กระทิงดุยอดฮิท ! Lamborghini Urus SE ซูเพอร์เอสยูวีขายดีรอคิวยาวถึงปี 2026
Lamborghini (ลัมโบร์กินี) สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญด้วยรถรุ่นล่าสุด Urus SE (อูรุส เอสอี) ซูเพอร์เอสยูวียอดนิยมเวอร์ชันไฮบริด ที่กระแสตอบรับดีจนลูกค้าที่สั่งซื้อตอนนี้ต้องรอคิวสั่งจองยาวจนถึงปี 2026

ซูเพอร์เอสยูวีรุ่นใหม่ ต้องรอคิวยาว 2 ปี
Lamborghini Urus เป็นซูเพอร์เอสยูวีซึ่งมาแทนที่ทั้ง Urus S และรุ่น Urus Performante (อูรุส เปอร์ฟอร์มันเต) โดยทั่วไปถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ Lamborghini ประสบความสำเร็จอย่างมาก นับตั้งแต่เปิดตัวปี 2018 ลากยาวมาถึงปัจจุบัน และรุ่นใหม่อย่าง Urus SE ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว มาพร้อมคุณสมบัติที่ยังคงมอบความสนุกในการขับขี่เช่นเคยกับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมระบบพลัก-อิน ไฮบริด มอเตอร์ไฟฟ้า 189 แรงม้า แบทเตอรีขนาด 25.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลังรวมสูงสุด 800 แรงม้า ทำเวลา 0-100 กม./ชม. ได้ประมาณ 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 312 กม./ชม. ขับโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 60 กม.


ความพิเศษของ Urus SE มีการปรับดีไซจ์นภายนอก ภายในแบบใหม่แตกต่างไปจากรุ่นเดิม และเพิ่มทั้งความแรง ความประหยัด ในขณะเดียวกันยังคงความสบายอย่างครบถ้วนด้วยความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ปรับโหมดการขับขี่ตามความต้องการทุกสภาพถนนได้ สำหรับลูกค้าที่จอง Urus SE ช่วงเปิดตัว จะเริ่มส่งมอบกันในต้นปี 2025 แล้วลูกค้าที่สั่งซื้อตอนนี้เป็นที่ชัดเจนว่าต้องรอรถยาวกันจนถึงปี 2026 หรือราวๆ 2 ปีหลังจากนี้ จึงจะได้รับรถ แสดงให้เห็นถึงความต้องการอย่างมหาศาลสำหรับรถรุ่นใหม่ของ Lamborghini





ผลประกอบการที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์
Lamborghini ได้เผยรายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกของบริษัทในปี 2024 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ในแง่ของการส่งมอบ รายได้ และกำไรจากการดำเนินงาน ด้วยยอดขายรถในปีนี้รวมทั้งสิ้น 8,411 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.6 % จากปีก่อนหน้า รายได้ของ Lamborghini พุ่งสูงถึง 2.43 พันล้านยูโร ประมาณ 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20.1 % เมื่อเทียบกับปี 2023 กำไรจากการดำเนินงานยังทำสถิติใหม่สูงสุดที่ 678 ล้านยูโร ประมาณ 725 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 9.8 % จากปีก่อนหน้า


Stephan Winkelmann ประธาน และซีอีโอของ Lamborghini ระบุว่าความสำเร็จนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของบริษัท สังเกตได้จากการเปิดตัวรถใหม่ 3 รุ่นในเวลาเพียง 18 เดือน ซึ่งนอกจาก URUS ที่ได้รับกระแสแง่บวก และยอดจองมากพอสมควร ยังรวมถึงการเปิดตัวรถพลังงานไฮบริดที่พร้อมทำตลาดเต็มรูปแบบอย่าง Lamborghini Temerario (เตเมรารีโอ), Lamborghini Revuelto (เรบูเอลโต) และรุ่นพิเศษอื่นๆ ของบริษัทก็มีความต้องการสูงเช่นกัน


สถานการณ์รถยนต์ไฮเอนด์ ยังเติบโตต่อเนื่อง
ด้วยคำสั่งซื้อที่มีอย่างต่อเนื่อง และขยายตัวของตลาดเอสยูวี ทำให้รถยนต์ที่ผลิตโดย Automobili Lamborghini ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมากระยะเวลาการรอคอยสำหรับ Urus SE จะเป็นสิ่งที่แสดงภาพกว้างของอุตสาหกรรมยานยนต์หรู หรือกลุ่มรถระดับไฮเอนด์ ยังคงมีความแข็งแกร่ง และมีอนาคตในการวางรากฐานที่มั่นคง พร้อมกับกลยุทธ์การเติบโต และนวัตกรรมใหม่ๆ ตามมาในอนาคต

BMW X3 ครอสส์โอเวอร์ GEN 4 สปอร์ทกว่าเดิม
16 Jul 2025

BMW X3 (บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 3) ในเจเนอเรชันที่ 4 ดีไซจ์นสปอร์ทกว่าเดิม พร้อม X3 M50 XDRIVE (เอกซ์ 3 เอม 50 เอกซ์ดไรฟ) ประสิทธิภาพระดับ M PERFORMANCE
X3 20D XDRIVE M SPORT PRO (เอกซ์ 20 ดี 3 เอกซ์ดไรฟ เอม สปอร์ท พโร) ใหม่ ซ่อนปลายท่อไอเสียไว้ในกันชนท้าย มาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้วในดีไซจ์น DOUBLE SPOKE แบบสลับสี ส่วน X3 M50 XDRIVE ขับเน้นความสปอร์ทเต็มพิกัดด้วยชุดท่อไอเสียคู่ทั้งด้านซ้าย และขวา พร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 21 นิ้ว ลาย STAR SPOKE แบบสลับสี

ภายในห้องโดยสารยังคงเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ทั้งจอโค้ง BMW CURVED DISPLAY ระบบควบคุมมัลทิฟังค์ชัน BMW INTERACTION BAR พวงมาลัยแบบตัดขอบล่าง และคันเกียร์ที่มาในดีไซจ์นใหม่
ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระก็กว้างขวางสมกับความอเนกประสงค์ของตระกูล X3 ด้วยความจุสัมภาระสูงสุด 1,700 ลิตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 100 ลิตร
เบาะนั่งสไตล์สปอร์ทที่ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า และหุ้มด้วยวัสดุ VEGANZA ในรุ่น X3 20D XDRIVE M SPORT PRO ส่วนรุ่นใหญ่อย่าง X3 M50 XDRIVE ถือเป็นครั้งแรกที่นำหนัง BMW INDIVIDUAL LEATHER MERINO และใส่พวงมาลัยหนังสไตล์ M

X3 20D XDRIVE M SPORT PRO ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 197 แรงม้า/145 กิโลวัตต์ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 7.7 วินาที
ส่วนตัวแรง X3 M50 XDRIVE เครื่องยนต์ 6 สูบ เทคโนโลยี TWIN POWER TURBO ความจุ 3.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 398 แรงม้า/293 กิโลวัตต์ เกียร์อัตโนมัติ STEPTRONIC SPORT 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ BMW XDRIVE ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.6 วินาที
X3 M50 XDRIVE เสริมความคล่องตัวด้วยช่วงล่างแบบ ADAPTIVE M และเบรค M SPORT ส่วนในด้านระบบช่วยการขับขี่ BMW X3 ใหม่มาพร้อมระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนการออกนอกเลน เป็นมาตรฐาน มาพร้อม DRIVING ASSISTANT PLUS ซึ่งเพิ่มทั้งระบบเตือนการเปลี่ยนเลน และระบบช่วยจำกัดความเร็วสำหรับรุ่น X3 20D XDRIVE M SPORT PRO และ DRIVING ASSISTANT PROFESSIONAL ใน X3 M50 XDRIVE
BMW X3 20D XDRIVE M SPORT PRO ราคาเริ่มต้นที่ 3,799,000 บาท และ X3 M50 XDRIVE ราคาเริ่มต้นที่ 4,499,000 บาท โดยมีให้เลือกในสี ALPINE WHITE, BLACK SAPPHIRE METALLIC, BROOKLYN GREY METALLIC และ TANZANITE BLUE METALLIC ส่วน X3 M50 XDRIVE เพิ่มสีพิเศษ DUNE GREY METALLIC




