Aston Martin ยกระดับประสบการณ์เหนือระดับ: การเปิดตัว Aston Martin Valkyrie AMR Pro และ DBS Superleggera ที่งาน Motor Show
ในโลกของยนตรกรรมหรูที่ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างศิลปะ วิศวกรรม และสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดถูกท้าทายอยู่เสมอ Aston Martin ในฐานะแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าศตวรรษ ได้ประกาศศักดาอีกครั้งในเวที Motor Show ด้วยการนำเสนอไฮไลท์ที่สะกดทุกสายตา นั่นคือ Aston Martin Valkyrie AMR Pro และ DBS Superleggera สองสุดยอดรถยนต์ที่พร้อมจะนิยามความหมายใหม่ของคำว่า “สมรรถนะ” และ “ความหรูหรา” ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ได้สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ไม่เคยหยุดนิ่งของ Aston Martin และเชื่อมั่นว่า การมาถึงของสองโมเดลนี้ จะเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของแบรนด์ในตลาดรถยนต์ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ระดับโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Aston Martin Valkyrie AMR Pro: ก้าวข้ามขีดจำกัดของไฮเปอร์คาร์
Aston Martin Valkyrie AMR Pro ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลผลิตจากการผนึกกำลังอันทรงอุดมการณ์ระหว่าง Aston Martin และ Red Bull Racing Formula 1 team ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีและประสบการณ์จากสนามแข่ง F1 มาสู่ท้องถนน (หรือเกือบจะถึงท้องถนน) การออกแบบภายใต้การดูแลของ Adrian Newey วิศวกรมากพรสวรรค์ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะแห่งการออกแบบรถแข่ง F1 ทำให้ Valkyrie AMR Pro มีรูปลักษณ์ที่ดุดัน น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ที่เหนือชั้น โครงสร้างตัวถังที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลดน้ำหนักให้ได้มากที่สุดเพื่อเพิ่มสมรรถนะสูงสุด
เส้นสายอันเฉียบคม การจัดวางองค์ประกอบทางอากาศพลศาสตร์ที่ซับซ้อน ตั้งแต่ครีบหลังแบบรถแข่ง LMP1 ไปจนถึงดิฟฟิวเซอร์และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้หลักอากาศพลศาสตร์ การยึดเกาะถนนที่เหนือชั้นและแรงกดดาวน์ฟอร์ซมหาศาล ทำให้ Valkyrie AMR Pro สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการได้ การพัฒนาสมรรถนะอันน่าทึ่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มาจากการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร แบบ Naturally Aspirated อันทรงพลัง ทำงานร่วมกับระบบ Rimac Energy Recovery System อันเป็นเทคโนโลยีไฮบริดที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง F1 กล่อง ECU ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษ ทำให้เครื่องยนต์นี้สามารถรีดกำลังได้มากกว่า 1,100 แรงม้า ส่งผลให้ตัวรถสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาอันรวดเร็วเพียง 2.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุดทะลุ 360 กม./ชม.
ภายในห้องโดยสารของ Valkyrie AMR Pro ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นฟังก์ชันการใช้งานในสนามแข่งเป็นหลัก โดยตัดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น ระบบปรับอากาศและจออินโฟเทนเมนต์แบบดั้งเดิม เพื่อเพิ่มพื้นที่และลดน้ำหนัก ช่วงล่างได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ เพื่อให้ตอบสนองต่อการขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างแม่นยำ ชุดเบรกที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนประสิทธิภาพสูง และล้อแม็กขนาด 18 นิ้วที่เล็กกว่าเวอร์ชันปกติ เพื่อรองรับยาง Michelin แบบสลิกที่ใช้ในรถแข่ง LMP1 สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งบอกถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของ Aston Martin ว่า Valkyrie AMR Pro คือรถยนต์ที่สร้างมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่บนสนามแข่งอย่างแท้จริง
การเปิดตัว Aston Martin Valkyrie AMR Pro ในประเทศไทย ถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดไทยในมุมมองของ Aston Martin ระดับโลก ยิ่งไปกว่านั้น การผลิต Valkyrie AMR Pro นั้นมีจำนวนจำกัดเพียง 25 คันทั่วโลก และได้ถูกจับจองจนหมดสิ้นแล้ว สะท้อนถึงความต้องการอันล้นหลามและความพิเศษสุดของไฮเปอร์คาร์คันนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าในช่วงปี 2021
Aston Martin DBS Superleggera: นิยามใหม่ของ Grand Tourer สมรรถนะสูง
หาก Valkyrie AMR Pro คือสุดยอดแห่งโลกไฮเปอร์คาร์ DBS Superleggera คือตัวแทนของความสง่างาม สมรรถนะ และความหรูหราแบบ Grand Tourer ในระดับสูงสุด Aston Martin DBS Superleggera ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในฐานะผู้สืบทอดตำนานของ Vanquish S และเป็นรถยนต์รุ่นที่ 3 ภายใต้แผนงาน Centenary เพื่อเฉลิมฉลอง 100 ปีของ Aston Martin ชื่อ “Superleggera” ซึ่งเป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า “เบาพิเศษ” นั้น ได้รับการนำมาใช้เพื่อสื่อถึงเทคนิคการผลิตตัวถังน้ำหนักเบาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Touring ผู้ผลิตรถยนต์อิตาเลียนระดับตำนาน
DBS Superleggera ผสมผสานความสง่างามของเส้นสายอันพลิ้วไหวแบบฉบับ Aston Martin เข้ากับพละกำลังอันดุดันอย่างลงตัว โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมผสานกับการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้มีน้ำหนักเบาลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ Aston Martin รุ่นอื่นๆ และยังมีน้ำหนักเบากว่า DB11 ถึง 30 กิโลกรัม (และอาจมากกว่า 70 กิโลกรัม หากเลือกออปชั่นหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์) การออกแบบภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า 6 เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมช่องระบายอากาศเพื่อช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ และช่องระบายอากาศบริเวณซุ้มล้อหน้าเพื่อลดแรงยก ทำให้อากาศไหลผ่านตัวถังไปยังสปอยเลอร์หลัง Aeroblade II™ และดิฟฟิวเซอร์ 2 ชั้น สร้างแรงกดดาวน์ฟอร์ซมหาศาลในช่วงความเร็วสูง
หัวใจของ DBS Superleggera คือเครื่องยนต์เบนซิน V12 ขนาด 5.2 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศแบบ Twin-Turbo ให้พละกำลังสูงสุดถึง 715 แรงม้า และแรงบิดที่สูงถึง 900 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นแรงบิดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ Aston Martin จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF พร้อมแพดเดิลชิฟท์ที่อยู่หลังพวงมาลัย ช่วยเพิ่มความสมดุลในการส่งกำลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 3.4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดถึง 340 กม./ชม.
ภายในห้องโดยสาร DBS Superleggera สะท้อนถึงความประณีตและหรูหราตามแบบฉบับ Aston Martin การออกแบบภายในเป็นผลงานของดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญของ Aston Martin ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว พวงมาลัยหุ้มด้วย Alcantara พร้อมแพดเดิลชิฟท์ก้านยาว มอบสัมผัสที่สปอร์ตและควบคุมได้ง่าย ระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบนำทางด้วยดาวเทียม แสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 8 นิ้ว สามารถสั่งการผ่าน Touchpad, ระบบสั่งการด้วยเสียง หรือการเคลื่อนไหวของมือ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้เกรดดีที่สุด มอบความสบายสูงสุดตลอดการเดินทาง พร้อมระบบเครื่องเสียง Premium Audio ที่สร้างประสบการณ์เสียงที่น่ารื่นรมย์ ลูกค้าสามารถปรับแต่งรายละเอียดต่างๆ ภายในห้องโดยสารได้ตามความต้องการ เพื่อให้รถยนต์คันนี้สะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของได้อย่างแท้จริง
ระบบช่วงล่างอิสระแบบ Double Wishbone ด้านหน้า และ Multi-link ด้านหลัง พร้อมระบบ Adaptive Damping System (ADS) ช่วยปรับความหนืดของโช้กอัพอัตโนมัติ ให้การควบคุมที่เฉียบคมและนุ่มนวลในทุกสภาวะถนน ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก ขนาด 410 มม. ด้านหน้า และ 360 มม. ด้านหลัง พร้อมล้อฟอร์จขนาด 21 นิ้ว และยาง Pirelli P Zero ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับ DBS Superleggera มอบประสิทธิภาพการหยุดรถที่ยอดเยี่ยม
Aston Martin ในประเทศไทย: ศักยภาพที่ไม่ควรมองข้าม
คุณแพทริค นีลสัน ประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก Aston Martin Lagonda กล่าวเสริมว่า “DBS Superleggera เป็น Flagship Model ของเรา หลักการออกแบบรถยนต์ทุกคันของ Aston Martin คือการทำทุกสิ่งด้วยความหลงใหลในความงาม เพื่อให้เป็นยนตรกรรมที่สวยงามและทรงพลังที่สุด” คุณแนนซี่ เฉิน ผู้จัดการทั่วไป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Aston Martin Asia Pacific ยังได้กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นรถรุ่นนี้เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพราะในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมียอดขายสูงเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดิฉันเชื่อมั่นว่า การมาของ DBS Superleggera จะส่งผลดีต่อยอดขายในปีนี้อย่างแน่นอน”
การที่ Aston Martin เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญในการเปิดตัวยนตรกรรมระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสำคัญของตลาดรถยนต์ซูเปอร์คาร์ในประเทศไทย การนำเสนอ Aston Martin Valkyrie AMR Pro และ DBS Superleggera ในงาน Motor Show ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำให้กับผู้ที่ชื่นชอบยนตรกรรมหรู และเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Aston Martin ในการนำเสนอเทคโนโลยี สมรรถนะ และการออกแบบที่ล้ำสมัยสู่ตลาด
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบของ Aston Martin ทั้งสองรุ่นนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับสุดยอดแห่งวิศวกรรมยานยนต์ Aston Martin Valkyrie AMR Pro และ DBS Superleggera พร้อมให้ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ณ บูท Aston Martin ในงาน Bangkok International Motor Show 2019 ณ Challenger Hall 1-3, IMPACT Muang Thong Thani.
การมาถึงของ Aston Martin Valkyrie AMR Pro และ DBS Superleggera ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงรถยนต์ในงาน Motor Show แต่เป็นการเชิญชวนให้ผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และความเป็นที่สุดของยนตรกรรม ได้เข้ามาสัมผัสและสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าคำบรรยาย หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ปรารถนาความเป็นเลิศในทุกมิติของการขับขี่ การมาเยือนบูท Aston Martin คือก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของตำนานแห่งความเร็วและความสง่างาม.
![[ครบชุด] T3012146 คนส งอาหารจ างประธานบร เป นแฟนไไปงานเล ยงร](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2026/01/image-68.png)
![[ครบชุด] T3012135 ไม เคยเห นความด ของภรรยา](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2026/01/image-69.png)