

ล่าสุดทางเชตโลเลตในบราซิลก็ได้เปิดตัวออกมาอีกรุ่นนั้นก็คือรถกระบะ Chevrolet Montana โดยในรุ่นใหม่นี้จะเป็นเวอร์ชันที่ได้รับการอัปเกรดใหม่จากรุ่นที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา 

Chevrolet Montana MY2026

โดย Chevrolet Montana โฉมปี 2026 แม้จะมีรูปลักษณ์หน้า่ตาที่เหมือนเดิม แต่จะมีการอัปเกรดเพิ่มเติมในส่วนชุดอุปกรณ์ตามรุ่นย่อยต่าง ๆ รวมถึงปรับบเซทขุมพลังให้มีกำลังมากขึ้นจากรุ่นที่ผ่านมา 

Chevrolet Montana MY2026
Chevrolet Montana MY2026

โดยในรุ่น Premier และ RS จะได้รับชุดล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมเฉดสีตัวถังใหม่มากับเฉดสีแดง Scarlet Red ใหม่ ขณะที่ในรุ่น MT ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น ก็ได้รับการอัปเกรดด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมกระจกมองข้าง และมือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

Chevrolet Montana MY2026

ส่วนงานดีไซน์อื่น ๆ นั้นยังเดิม ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้าที่เป็นแบบ Full LED มาในสไตล์แบบแยกส่วน โดยด้านบนจะเป็นไฟ DRL แบบเดียวกับที่เห็นใน Blazer และ Seeker ส่วนชุดไฟส่องสว่างด้านล่างจะอยู่ในกรอบเดียวกันกับไฟเลี้ยว 

Chevrolet Montana MY2026

ขณะที่ในส่วนกระจังหน้าจะมาในทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่พร้อมแถบคาดแนวนอนที่ ตรงกลางติดตราโบว์ไทสีทอง ส่วนในรุ่น RS จะเป็นตราโบว์ไทสีดำที่ล้อมกรอบด้วยโครเมียม ส่วนตัวกันชนหน้ายังคงออกแบบในสไตล์รถสายลุย มาพร้อมช่องดักอากาศ และการ์ดกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง

Chevrolet Montana MY2026

ขณะที่ด้านหลังมีการติดตั้งไฟท้าย LED ขนาดเล็ก มาพร้อมแถบคาดสีดำที่ฝาท้าย เสริมความสปอร์ตด้วยสปอร์ตบาร์ที่กระบะท้ายมาพร้อมชุดไฟเบรกดวงที่ 3 ที่อยู่บนหลังคา

Chevrolet Montana MY2026

ในด้านขนาดมิติตัวถังจะมีขนาดที่กระทักรัดโดยมีความยาวอยู่ที่ 4,717 มม. ความกว้าง 1,798 มม. ความสูง 1,659 มม. และมีระยะฐานล้อที่ยาว 2,800 มม. 

Chevrolet Montana MY2026

สำหรับภายในห้องโดยสาร ถูกดีไซน์ให้มีความทันสมัย แผงแดชบอร์ด ในรุ่นท๊อปจะมากับแผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 8 นิ้ว ส่วนในรุ่น MT ที่เป็นรุ่นพื้นฐานจะเป็นมาตรวัดแบบอนาล็อก 2 จอ ส่วนจอแสดงผลอินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัมในรุ่นท๊อปจะมีขนาด 11 นิ้ว ขณะที่ในรุ่นเริ่มต้นจะมีขนาด 8 นิ้ว  โดยจะติดตั้งอยู่ในกรอบเดียวกัน รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay ไร้สาย โดยไม่ว่ารุ่นไหนจะได้รับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังสีดำแบบสามก้าน 

Chevrolet Montana MY2026

ด้านชุดอุปกรณ์มากับเบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มด้วยหนังสีดำเกรดพรีเมียม, ระบบเครื่องเสียง JBL พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง และซับวูฟเฟอร์, แท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย, ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล,  ปุ่มกดสตาร์ท, ระบบกุญแจ Keyless Entry, กุญแจพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะใกล้, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, ระบบละลายฝ้ากระจกหลัง, แผ่นรองพื้นกระบะรถบรรทุก, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และระบบ Wi-Fi

Chevrolet Montana MY2026

โดยในส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่นั้นจะเป็นชุดไฟ Ambient Lighting ส่องสว่างรอบห้องโดยสาร, พรมปูพื้นขอบยกสูง, ไฟส่องพื้น, ระบบเสียงระดับพรีเมียม พร้อมทั้งยังได้รับแร็คสำหรับติกตั้งรถจักรยาน และขอเกี่ยวท้ายรถ โดยจะรองรับน้ำหนักในการลากจุงสูงสุดที่ 400 กก. 

Chevrolet Montana MY2026

นอกจากนี้ที่กระบะท้ายจะมาในแบบมัลติเฟล็กซ์ที่มีความจุ 874 ลิตร รองรับอุปกรณ์เสริมกว่า 20 รายการ รวมถึงยังมากับแผ่นกั้นห้องสัมภาระ, ตะขอสำหรับผูกยึด, ไฟส่องสว่างด้านข้าง และฝาปิดกระบะท้าย

Chevrolet Montana MY2026

ด้านระบบความปลอดภัยจะมากับ ระบบเตือนการชน, กล้องมองหลัง, ระบบตรวจจับจุดบอด และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งยังได้รับระบบ OnStar ของ GM มาพร้อมกับระบบ Safe Tracking ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางของรถได้ชั่วคราว 

Chevrolet Montana MY2026

Chevrolet Montana 2026 ยังคงถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มแบบ Unibody ในด้านพละกำลังปรับเซทใหม่ให้มีกำลังที่มากขึ้นกว่าเดิม โดยจะมากับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน Turbo Flex 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร ที่ให้กำลัง 104 kW / 141 แรงม้า (จากรุ่นเดิมที่มีกำลัง 98 kW / 133 แรงม้า ) โดยระบบส่งกำลังจะมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด โดยส่งกำลังไปยังคู่ล้อหน้า 

Chevrolet Montana MY2026
Chevrolet Montana MY2026

นอกจากทางเชตโลเลตยังเคลมไว้ว่า Montana รุ่นปรับปรุงใหม่นี้จะมีมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำใันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นถึง 4% เมื่อเปรียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ 

Chevrolet Montana MY2026
Chevrolet Montana MY2026
Chevrolet Montana MY2026

สำหรับ Chevrolet Montana (เชฟโรเลต มอนทาน่า) โฉมปี 2026 จะถูกผลิตในประเทสบราซิล โดยจะเน้นวางจำหน่ายในตลาดอเมริกาใต้ ทั้ง ที่บราซิล, อาร์เจนตินาและอุรุกวัย ทางผู้ผลิตเปิดราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 141,790 – 177,290 เรอัลบราซิล หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ราว ๆ 8.31 แสนบาท – 1.03 ล้านบาท 

หล่อ สปอร์ต ใจดี มีเสียบปลั๊ก ทดสอบ BMW i8 ROADSTER

-กกก+

LightDarkฟังข่าว

ย้อนกลับไปในช่วงกลางยุค 1970 ค่าย BMW มีความต้องการที่จะสร้างรถแข่งเครื่องวางกลางลงไปปะทะความแรงกับแบรนด์รถสปอร์ตชั้นนำในการแข่งขันทัวริ่งคาร์ชิงแชมป์โลก กฎของ FIA ที่ออกมาบังคับใช้กับบริษัทรถยนต์ที่แจ้งความประสงค์จะส่งรถแข่งภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เพื่อลงไปประกาศศักดาด้านประสิทธิภาพ โดย FIA ระบุว่า บริษัทรถยนต์นั้นๆ จะต้องผลิตรถรุ่นดังกล่าวที่ใช้ลงแข่งจำนวน 400 คัน เพื่อส่งออกขาย ด้วยความที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการผลิตรถสปอร์ตเครื่องวางกลางลำ โดยเฉพาะการสร้างรถแข่งที่มีเครื่องยนต์อยู่ด้านหลังคนขับของ BMW ให้เทียบเคียงกับรถสปอร์ตจากอิตาลี BMW จึงส่งโครงการสร้างรถแข่งเครื่องวางกลางให้กับ Lamborghini ช่วยออกแบบและสร้างรถต้นแบบให้เสร็จทันต่อความต้องการสำหรับสนามแรก

…

การร่วมมือกันในครั้งนั้น ก่อกำเนิด BMW M1 รถสปอร์ตเครื่องวางกลางที่ออกแบบเส้นสายโดย Giugiaro มันใช้เครื่องยนต์ 3.5 ลิตร 277 แรงม้า เป็นเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 สูบ หลังจากนั้น บริษัทรถสปอร์ตอย่าง Lamborghini ประสบปัญหาทางการเงิน โดยขาดทุนอย่างหนักจนหมดงบประมาณที่จะดำเนินการต่อโดยที่ไม่ต้องขายกิจการ บริษัท BMW เองก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด เนื่องจากกำไรจากการขายรถในช่วงนั้นยังคงมีไม่มากนัก โครงการรถแข่งที่ใช้ชื่อรุ่นว่า M1 จึงถูก BMW นำกลับมาสร้างต่อจนเสร็จ ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นทำให้ BMW ไม่สามารถผลิตรถรุ่นนี้ได้ทันตามกฎของ FIA การหาทางออกที่ดีจึงเกิดขึ้น ด้วยการแข่งขันที่ BMW จัดขึ้นเองและมีชื่อเรียกว่า ProCar Racing เพื่อแข่งกันเองแบบ One Make Race ทำให้รถเครื่องวางกลางรุ่นแรกสุดในนาม BMW M1 ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นจำนวนทั้งสิ้นเพียง 453 คันเท่านั้น

…

…

เวลาผ่านไปเกือบสี่สิบปี ในปี 2014 BMW ก็ให้กำเนิดรถสปอร์ตพลังงานผสมเครื่องยนต์วางกลางลำบวกมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงบิดและระบบเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เป็นครั้งแรกที่รถยนต์ในตระกูล iperformance ได้ลืมตาดูโลกท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของพลังงานที่จะนำมาใช้ในการขับเคลื่อนรถยนต์ในอนาคต i8 เป็นโครงการสร้างรถสปอร์ตแบบปลั๊กอิน-ไฮบริด เครื่องวางกลางลำตัวของ BMW Group ที่เข้ามาสานต่อเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อนแบบผสานพลังงานสองระบบบนเรือนร่างของรถซุปเปอร์คาร์ มันถูกออกแบบและพัฒนาโดยใช้เวลาเพียงแค่ 38 เดือน เป็นโครงการสร้างรถยนต์รุ่นใหม่ที่รวดเร็วที่สุดของแบรนด์ตราใบพัด ระยะเวลาของการสร้างที่ไม่มาก กับจำนวนวิศวกรผู้ทำการวิจัยและพัฒนาเพียงน้อยนิดกับการออกแบบและลงมือผลิตรถยนต์ที่มีวิศวกรรมยานยนต์สลับซับซ้อนมากที่สุดเท่าที่ BMW เคยลงมือทำออกขาย แนวคิดใหม่ทำให้มันออกมาดูดีสุดๆ ด้วยการใช้ความแปลกแยกในด้านระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างจากรถซุปเปอร์คาร์ทั่วไป

…

BMW i8 ทั้ง Coupe ที่ลืมตาดูโลกในปี 2014 และ Roadster ที่ตามออกมาในปี 2018 เหมือนกันทุกอย่างยกเว้นหลังคาผ้าพับไฟฟ้าของ i8 Roadster ที่แตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง Coupe รวมถึงราคา 12,999,000 บาท ของรุ่นเปิดประทุนสองที่นั่งก็ยังแพงกว่ารุ่นหลังคาแข็ง แชสซีของ i8 ทำจากอะลูมิเนียม โดยมีโครงที่ยึดโยงเข้ากับเครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบวางกลางลำตัว โครงแชสซีด้านหน้ายึดติดกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน โดยมีหน่วยให้พลังงานเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่วางไว้กึ่งกลางรถแบบตามยาวขั้นกลางระหว่างเพลาหน้าและเพลาท้าย เฉพาะน้ำหนักของชุดแบตเตอรี่ปาเข้าไป 100 กิโลกรัม รวมถึงมอเตอร์ไฟฟ้าและชุดไฮบริดที่มีน้ำหนักอีกร่วม 100 กิโลกรัม โครงโลหะที่ใช้ยึดคอนโซลหน้าผลิตขึ้นรูปจากแมคนีเซียม กระจกบังลมทุกบานเคลือบสารพิเศษทำให้มีความหนาลดลงเหลือ 0.7 มิลลิเมตร

เปลือกตัวถังที่ใช้ห่อหุ้มโครงสร้างทำจากวัสดุพวกเทอร์โมพลาสติกน้ำหนักเบา สำหรับขุมกำลังแบบใหม่ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ 3 กระบอกสูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo บล็อกเดียวกับ MINI Cooper 2014 เครื่องยนต์ B38K15 ตัวจิ๋วทำงานขับเคลื่อนล้อหลังผสานร่วมแกนไปกับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวที่ 1 ซึ่งวางไว้ที่เพลาขับหน้า เมื่อมอเตอร์และเครื่องยนต์ทำงานพร้อมกัน เจ้า i8 Roadster จะมีพละกำลัง 374 แรงม้ากับแรงบิด 570 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรใน 4.6 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง BMW เคลมว่า สมรรถนะในการวิ่งด้วยมอเตอร์ล้วนโดยไม่พึ่งพากำลังจากเครื่องยนต์สามารถไปได้ไกล 53 กิโลเมตร (วิ่งจริงได้ประมาณ 30-35 กิโลเมตร) โดยมีการปล่อยมลพิษในโหมด EV เท่ากับ 0 เมื่อเครื่องยนต์ไม่ติดแล้ววิ่งด้วยมอเตอร์เพียวๆ มันก็เป็นรถที่สะอาดแทบจะไม่ต่างไปจากรถไฟฟ้า แค่ระยะทางการวิ่งด้วยมอเตอร์เท่านั้นที่ยังเป็นรองรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ข้อดีของ i8 Roadster ก็คือแบตเตอรี่ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อแบตฯหมดที่ระยะ 35 กิโลเมตร คุณยังไปต่อได้ด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบ ขุมกำลังขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสามารถขับเร็วจี๋แบบรถสปอร์ตสมรรถนะสูงได้อย่างสบายๆ เครื่องยนต์ตัวเล็กยังกินเชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็นอีกตะหาก การวิ่งไปชาร์จไปจะทำให้คุณมีพลังไฟมากพอสำหรับป้อนมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อการเร่งความเร็ว

มอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงสองตัว เป็นมอเตอร์แบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นโดยวิศวกรของ BMW มอเตอร์ไฟฟ้าตัวแรกวางอยู่ด้านหน้ารับหน้าที่ในการขับเคลื่อนล้อหน้า โดยสามารถผลิตแรงม้าได้ 142 ตัว ส่งแรงบิดของมอเตอร์ไปยังล้อหน้า ผ่านการควบคุมของชุดทดกำลังแบบ 2 สปีด ในสภาวะปกติถ้ามีไฟในแบตเตอรี่ BMW i8 จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เพียวๆ โดยสามารถใช้เพียงแค่มอเตอร์จากความเร็ว 0-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยวิ่งได้ระยะทาง 22 ไมล์ หรือประมาณ 35 กิโลเมตร ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมดไฟแล้วเครื่องยนต์จะเข้ามารับหน้าที่ขับเคลื่อนและชาร์จไฟต่อไป การจอดชาร์จแบบปกติไม่ใช่การชาร์จเร็วต้องใช้เวลาชาร์จนาน 3 ชั่วโมง

มอเตอร์ตัวที่ 2 ติดตั้งอยู่ด้านหลังใกล้กับเครื่องยนต์ รับหน้าที่ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ ทำตัวเป็นเจนเนอเรเตอร์ในการปั่นกระแสไฟฟ้าไปกักเก็บยังแบตเตอรี่เพื่อสำรองพลังงานผ่านชุดฟลายวีล ส่วนมอเตอร์ที่รับหน้าที่หมุนล้อคู่หน้าสำหรับการขับเคลื่อนมีขนาดกำลัง 142 แรงม้า กับแรงบิดที่ไม่มีการรอรอบใดๆ ทั้งสิ้นที่ 250 นิวตันเมตร ส่งถ่ายตรงๆ ลงไปยังล้อขับเคลื่อนคู่หน้า มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถทำงานอย่างต่อเนื่องหากมีกระแสไฟพอเพียง เมื่อความเร็วของตัวรถเกิน 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบจะเข้ามารับช่วงการขับเคลื่อนต่อ เครื่องยนต์ตัวจิ๋วประสิทธิภาพเหลือร้ายตัวนี้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อลิตรที่ 160 แรงม้า/ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้าตัวที่ 2 ติดตั้งอยู่กับฟลายวีลและใช้เป็นตัวปั่นกระแสไฟมีขนาด 11 กิโลวัตต์ โดยรับหน้าที่เป็นไดสตาร์ตไปในตัว เมื่อผู้ขับเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ มอเตอร์ตัวนี้จะหมุนเร่งรอบและทำตัวเหมือนกับฟลายวีลของรถแข่ง ระบบเกียร์เป็นแบบ 6 สปีดออโต ที่มีอัตราทดค่อนข้างกระชับและไว การออกแบบที่ดีในแง่มุมของวิศวกรรมชั้นสูง ด้วยการวางมอเตอร์ แบตเตอรี่และเครื่องยนต์ให้อยู่ในช่วงของฐานล้อและติดตั้งอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ส่งผลไปถึงการตอบสนองต่อการควบคุมที่ว่องไวปราดเปรียวเหมือนกับซุปเปอร์คาร์เครื่องวางกลางชั้นดีจากอิตาลี

สำหรับล้อและยาง เจ้า i8 ใส่ล้ออัลลอยขอบประหลาดล้ำ ยางหน้าขนาด 215/45R20 ส่วนยางหลังมีขนาด 245/40R20 เป็นยาง Bridgestone Potenza s001 แบบพิเศษที่มีไซส์แปลกประหลาดเอาเรื่อง

ในบางแง่มุมของเครื่อง 3 สูบเทอร์โบ เมื่อดูจากตัวเลขประสิทธิภาพของการให้กำลังในรูปของแรงบิดนั้นอยู่ในเกณฑ์ดีใช้ได้เลยทีเดียว เครื่องยนต์ 3 สูบแบบแถวเรียง มีปริมาตรความจุแค่ 1,499 ซีซี 12 วาล์ว อัดอากาศด้วยเทอร์โบ ให้กำลัง 230 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดจากเครื่องยนต์วัดได้ 236 ปอนด์-ฟุต ที่ 3700 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังที่ล้อหน้าผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าใช้เกียร์แบบ 2 สปีดออโต ส่วนชุดส่งกำลังจากล้อหลังผ่านเครื่องยนต์เป็นเกียร์ 6 สปีดออโต ระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบดับเบิ้ลวิชโบน ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ ตัวเลขอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า 48% หลัง 52% น้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1,539 กิโลกรัม หนักกว่ารุ่น Coupe เล็กน้อย น้ำหนักส่วนใหญ่เกิดจากชุดแบตเตอรี่ไฮบริดและมอเตอร์ ส่วนตัวเลข 230 แรงม้าที่เป็นย่านกำลังของเครื่อง 3 สูบนับว่าสูงมาก มอเตอร์สตาร์ตและไดชาร์จขับเคลื่อนด้วยสายพาน ใต้ท้องบริเวณกึ่งกลางลำตัวซึ่งเป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ขนาด 11.6 กิโลวัตต์/ชั่วโมง แบตฯ มีประสิทธิภาพพอตัว ออกแบบมาเพื่อการชาร์จกระแสไฟเข้าอย่างรวดเร็ว โดยสามารถชาร์จกำลังไฟ 80% ในสถานีจ่ายไฟด้วยระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ความเบาของตัวรถทำให้ i8 Roadster วิ่งได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ที่ความเร็วไม่เกิน 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไกล 35 กิโลเมตร เมื่อขับอยู่ในโหมด EV ที่ใช้มอเตอร์ล้วน ระบบเกียร์แบบ 2 สปีดที่ล้อขับเคลื่อนคู่หน้าจะอยู่ในอัตราทดต่ำ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนที่ล้อหน้าสามารถปั่นพลังแรงบิดไปจนถึงย่านความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยอัตราทดเกียร์สูงได้โดยไม่ทำให้รอบของการหมุนสูงมากจนเกินไป ระบบจัดการแรงบิดทั้งหน้าและหลังจะผสานการทำงานถ่ายเทแรงบิดแบบอัตโนมัติและเป็นชิ้นส่วนที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากที่สุดของ BMW i8 Roadster

โครงสร้างเปลือกตัวถังของ BMW i8 Roadster ทำจากวัสดุผสมน้ำหนักเบาคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนโครงแชสซีที่ต้องการความแข็งแกร่งและต้องรองรับการบิดตัวขณะซิ่งเต็มกำลังใช้อะลูมินั่มอัลลอยเกรดเหนียวพิเศษ ห้องโดยสารแบบกล่องถูกติดตั้งลงไปบนแชสซี เมื่อใช้วัสดุที่มีความคงทนและมีน้ำหนักเบากว่าโลหะประเภทเหล็ก ทำให้ BMW i8 Roadster มีน้ำหนักตัวรถทั้งสิ้น 1,539 กิโลกรัม น้ำหนักส่วนใหญ่เป็นน้ำหนักที่เกิดจากแบตเตอรี่ ระบบ Hybrid มอเตอร์ไฟฟ้า และช่วงล่าง น้ำหนักของชุดแบตฯ มอเตอร์ไฟฟ้ากับสายไฟในระบบมากถึง 220 กิโลกรัม บวกน้ำหนักของหลังคาผ้าใบและชุดมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับการพับหลังคาอีก 45 กิโลกรัม ที่เหลือเป็นน้ำหนักของล้อและยาง โครงสร้างหลัก เปลือกตัวถัง ระบบเบรก ถังเชื้อเพลิง และอุปกรณ์ปลีกย่อยอื่นๆ

มิติตัวถังของ i8 Roadster มีขนาดความยาว 4,689 มิลลิเมตร กว้าง 1,942 เมื่อยังไม่ได้เปิดบานประตูทรงปีกนก และเมื่อเปิดบานประตูทั้งสองออกไปจนสุดมันจะมีขนาดความกว้างวัดจากขอบประตูซ้ายไปขวามากถึง 3,046 มิลลิเมตร เป็นรถสปอร์ตที่ต้องเผื่อที่จอดเมื่อต้องใช้พื้นที่ด้านข้างสำหรับการเปิดประตูทรงปีกนก สัดส่วนความสูงอยู่ที่ 1,298 มิลลิเมตร สูงกว่าซุปเปอร์คาร์เครื่องวางกลางเล็กน้อย ความยาวฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,644 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อคู่หลัง 1,715 มิลลิเมตร ความยาวโอเวอร์แฮงค์หน้า 960 มิลลิเมตร หลัง 929 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,539 กิโลกรัม

หลังคาผ้าใบไฟฟ้าความหนาสามชั้นมีส่วนช่วยทำให้น้ำหนักของ i8 Roadster เพิ่มขึ้นจากรุ่น Coupe ไม่มากนัก หลังคาทำงานเร็ว ที่ความเร็วขณะเคลื่อนที่ไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การพับเก็บหรือกางออกใช้เวลาแค่ 14 วินาที คุณสามารถวิ่งไปพับไปที่ความเร็วต่ำโดยไม่จำเป็นต้องจอดรถ หลังคาผ้าใบเคลือบสารกันน้ำตัดปัญหาน้ำรั่วเมื่อขับท่ามกลางสายฝน การทำงานที่เงียบและเร็ว รวมถึงการเก็บเสียงที่ดี ทำให้หลังคาผ้าใบใน i8 Roadster เหมาะสมกับรูปแบบรถสปอร์ตเปิดประทุนสองที่นั่ง ซึ่งมีให้ทั้งความคลาสสิกและน่าใช้งาน

ระบบสร้างเสียงเครื่องยนต์ผ่านลำโพงและซัปวูฟเฟอร์ ให้เสียงเครื่องยนต์ที่สมจริงและสร้างความเร้าใจในขณะขับเคลื่อนด้วยโหมดสปอร์ต ลำโพงแบบไฮไฟที่ติดตั้งอยู่รอบห้องโดยสารให้ซุ้มเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังแต่ออกมาในรูปแบบของการสังเคราะห์ผ่านโปรแกรมในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เทคนิคที่สุดยอดทำให้อารมณ์การขับขี่จากประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ 3 สูบทำออกมาได้ใกล้เคียงกับพละกำลังของเครื่องยนต์แบบ 6 สูบ จากการเสริมแรงของมอเตอร์ขับเคลื่อนที่ล้อหน้าและเครื่องยนต์ที่ด้านหลัง เมื่อทั้งสองระบบทำงานไปพร้อมๆ กัน ระบบช่วยทรงตัว ESP จัดการกับล้อหน้าขนาดหน้ายางแคบโดยจะส่งถ่ายความมั่นคงและเข้ามาแทรกแซงด้วยการลดแรงบิดหรือสั่งเบรกล้อด้านใดด้านหนึ่งที่กำลังสูญเสียแรงยึดเกาะ ช่วงล่างแบบปรับระดับได้ยังเข้ามาเสริมให้การควบคุมอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม สำหรับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศหรือแอร์โรไดนามิกอยู่ที่ 0.26 การประยุกต์ใช้วัสดุน้ำหนักเบา ควบรวมกับเทคโนโลยีของการบริหารพลังงานในระบบ ActiveHybrid กับเทคโนโลยีของระบบอัดอากาศแบบใหม่ ที่ยังคงไม่มีค่ายรถใดเสมอเหมือน ระบบเบรกแบบสะสมพลังงาน Brake Energy Re-generation เป็นการนำเอาพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นจากการเบรก และสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ในรถทั่วๆ ไป ให้สามารถนำกลับมาใช้ในรูปแบบของพลังงานไฟฟ้า โดยประจุพลังไฟกลับคืนไปยังแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่องตลอดการขับขี่ใช้งาน

เจ้าของ i8 ทุกคนสามารถสวนคันเร่งลงจนสุด การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดการทำงานพร้อมๆ กันทั้งเครื่องสามสูบและมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผนวกรวมสองระบบ กำลังในรูปของแรงบิดจากเครื่องยนต์ที่ล้อหลังและจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อหน้า จะส่งถ่ายลงพื้นทีเดียวพร้อมๆ กันไป และทำให้มันกลายสภาพเป็นซุปเปอร์คาร์ขับเคลื่อน 4 ล้อทันที เมื่อวิ่งใช้งานในเมืองจนแบตเตอรี่เหลือกำลังไฟน้อยเต็มทน ระบบ AcitveHybrid จะเข้ามาสั่งการให้เครื่องยนต์ติดตัวเองขึ้นมาทันที และเข้ามามีบทบาท โดยรับหน้าที่ในการขับเคลื่อนต่อจากพลังงานของมอเตอร์ นอกจากจะทำการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แล้ว ระบบ ActiveHybrid ของ BMW ยังสั่งงานไปที่ระบบชาร์จพลังงาน มันจะชาร์จประจุไฟฟ้ากลับคืนไปยังแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง ตลอดการใช้งาน จนกว่าเจ้าของจะทำการดับเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์ตัวจิ๋วขนาด 3 กระบอกสูบ ไซส์ 1.5 ลิตรทำงาน มันจะมีการปล่อย CO2 เพียง 52 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ซึ่งไม่เคยมีรถสปอร์ตคันไหนในโลก ที่จะสามารถลดการปล่อยมลพิษได้ต่ำมากกว่านี้มาก่อน

Previous Post

T0210076 Ep4 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ part 2

Next Post

T0210079 Ep3 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ part 2

Next Post
T0210079 Ep3 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ part 2

T0210079 Ep3 มน ษย บเอไอ กก นได จร งๆเหรอ part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.