AUDI E5 Sportback ฟาสต์แบ็คไฟฟ้า 787 แรงม้า วิ่งไกล 773 กม. ราคาเริ่ม 1.05 ล้านบาท ในจีน
AUDI E5 Sportback รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Fastback ของทาง SAIC-Audi ที่ผลิตออกมาเพื่อคนจีนโดยเฉพาะ ให้กำลังแรงสุด 787 แรงม้า ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 773 กม. เปิดราคาในจีนเริ่ม 1.05 ล้านบาท
SAIC-Audi เปิดตัวประกาศราคาจำหน่าย AUDI E5 Sportback รถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Fastback ที่ผลิตออกมาเพื่อคนจีนโดยเฉพาะ โดยมีให้เลือก 4 รุ่น ทั้งรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้กำลังแรงสุด 787 แรงม้า ชาร์จไฟวิ่งไกลสุด 773 กม. เปิดราคาจำหน่ายไว้ระหว่าง 235,900 – 319,900 หยวน (ประมาณ 1.05 -1.42 ล้านบาท)

สำหรับ E5 Sportback จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกันโดย SAIC และ Audi และถูกผลิตที่ฐานการผลิตอัจฉริยะของ SAIC- Audi
ADVERTISEMENT



ADVERTISEMENT
ในด้านงานดีไซน์ภายนอก ได้รับแรงบันดาลใจจาก Audi E ซึ่งเป็นรถต้นแบบของทางอาวดี้ มาพร้อมไฟ AUDI Light Frame รุ่นใหม่ ที่ประกอบด้วยหลอดไฟขนาดเล็กมากกว่า 1,000 หลอด สามารถเลือกรูปแบบการส่องสว่างได้หลากหลายรูปแบบ มาพร้อมด้วยไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่สามารถควบคุมลำแสงได้อย่างแม่นยำ และการส่องสว่างแบบโซนอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการขับขี่ในเวลากลางคืน



นอกจากนั้นตัวรถยังมากับตราโลโก้ใหม่จากเดิมที่เป็นแบบสี่ห่วง จะเปลี่ยนเป็นตัวอักษร A U D I ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง ที่มาในแบบเรืองแสง


อีกทั้ง AUDI E5 Sportback ยังถูกออกแบบภายนอกให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยการติดตั้งสปอยเลอร์หน้าแบบลอย, ปีกหลัง และช่องดักอากาศหน้า มาพร้อมกล้องมองข้างที่แทนที่กระจกมองข้างแบบธรรมดา ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่กระทบต่อสุนทรียศาสตร์



AUDI E5 Sportback จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาในแบบฟาสต์แบ็ก 4 ประตู โดยมีความยาวตั้งแต่หน้าจรดท้ายอยู่ที่ 4,881 มม., กว้าง 1,959 มม. สูง 1,478 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,950 มม.


ภายในห้องโดยสารออกแบบด้วยความทันสมัย และดูหรูหราตามแบบฉบับรถจากประเทศจีน แผงแดชบอร์ดติตดั้งหน้าจอแบบ Ultrawide ขนาดใหญ่ 59 นิ้ว แบบสัมผัส ที่วางตั้งเต็มพื้นที่คอนโซลหน้า มาพร้อมควาามคมชัดระดับ 4K ขับเคลื่อนด้วยชิป QUALCOMM Snapdragon 8295 ที่มีความแม่นยำระดับ 5 นาโนเมตร และความสามารถในการดำเนินการ 30,000 ล้านครั้งต่อวินาที มาพร้อมระบบผู้ช่วยแบบ AI ที่ชื่อ Doubao จาก ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ที่รองรับการสั่งงานผ่านเสียง และระบบสัมผัส และยังมีระบบยืนยันตัวตนผ่านใบหน้าเพื่อเข้าถึงบริการดิจิทัลต่างๆ ของประเทศจีนได้อย่างเต็มรูปแบบ



ขณะที่คอนโซลกลางออกแบบให้เชื่อมต่อกับคอนโซลหน้า มาพร้อมช่องเก็บของแบบปิด และแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สายที่มีมาให้ 2 ช่อง โดยให้กำลังไฟในการชาร์จ 50W มาพร้อม AUDI Control Bar บริเวณคอนโซลกลางเพื่อสั่งงานฟังก์ชันต่างๆ


นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับลำโพงที่ให้เสียงสมจริง รวมทั้งยังติดตั้งลำโพงไว้ที่พนักพิงศีรษะ, กระจกรอบคันที่ให้แสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องโดยสาร, ช่องระบายอากาศอัจฉริยะแบบซ่อน และยังติดตั้งเครื่องกระจายกลิ่นที่มีกลิ่นเฉพาะให้เลือกมากถึง 3 กลิ่น


ในด้านงานตกแต่งภายในจะใช้วัสดุเกรดพรีเมียม เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนังกลับ แผงประตูข้างตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้รูปทรงแผ่นไม้สามมิติ ด้านบนหลังคาจะเป็นกระจกพาโนรามิกพร้อมระบบหรี่แสงอัตโนมัติ




ด้านระบบความปลอดภัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่ออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพจราจรของประเทศจีน มาพร้อมระบบ AUDI 360 Assisted Driving ทำงานควบคู่กับเซ็นเซอร์ 27 ตัว รวมถึง LiDAR จาก Hesai 1 ตัว, เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว, เรดาร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และกล้อง 11 ตัว ซึ่งส่งข้อมูลไปยัง Momenta ADAS (ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง) ทั้งหมดนี้ประมวลผลด้วยชิป Orin X จาก Nvidia เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เช่น ถนนในเมือง ทางหลวง และการจอดรถอัตโนมัติ


มาพร้อมระบบ Adaptive Cruise Assist ช่วยให้สามารถช่วยเหลือผู้ขับขี่บนทางหลวง และในเมืองได้ทั่วประเทศ รถยนต์รุ่นนี้สามารถช่วยให้ลูกค้าหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง ระบุสัญญาณไฟจราจร สั่งการให้ผู้ขับขี่เปลี่ยนเลน และอื่นๆ อีกมากมาย, ระบบ Active Safety ทำหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์อันตรายและสถานการณ์ฉุกเฉินของลูกค้า และเข้าไปแทรกแซงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยฟังก์ชันนี้ได้รับการปรับปรุงให้รองรับสถานการณ์เฉพาะในประเทศจีน เช่น รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ และเด็ก รวมถึงการขับขี่ในเวลากลางคืน, ระบบช่วยจอดรถรองรับช่องจอดรถหลายประเภท (จอดแนวตั้ง จอดแนวทแยง และจอดขนาน)



AUDI E5 ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Advanced Digitized Platform (ADP) ในด้านขุมพลังขับเคลื่อน จะมีทั้งแบบมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่วางอยู่คู่ล้อหลัง และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ
- Audi E5 รุ่น Pioneer ที่เป็นรุ่นเริ่มต้น จะได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวอยู่ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 220 kW / 295 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา6.1 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ LFP ขนาด 76 kWh จากบริษัทร่วมทุน SAIC-CATL ชาร์จไฟวิ่งไกล 618 กม. (CLTC)
- Audi E5 รุ่น Pioneer Plus ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่เพิ่มกำลังเป็น 300 kW / 402 แรงม้า นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 100 kWh ให้ระยะทางวิ่งไกลถึง 773 กม. (CLTC)
- Audi E5 รุ่น Pioneer Quattro จะมากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 386 kW / 518 แรงม้า มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ 83 kWh สามารถวิ่งได้ 623 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (CLTC)
- AUDI E5 Sportback รุ่น Flagship Quattro ที่เป็นรุ่นท๊อปสุดจะขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) มอเตอร์คู่ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าให้กำลัง 200 kW / 268 แรงม้า + มอเตอร์หลัง 379 kW / 508 แรงม้า กำลังรวม 579 kW / 776 แรงม้า ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที จับคู่กับแบตเตอรี่ NMC ขนาด 100 kWh จาก CATL ชาร์จไฟเต็มให้ระยะทางวิ่งไกลสุด 647 กม. (CLTC)


โดยทุกรุ่นจะมาพร้อมสถาปัตยกรรม 800V ที่สามารถชาร์จไฟเพียง 10 นาที วิ่งเพิ่มได้ถึง 370 กม.




ขณะที่ด้านระบบช่วงล่างจะเป็นแบบถุงลม Adaptive Air Suspension พร้อมระบบ Continuous Damping Control (ที่ปรับขึ้นลงได้ 45 มม.) และมาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ all-wheel steering



สำหรับ AUDI E5 Sportback ทาง SAIC และ Audi วางตำแหน่งทางการตลาดในจีน ให้ออกมาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Zeekr 007GT และ Nio ET5T


ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ AUDI E5 Sportback
- AUDI E5 Sportback Pioneer RWD 76 kWh ราคา 235,900 หยวน (ประมาณ 1.05 ล้านบาท)
- AUDI E5 Sportback Pioneer Plus RWD 100 kWh ราคา 269,900 หยวน (ประมาณ 1.2 ล้านบาท)
- AUDI E5 Sportback Pioneer Quattro AWD 83 kWh ราคา 269,900 หยวน (ประมาณ 1.2 ล้านบาท)
- AUDI E5 Sportback Flagship Quattro AWD 100 kWh ราคา 319,900 หยวน (ประมาณ 1.42 ล้านบาท)
AUDI RS E-TRON GT หัวขบวนของรถไร้เครื่องยนต์แต่รวยห่วง
9 Apr 2021

นอกจาก AUDI E-TRON GT QUATTRO (เอาดี อี-ทรอน จีที กวัตตโร) ที่เพิ่งผ่านตาไปแล้ว รถเก๋งคูเปพลังไฟฟ้าอีกโมเดลหนึ่งที่ค่าย “สี่ห่วง” นำออกอวดตัวผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2021 คือ AUDI RS E-TRON GT (เอาดี อาร์เอส อี-ทรอน จีที) ที่กำลังเปิดโอกาสให้คนรักรถสัมผัสได้ด้วยสายตาในขณะนี้
หากตั้งคำถามว่าทำไมต้องมีรถติดป้ายชื่อ AUDI RS E-TRON GT ? ก็จะอธิบายได้ โดยเทียบเคียงกับกรณีของรถเก๋งคูเปขนาดเล็กที่สุดของค่ายนี้ คือ รถ AUDI A5 COUPE (เอาดี เอ 5 คูเป) รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเริ่มจำหน่ายเมื่อปี 2016 และได้รับการปรับปรุงแบบ FACELIFT หรือ “ยกหน้า” เมื่อปลายปี 2019 รถอนุกรมนี้มีให้เลือก 9 โมเดล รถโมเดลหัวกะทิ คือ AUDI A5 COUPE 50 TDI QUATTRO (เอาดี เอ 5 คูเป 50 ทีดีไอ กวัตตโร) ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,967 ซีซี 210 กิโลวัตต์/286 แรงม้า และมีน้ำหนักตัวพร้อมขับ 1,730 กก. จากนั้นก็มีการพัฒนาต่อกิ่งต่อยอดทอดแรกเป็นรถ AUDI S5 COUPE (เอาดี เอส 5 คูเป) ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์แรงขึ้น คือ เครื่องเทอร์โบดีเซลฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,967 ซีซี 251 กิโลวัตต์/341 แรงม้า และน้ำหนักรถพร้อมขับก็เพิ่มขึ้นเป็น 1,785 กก. ปิดท้ายด้วยการพัฒนาต่อยอดทอดที่ 2 เป็นรถ AUDI RS5 COUPE (เอาดี อาร์เอส 5 คูเป) ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์แรงขึ้น คือเครื่องทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง DOHC วี 6 สูบ 2,894 ซีซี 331 กิโลวัตต์/450แรงม้า แต่มีการเปลี่ยนรายละเอียดอื่นๆ มากมายจนน้ำหนักรถพร้อมขับกลับลดลงเป็น 1,707 กก. กล่าวอย่างย่นย่อก็คือ จากรถ AUDI A5 COUPE พัฒนาเป็นรถ AUDI S5 COUPE แล้วก็พัฒนาเป็นรถ AUDI RS5 COUPE นั่นเอง ที่แตกต่างกันก็คือ การพัฒนาจาก AUDI A5 COUPE เป็น AUDI RS5 COUPE นั้น มีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาและรายละเอียดต่างๆ ที่มองเห็นได้ชัดอยู่มากมาย แต่การพัฒนาโดยการก้าวกระโดดจาก AUDI E-TRON GT เป็น AUDI RS E-TRON GT นี้ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลยที่สัมผัสได้ด้วยสายตา จุดเปลี่ยนที่พอหยิบยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างได้ก็คือ ชื่อโมเดลที่ติดอยู่บนตัวถัง การเปลี่ยนขนาดล้อจาก 19 นิ้ว เป็น 20 หรือ 21 นิ้ว และการเปลี่ยนไฟหน้าเป็นไฟ MATRIX LED (แมทริกซ์ แอลอีดี) การเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญอยู่ที่จุดเดียว คือการเพิ่มสมรรถนะของรถ รถโมเดลหัวกะทิโมเดลนี้ ยังคงใช้ระบบขับแบบเดียวกันกับรถซึ่งเป็นต้นตอ คือใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด ขับล้อคู่หน้าคู่หลัง แต่เพิ่มขนาดของมอเตอร์ขับล้อคู่หลัง ซึ่งส่งผลให้กำลังรวมสุทธิเพิ่มจาก 350 กิโลวัตต์/476 แรงม้า เป็น 440 กิโลวัตต์/598 แรงม้า คือ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25.7 และก็เช่นเดียวกันกับรถซึ่งเป็นที่มา คือ สามารถโอเวอร์บูสต์กำลังที่ว่านี้เป็น 475 กิโลวัตต์/646 แรงม้า ในช่วงเวลาสั้นๆ คือไม่เกิน 2.5 วินาที ส่วนระบบเกียร์ที่ใช้ก็ยังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 2 จังหวะ อุปกรณ์ป้อนพลังไฟฟ้าก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คือยังเป็น แบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน 800 โวลท์ ขนาดความจุรวม 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง การติดตั้งก็ทำเช่นเดิม คือติดตั้งอยู่กับพื้นรถในตำแหน่งที่ส่งผลให้อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักทั้งหมดของตัวรถลงสู่ล้อคู่หน้าและคู่หลัง มีค่าใกล้เคียงที่สุดกับค่าสมบูรณ์แบบ คือ 50:50 การเปลี่ยนแปลงในจุดสำคัญนี้ส่งผลเป็นอย่างมากต่ออัตราเร่ง แต่ส่งผลไม่มากนักกับตัวเลขความเร็ว อัตราการสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้า และระยะทางที่รถวิ่งได้ กล่าวคือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ลดเวลาจาก 4.5 เป็น 3.3 วินาที และจาก 4.1 เป็น 3.3 วินาที กรณีใช้แรงบูสต์ ส่วนความเร็วสูงสุดเพิ่มขีดจำกัดจาก 245 เป็น 250 กม./ชม. และเมื่อวัดตามมาตรฐานใหม่คือ WORLDWIDE HARMONIZED LIGHT VEHICLES TEST PROCEDURE ซึ่งนิยมเรียกกันโดยย่อว่า WLTP และเชื่อกันว่าให้ตัวเลขใกล้เคียงกับการใช้งานจริงมากกว่ามาตรฐานเก่า จะมีอัตราสิ้นเปลืองพลังไฟฟ้าเฉลี่ย 0.206-0.225 กิโลวัตต์ชั่วโมง/กม. และรถจะวิ่งได้ไกล 433-472 กม.เมื่อชาร์จไฟเต็ม เริ่มการจำหน่ายในเยอรมนีพร้อมกับการเปิดตัวเช่นกัน ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 19 เริ่มต้นที่ 138,200 ยูโร หรือประมาณ 5.11 ล้านบาทไทย คือ แพงขึ้นถึงร้อยละ 38.5 AUDI RS E-TRON GT
- รถพลังไฟฟ้าล้วนๆ ที่แรงที่สุดและเร็วที่สุดของค่ายเอาดี
- มิติตัวถัง 4.989×1.964×1.396 ม. สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.24
- มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ชุด 440 กิโลวัตต์/598 แรงม้า แบทเตอรี 93.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.(จำกัด)
- ราคารวมภาษีในเยอรมนี เริ่มต้นที่ 138,200 ยูโร (ประมาณ 5.11 ล้านบาทไทย)



![[ครบชุด] T0812187 (ตอนจบ) เม อความร กกลายเป นความแค ความช วจะถ กเป ดโปง](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/12/image-441.png)
![[ครบชุด] T0812183 Ep1 กชายล มรากเหง ไปทำงานในเม องได แล วล มแม วเอง](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/12/image-442.png)