BMW M5 CS เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ถือเป็นรถซุปเปอร์ซาลูนรุ่นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ M Car เป็นยานพาหนะ 4 ประตูไซล์กลาง ที่มีพละกำลังมากที่สุดเท่าที่ BMW M เคยผลิต ด้วยพละกำลัง 627 แรงม้า เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3 วินาที
BMW M5 CS
BMW M5 CS ใหม่ ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีบรอนซ์ทอง พร้อมยังได้รับการติดตั้งฝากระโปรงหน้าแบบใหม่ที่มาพร้อมช่องระบายอากาศ ไฟหน้า LED ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งพร้อมไฟส่องสว่างสีเหลือง

สำหรับ M5 CS ได้ทำการลดน้ำหนัก ในหลายส่วนโดยได้รับการติดตั้งชิ้นส่วนพลาสติกเสริมคาร์บอนไฟเบอร์จำนวนมาก รวมถึงฝากระโปรงหน้า, หลังคา, ดิฟฟิวเซอร์หน้า, ฝาครอบกระจกมองข้าง, ดิฟฟิวเซอร์หลังและสปอยเลอร์หลัง และก็ยังมีส่วนต่างๆทั้งภายนอกและและใน ได้ลดน้ำหนักกับชิ้นส่วนอื่นๆอีกมากมาย ด้วยการเปลี่ยนวัสดุต่างๆเหล่านี้ จึงทำให้มีน้ำหนักน้อยกว่า M5 Competition ถึง 104 กก.


ภายใน เมื่อเข้ามาในห้องโดยสารจะพบกับ เบาะนั่งคู่หน้าแบบคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมโลโก้ M5 ที่หุ้มด้วยหนัง Merino สีดำและเน้นสีแดง Mugello ก่อนจะเย็บตัดกันด้วยด้ายสีแดงและปิดท้ายที่พนักพิงศีรษะด้วยตราสัญลักษณ์สนาม Nurburgring Nordschleife ซึ่งรวมไปถึงเบาะนั่งผู้โดยสารด้วย และเป็นครั้งแรกสำหรับเบาะนั่งแบบ bucket seat ที่ใส่มาในรถถึง 4 ตัว พวงมาลัย M ที่ทำจากอัลคันทาร่าพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ คอนโซลหน้าพร้อมสัญลักษณ์ CS , เข็มขัดนิรภัยแบบ M พร้อมเย็บ 3 สี, พรมปูพื้นแบบพิเศษและธรณีประตูที่มีตรา “M5 CS”





BMW M5 CS ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Production Car ของ BMW ที่เร็วที่สุดและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.4 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีกำลัง 627 แรงม้าและแรงบิด 750 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่ด้วยระบบ M xDRIVE ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด



ทำให้ CS เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3 วินาที 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 10.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

M5 CS ยังมีระบบ Active M Differential และระบบขับเคลื่อนทุกล้อที่เลือกปรับได้เช่นเดียวกับ M5 มาตรฐาน ซึ่งสามารถปรับโหมด 4WD และ 4WD Sport รวมถึงโหมด 2WD

เนื่องจาก CS มีพื้นฐานมาจากการ M5 Competition จึงมีการติดตั้งแท่นวางเครื่องยนต์ที่แข็งขึ้น, สปริงที่แน่นขึ้นและช่วงล่างที่ต่ำกว่า M5 มาตรฐาน อย่างไรก็ตามวิศวกรได้ทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น โดยได้ทำการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมกับสปริงและระบบ Dynamic Damper Control เพื่อใช้ประโยชน์จากน้ำหนักที่ลดลงของ CS และล้อขนาด 20 นิ้ว สีทอง รัดด้วยยาง Pirelli P Zero Corsa ที่เข้ากับระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก ซึ่งมีคาลิปเปอร์สีแดงหรือสีทองให้เลือก




BMW M5 CS จะวางจำหน่ายปีเดียวเท่านั้นและราคาในสหรัฐอเมริกาเริ่มต้นที่ $142,000 หรือราวๆ 4.2 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย)

ติดตามข่าวรถยนต์ ราคารถยนต์ รีวิวรถยนต์ และจักรยานยนต์ทุกยี่ห้อ กับเรา Autospinn
แชร์ความคิดเห็นบนเว็บบอร์ด Autospinn คลิกเลย webboard.autospinn.com
เช็คโปรโมชั่นรถใหม่ เช็คราคารถใหม่ ได้ที่นี่
ราคารถมือสอง ซื้อรถมือสอง ขายรถมือสอง เชิญได้เลยที่ one2car
Tesla เปิดตัว Model Y และ Model 3 รุ่น Standard รุ่นตัดออฟชัน ในสหรัฐอเมริกา
โดย Sakura P.2 เดือนที่แล้ว2kดู
Tesla เปิดตัว Model Y และ Model 3 รุ่น Standard ใหม่ เป็นรุ่นที่ตัดทอนสเปคบางส่วนออกจากรุ่น Premium เพื่อทำราคาให้ประหยัดมากขึ้น มาชมรายละเอียดกัน
สำรวจเพิ่มเติม
อวตาร์ 07
SUV
AION V
Leapmotor C10
ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
รถ
ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ใกล้บ้าน
HYPTEC HT
RWD
GAC Hyptec
Tesla เปิดตัว Model Y และ Model 3 รุ่น Standard รุ่นตัดออฟชัน ในสหรัฐอเมริกา
เปิดตัว Model Y Standard
Tesla เปิดตัว Model Y Standard เป็นรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าล้วนรุ่นที่ถูกตัดทอนฟังก์ชันบางอย่างออกไป โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $39,990 (ประมาณ 1.29 ล้านบาท)โดยรถรุ่นนี้มีการออกแบบภายนอกคล้าย Model Y Premium แต่ปรับหลายจุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

สิ่งที่ปรับปรุงใน Model Y Standard
- ไฟหน้า LED รองรับไฟสูงอัตโนมัติ ไม่มีไฟหน้า Daytime Running Light แบบ Lightbar ส่วนกลางหายไป
- กระจกมองข้างพับด้วยมือ
- กระจังหน้าไม่มีช่องลมที่ล้อซ้ายขวา
- ล้อลายใหม่ Aperture Wheels เริ่มต้น 18“
- แบตเตอรี่ขนาด 69 kWh
- ระยะทางต่อชาร์จ 321 ไมล์ EPA (516 กม.)
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง RWD
- อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ใน 6.8 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 201 กม./ชม.
- จอกลาง 15.4“ ไม่มีจอหลัง
- ช่องแอร์หลังปรับด้วยมือ
- ลำโพง 7 ตัว
- ไม่มี FM/AM
- พวงมาลัยปรับด้วยมือ
- ไม่มีไฟ Ambient light
- หลังคาทึบ Closed Glass Roof
- มีระบบกรองฝุ่นและกลิ่น แต่ไม่มี HEPA filter และ Bioweapon Mode
- ที่นั่งแถวหน้ามีเบาะอุ่น ไม่มีเบาะระบายความร้อน
- ที่นั่งแถวหลังพับด้วยมือและไม่มีเบาะอุ่น
- ระบบช่วงล่างแบบ Passive ธรรมดา ไม่มี FSD (Frequency Selective Damping)
- ไม่มี Auto Steer ระบบ Basic Autopilot ต้องซื้อ FSD เพิ่ม
- ชาร์จ DC 225kW, ชาร์จ AC 11kW ไม่มี V2L (ที่มีในรุ่น Performance)





การเปิดตัว Model Y Standard รุ่นราคาประหยัด ทำให้ไลน์อัปตอนนี้ของ Model Y มี 3 รุ่นได้แก่
- Model Y Standard (RWD)
- Model Y Premium (RWD, Long Range AWD)
- Model Y Performance (AWD)
เปิดตัว Model 3 Standard
นอกจากจะเปิดตัว Model Y Standard ใหม่แล้ว Tesla ยังได้เปิดตัว Model 3 Standard ด้วย ซึ่งเป็นรถรุ่นราคาประหยัดที่ปรับปรุงใหม่เช่นกัน
Model 3 รุ่นนี้มีราคาเริ่มต้นที่ $36,990 (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) และมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเหมือนกับที่ Tesla ทำใน Model Y Standard
สิ่งที่ปรับปรุงใน Model 3 Standard
- ภายในตกแต่งด้วยวัสดุผ้าและหนังสังเคราะห์ (Vegan leather)
- ภายในมีสีดำสีเดียว
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 321 ไมล์ (ประมาณ 516 กิโลเมตร) ตามมาตรฐาน EPA
- กระจกมองข้างปรับด้วยมือ
- พวงมาลัยปรับด้วยมือ
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลังปรับทิศทางด้วยมือ
- ไม่มีหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ไม่มี Auto Steer ระบบ Basic Autopilot ต้องซื้อ FSD เพิ่ม
- อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-96 กม./ชม.) ใน 6.8 วินาที
- ระบบเครื่องเสียงลำโพง 7 ตัว (ลดลงจาก 15 ตัวในรุ่น Premium)
- ล้อลายใหม่ Prismata Wheels
- ตัวเลือกล้อ 2 แบบ
- 18” Prismata
- 19” Nova
- ไม่มีวิทยุ FM/AM
- โช้คอัพแบบพาสซีฟ (Passive)
- สีตัวถังให้เลือก 3 สี
- สีเทา Stealth Grey
- สีขาวมุก Pearl White (เพิ่มเงิน $1,000)
- สีดำ Diamond Black (เพิ่มเงิน $1,500)
สิ่งที่ยังคงมีอยู่ใน Model 3 Standard เมื่อเทียบกับรุ่น Premium
- หน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 15.4 นิ้ว
- หลังคากระจกพาโนรามิค
- มีก้านไฟเลี้ยว
- มีกล้องกันชนหน้า
- โลโก้ Tesla สีดำ
- ระบบอุ่นเบาะสำหรับที่นั่งแถวหน้า


ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ช่วยลดราคาและทำให้รถดูหรูหราน้อยกว่ารุ่น Premium หลังจากเปิดตัวรุ่น Standard แล้ว Tesla ก็ได้ปรับไลน์อัปใหม่ ทำให้ Model 3 มี 3 ไลน์อัป ได้แก่
- Model 3 Standard
- Model 3 Premium (รุ่น RWD และ Long Range AWD)
- Model 3 Performance

สำหรับ Model Y และ Model 3 รุ่น Standard วางขายในต่างปะรเทศเท่านั้น ยังไม่วางขายในประเทศไทย Tesla ระบุว่า หากสั่งจองตอนนี้ รถจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม (ในสหรัฐอเมริกา)

