BMW XM Label Red ซูเปอร์เอสยูวีรุ่นพิเศษขุมพลังไฮบริด 748 แรงม้า มีเพียง 500 คันเท่านั้น
BMW XM Label Red รถเอสยูวีรุ่นพิเศษ รหัสตัวแดง แรงที่สุดเท่าที่มีมาในรุ่นโปรดักชันคาร์ กับขุมพลังไฮบริด 748 แรงม้า ถูกผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น
แผนก M ของ บีเอ็มดับเบิลยู ได้เผยโฉมเต็ม และรายละเอียดของ BMW XM Label Red โรดคาร์ตระกูล M รุ่นพิเศษที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา กับขุมพลัง BMW M Hybrid V8 ที่รีดแรงม้าลงพื้นออกมาได้มากถึง 748 แรงม้า

สำหรับ BMW XM Label Red 2024 ใหม่ ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก BMW XM รุ่นปกติที่เปิดวางจำหน่ายทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย โดยจะถูกวางตำแหน่งให้เป็นเรือธงตัวให่ และมีตำแหน่งทางการตลาดที่สูงกว่า XM


ในด้านรูปลักษณ์ภายนอกของ BMW XM Label Red จะได้รับการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวหรูหราตามสไตล์ M ด้านหน้าจะมากับไฟหน้าแบบแยกส่วน กระจังหน้าทรงไตคู่แบบ ‘Iconic Glow’ ที่มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบต่อเนื่อง ไฟหน้า Adaptive LED ที่เพิ่มทัศนวิสัยและมอบแสงสว่างบนท้องถนนตลอดจนช่วงเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้มาพร้อมระบไฟสูง – ต่ำโดยอัตโนมัติ


เสริมความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยการตกแต่งด้วยเฉดสีแดง Toronto Red Metallic ที่บริเวณกระจังหน้าทรงไตคู่, ด้านข้างไล่ตั้งแต่บานประตูข้าง ตวัดขึ้นไปยังกรอบหน้าต่าง รวมถึงในส่วนกันชนหลัง และล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว สีดำเงาตกแต่งด้วยเฉดสีแดงไว้ที่ด้านใน มาพร้อมคาร์ลิปเปอร์เบรก M สีแดง



ภายในห้องโดยสารก็ยังคงตกแต่งด้วยธีมสีแดง เบาะที่นั่งตอนหน้าแบบ M Multifunctional จะถูกหุ้ทด้วยหนังสีแดงสลับดำ นอกจากนั้นยังเย็บและตัดด้วยอดงสีแดงทั้งห้องโดยสารทั้งคอนโวลหล้า คอนโซลกลาง และแผงประตู



เติมความโดดเด่นที่บริเวณช่องแอร์ด้วยการตกแต่งด้วยแถบสีแดง เสริมด้วยสัญลักษณ์ XM สีแดงบริเวณใต้หน้าจอควบคุม นอกจากนั้นยังตกแต่งภายในด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์สีแดง – น้ำเงิน และติดตั้งแผ่นแพลทระบุละดับหลายเลขการผลิต 1 – 500 เพื่อบ่งว่าว่าเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตมาในจำนวนจำกัด เพียง 500 คันเท่านั้น

ด้านชุดอุปกรณ์มาพร้อมกับหน้าจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW OS 8 ใหม่ล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย, ระบบเสียงรอบทิศทาง Bowers & Wilkins Diamond ที่ให้กำลังขับรวม 1,475 W และลำโพงพิเศษอีก 4 ตำแหน่งบนหลังคา อีกทั้งยังได้รับระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน


ในด้านพละกำลังขับเคลื่อนของ BMW XM Label Red จะมากับเครื่องยนต์ BMW M Hybrid V8 ความจุ 4.4 ลิตร twin-turbo ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีกำลังสูงสุด 748 แรงม้า (HP) เพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติถึง 95 แรงม้า มาพร้อมแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ 8 จังหวะ M Steptronic และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาที และจำกัดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 250 กม./ชม. มาพร้อมแพ็กเกจ M Driver’s Package ที่ปลดล็อกความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 290 กม./ชม.


มาพร้อมแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออนความจุ 25.7 kWh ติดตั้งอยู่บริเวณใต้ท้องรถ ให้ระยะทางขับขี่ในโหมดไฟฟ้า 75 กม. ตามมาตรฐาน WLTP และยังสามารถทำความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าได้ 140 กม./ชม.

สำหรับราคาค่าตัวของ BMW XM Label Red ยังไมีมีการเปิดตัวเลขออกมา เพียงแต่เผยว่าจะผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของเอสยูวีรุ่นพิเศษสมรรถนะสูงคันนี้จะมีขึ้นในงาน Shanghai Auto Show ที่จะถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 27 เมษายน นี้ในประเทศจีน
BMW XM 50e SAV ปลั๊กอินไฮบริด 476 แรงม้า ราคาเริ่ม 6.799 ล้านบาท
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดราคาจำหน่าย ฺฺBMW XM 50e รถสปอร์ตอเนกประสงค์ SAV ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 476 แรงม้า สมาชิกใหม่รุ่นที่ 2 แห่งตระกูล XM โดยมีให้เลือก 2 รุ่น คือ XM 50e ใหม่ และ XM 50e (Shadow Line) กับราคาเริ่ม 6,799,000 บาท
โดย Phalath2 ปีที่แล้ว1.6kผู้อ่าน

หลังจากที่ทาง บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้เผยภาพ และประกาศว่าจะเปิดตัว รถสปอร์ตอเนกประสงค์ SAV ที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล XM อย่าง BMW XM 50e เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ล่าสุด BMW ประเทศไทย ได้ประกาเปิดราคาจำหน่าย BMW XM 50e SAV ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 6 สูบ M Hybrid ที่กำลังสูงสุด 476 แรงม้า สมาชิกใหม่รุ่นที่สองแห่งตระกูล XM ที่ทรงพลังที่สุดในตระกูล XM ออกมาแล้วโดยมีให้เลือก 2 รุ่น คือ BMW XM 50e กับราคาจำหน่ายที่ 6,799,000 บาท และ BMW XM 50e (Shadow Line) กับราคา 6,999,000 บาท
สำหรับ BMW XM 50e ใหม่นี้ ยังคงรูปลักษณ์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร มาพร้อมความสะดวกสบายอันหรูหรา และขุมพลังที่เหนือกว่า ตามแบบฉบับซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล XM และตามรอยรุ่นก่อนหน้าอย่าง BMW XM ใหม่ ที่เปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ในด้านดีไซน์ยังคงมาในสไตล์ M เสริมความโดดเด่นด้วยไฟหน้าสองชั้น และกระจังหน้าทรงไตคู่แบบ Iconic Glow ที่มาพร้อมกรอบไฟส่องสว่างล้อมรอบกระจังหน้าทั้งคู่ เสริมความโดดเด่นด้วยด้วยวัสดุตกแต่งสีดำเงา แถบสีด้านข้างรถที่ชวนให้นึกถึง BMW M1
ADVERTISEMENT

นอกจากนั้นยังรวมเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ชวนให้นึกถึงอดีต อาทิ โลโก้ BMW ที่สลักไว้ที่กระจกหลังและไฟท้าย รวมถึงชิ้นส่วนอื่น ๆ ในสีดำเงาและการตกแต่งรายละเอียดเส้นสายในสีดำดุดันช่วยขับให้บุคลิกของรถรุ่นนี้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น มาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 22 นิ้ว ลาย Double Spoke แบบสลับสี ส่วนในรุ่น Shadow Line มาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 23 นิ้ว ลาย Star Spoke แบบสลับสี

ภายในห้องโดยสารตกแต่งดีไซน์ M ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ พวงมาลัยหุ้มหนัง และเข็มขัดนิรภัยดีไซน์ M, บุหลังคาภายในด้วยผ้าลวดลายแบบ 3 มิติ แบบปริซึม และเมื่อเปิดหลังคาก็จะพบกับหลอดไฟ LED กว่า 100 ดวงบนหลังคาที่ส่องสว่างอย่างงดงามยามค่ำคืน


คอนโซลด้านบนยังบุด้วยหนังแบบ BMW Individual มาพร้อมชุดไฟตกแต่งภายใน, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน, เบาะที่นั่งตอนหน้ามาพร้อมระบบระบายอากาศ และฟังก์ชันนวดผ่อนคลาย ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน

รวมทั้งยังมาพร้อมหน้าจอ BMW Head-up Display และระบบ BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW OS 8 ใหม่ล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
อีกทั้งผู้ขับขี่ยังจะได้รับประโยชน์จาก Connected Package Professional ช่วยให้มั่นใจว่าจะได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและข้อมูลการจราจรอัปเดตล่าสุดเมื่ออยู่บนท้องถนน
นอกจากนั้น BMW XM 50e ยังได้รับการติดตั้งระบบจำลองเสียงเครื่องยนต์ IconicSounds Electric ให้เสียงขับที่กระตุ้นความตื่นเต้นแม้ในโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ

ในด้านพละกำลังจะมากับขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทคโนโลยี M TwinPower Turbo และระบบขับเคลื่อน M Hybrid ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M xDrive ให้กําลังรวมสูงสุด 476 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุดจะอยู่ 270 กม./ชม.
อีกทั้งนี้ยังมีปุ่ม M Hybrid ที่วางอยู่บริเวณคอนโซลกลางยังให้ผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับได้ถึง 3 โหมด ซึ่งรวมถึงโหมด ELECTRIC
ด้านแบตเตอรี่จะเป็น Lithium-ion ขนาด 29.5 kWh ที่ติดตั้งอยู่ด้านใต้ท้องรถ วิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 101 กม. ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมรองรับการชาร์จไฟ 7.4 kW ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. 25 นาที

สำหรับระบบช่วงล่างจะเป็นแบบ Adaptive M Suspension Professional ยังให้การควบคุมแบบสปอร์ตโดยไม่กระทบต่อความสบายของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบช่วยการขับขี่ รุ่น Professional พร้อมควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ยังมาพร้อมฟังก์ชั่น Stop&Go, ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ

BMW XM 50e และ BMW XM 50e (Shadow Line) ใหม่ มาพร้อมสีภายนอกให้ลูกค้าได้เลือกถึง 6 สีได้แก่ สีน้ำเงิน Marina Bay Blue Metallic, สีแดง Toronto Red Metallic, สีเขียว Isle of Man Green Metallic, สีเหลือง Sao Paulo Yellow Solid, สีดำ Black Sapphire Metallic, และสีขาว Mineral White Metallic และสามารถเลือกสีภายในได้ 2 สี ได้แก่ BMW Individual leather ‘Merino’ สีดำ และสีส้ม Sakhir Orange

สำหรับ BMW XM 50e และ XM 50e Shadow Line จะเปิดรับจองผ่านทาง https://shop.bmw.co.th/ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป
โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่
- XM 50e ราคา 6,799,000 บาท
- XM 50e (Shadow Line) ราคา 6,999,000 บาท

