Bugatti Bolide คันสุดท้ายในโลก!! ปิดฉากตำนานยุค W16 โดยสมบูรณ์…
200 จำนวนผู้เข้าชม |
ในที่สุดก็เดินทางมาถึงคันสุดท้ายกับ Bugatti Bolide ไฮเปอร์คาร์สุดฮาร์ดคอร์สำหรับสนามแข่ง เครื่องยนต์ W16 ควอดเทอร์โบ 1,600 แรงม้า มีแค่ 40 คันในโลก คันสุดท้ายนี้ถูกส่งมอบออกจาก Atelier ที่เมืองมอลไชม์ ประเทศฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของแบรนด์
Bolide คันปิดท้าย โดดเด่นด้วยตัวถังสีฟ้าอ่อนเฉดพิเศษ Blue Lyonnais ตัดกับสี Black Blue ที่ถูกจัดวางแตกต่างกันไปตามชิ้นส่วนแอโรไดนามิกรอบคัน ทำให้คันนี้ดูแตกต่างและมิติภาพที่ซับซ้อนกว่าโทนสีแบบปกติ ห้องโดยสารตกแต่งด้วย Alcantara สี Lake Blue พร้อมงานเดินด้ายสี Light Blue Sport ตรงจุดโครงสร้างสำคัญ รวมถึงพวงมาลัยและจุดยึดสายรัดนิรภัยที่เป็นส่วนหนึ่งของโมโนค็อก อีกหนึ่งดีเทลที่น่าสนใจคือธงฝรั่งเศสขนาดเล็กบนตัวถัง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงรถแข่งยุคใหม่เข้ากับรากเหง้าความสำเร็จในยุคก่อนสงครามของ Bugatti
าศาล จนออกมาเป็นโปรโตไทป์ที่เคยวิ่งโชว์ในงานฉลองครบรอบ 100 ปี Le Mans โดย Andy Wallace นักขับทดสอบระดับตำนานของ Bugatti ทำความเร็วได้ถึง 350 กม./ชม. บนทางตรง หลังจากนั้นทีมงานยังคงเดินหน้าทดสอบต่อเนื่องตลอดปี 2024 ทั้งที่สนามวงรี Nardò อิตาลี และการโชว์ตัวในงานใหญ่อย่าง Goodwood และ Circuit Paul Ricard
Bolide คันสุดท้ายไม่ใช่เพียงจุดสิ้นสุดของรถรุ่นหนึ่ง แต่คือสัญลักษณ์อันทรงพลังของการปิดฉากยุค W16 และเปิดสู่บทใหม่ของ Bugatti
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Bugatti









Lamborghini เผยโฉม Temerario สั่งทำพิเศษหนึ่งเดียวในโลก!! ที่งาน Art Basel Miami
86 จำนวนผู้เข้าชม |

Lamborghini Temerario กระทิงดุตัวใหม่ที่ยกระดับความก้าวล้ำเหนือ Huracán ด้วยขุมพลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร 920 แรงม้า กับรอบเครื่องสูงสะใจถึง 10,000 รอบ/นาที ทำให้เป็นที่ถูกใจของโลกยานยนต์ได้ไม่ยาก ล่าสุดยังปล่อยรุ่นสั่งพิเศษหนึ่งเดียวออกมาเป็นการโชว์ถึงศักยภาพของแผนก Ad Personam
Art Basel Miami เป็นงานที่รวบรวมศิลปะระดับโลกกับบรรยากาศสุดหรูและครีเอทีฟ ถือเป็นงานที่ทั้งวงการศิลปะและแบรนด์ไฮเอนด์ให้ความสำคัญ ในงานนี้ Lamborghini ได้โชว์ Temerario ที่ทำขึ้นพิเศษหนึ่งเดียวในโลกโดยแผนก Ad Personam ตัวถังภายนอกผ่านกระบวนการทำสีด้วยมืออย่างละเอียดอ่อน ใช้เวลากว่า 320 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์คล้ายผลึกที่สะท้อนแสงอย่างวิจิตร ด้วยสีเขียว Verde Shock, เทา Grigio Maat และดำ Nero Nemesis พร้อมติดตั้งชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ Alleggerita Package ช่วยให้ตัวรถเบาลง 25 กิโลกรัม แรงกดรวมก็เพิ่มขึ้นอีก 67% และประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์เพิ่มขึ้น 62%
ห้องโดยสารยังคงสะท้อนแนวคิดงานศิลป์ด้วยเบาะนั่งสปอร์ตสีเทา Grigio Octans ตัดกับเขียว Verde Scandal พร้อมลวดลายซับซ้อนที่สอดรับกับภายนอกตัวรถ โลโก้ Temerario บนเบาะนั่งและตราสัญลักษณ์ Bull บนผนังด้านหลัง ล้วนปักด้วยมือเป็นลวดลายผลึกคริสตัล เกิดเป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่รวมทั้งศิลปะ งานฝีมือ และเทคโนโลยีไว้ในคันเดียว
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Lamborghini




















