• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0811091 เพราะความด ไม นหมดอาย แม คนอ นจะมองไม เห แต าเห นเสมอ

admin79 by admin79
November 10, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0811091 เพราะความด ไม นหมดอาย แม คนอ นจะมองไม เห แต าเห นเสมอ

ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์: ตำนานไฮเปอร์คาร์ผู้บุกเบิกในยุคดิจิทัล 2025

ในฐานะที่ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงยนตรกรรมสมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมกล้ายืนยันว่ามีรถยนต์ไม่กี่คันที่สามารถสร้างปรากฏการณ์และกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง และหนึ่งในนั้นคือ “ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์” (Porsche 918 Spyder) ที่แม้จะเปิดตัวในฐานะรถต้นแบบเมื่อช่วงต้นทศวรรษ 2010 แต่กลับทิ้งมรดกอันล้ำค่าไว้ให้แก่โลกยานยนต์ที่ก้าวเข้าสู่ปี 2025 ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดกลายเป็นเรื่องสามัญ ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ไม่ได้เป็นเพียงไฮเปอร์คาร์ที่เร็วและแรง แต่เป็นดั่งผู้พยากรณ์อนาคต ผู้ที่กล้าผสมผสานสุดยอดสมรรถนะเข้ากับประสิทธิภาพด้านพลังงานได้อย่างไร้ที่ติ และยังคงเป็นที่ต้องการของนักสะสมรถยนต์และผู้ที่มองหาการลงทุนในไฮเปอร์คาร์ระดับโลก

เมื่อพูดถึงปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ในปี 2025 เราไม่ได้มองมันในฐานะรถใหม่ป้ายแดงอีกต่อไป แต่เป็นเสมือนหนึ่งใน “Trinity” แห่งไฮเปอร์คาร์ปลั๊กอินไฮบริด (ร่วมกับ McLaren P1 และ Ferrari LaFerrari) ที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่วงการ บทบาทของมันคือการเป็นตำนานที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เป็นต้นแบบที่พิสูจน์ให้เห็นว่าสมรรถนะระดับสุดยอดสามารถอยู่ร่วมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ยิ่งในปัจจุบันที่ความยั่งยืนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนายานยนต์ ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ก็ยิ่งฉายแสงในฐานะวิสัยทัศน์ที่ก้าวข้ามกาลเวลา การได้ครอบครองหนึ่งใน 918 คันที่ผลิตออกมาจึงมิใช่เพียงการได้รถยนต์ชั้นเลิศ แต่คือการได้เป็นเจ้าของประวัติศาสตร์และอนาคตที่ถูกหล่อหลอมรวมกันอยู่ในหนึ่งเดียว

หัวใจแห่งนวัตกรรม: ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ก้าวล้ำ

สิ่งแรกที่ทำให้ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ โดดเด่นเหนือใครในยุคของมันคือ “ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งในเวลานั้นยังถือเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่และท้าทายอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง ปอร์เช่เลือกที่จะปฏิวัติวงการด้วยการผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.6 ลิตร รอบจัดที่สามารถลากได้ถึง 9,150 รอบต่อนาที ซึ่งให้พละกำลัง 608 แรงม้า (ไม่ใช่ 3.4 ลิตร 500 แรงม้าอย่างที่เข้าใจกันในตอนเป็น Concept Car) เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงอีก 3 ตัว ที่เพิ่มแรงม้ารวมกันได้อีก 286 แรงม้า ส่งผลให้พละกำลังสูงสุดของระบบรวมพุ่งทะยานไปถึง 887 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,280 นิวตันเมตร แรงบิดที่เหลือล้นนี้ทำให้การออกตัวเป็นไปอย่างดุดัน เร้าใจ และเป็นหนึ่งในประสบการณ์ขับขี่ที่ยากจะลืมเลือน

ในโลกปี 2025 ที่เทคโนโลยีไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าก้าวหน้าไปมาก เรายังคงต้องยกย่องวิศวกรรมอันชาญฉลาดของปอร์เช่ใน 918 สไปเดอร์ ระบบส่งกำลัง PDK 7 สปีดอันเลื่องชื่อของปอร์เช่ถูกปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ตัวแรกถูกติดตั้งอยู่ด้านหน้า เพื่อขับเคลื่อนล้อหน้า ทำให้ 918 สไปเดอร์ เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอัจฉริยะ (All-Wheel Drive) ที่สามารถกระจายแรงบิดได้อย่างแม่นยำตามสภาพการขับขี่ ในขณะที่มอเตอร์อีกสองตัวถูกรวมเข้ากับชุดเกียร์และขับเคลื่อนล้อหลัง ระบบนี้ไม่เพียงแต่ให้ “สมรรถนะสูง” อย่างเหนือจินตนาการ แต่ยังสามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร และทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยได้น่าทึ่งถึง 33.3 กิโลเมตรต่อลิตร (เทียบเท่า 90 MPG) พร้อมอัตราการปล่อย CO2 เพียง 70 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งในยุค 2025 ก็ยังถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับ “ไฮเปอร์คาร์” ที่ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 2.6 วินาที และความเร็วสูงสุดกว่า 345 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ความล้ำหน้าของ 918 สไปเดอร์ ยังรวมถึงการใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 6.8 kWh ที่สามารถชาร์จไฟกลับได้จากการเบรกและการทำงานของเครื่องยนต์ V8 รวมถึงการชาร์จจากภายนอก (Plug-in) ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญให้กับเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดใน “รถยนต์สมรรถนะสูง” รุ่นต่อ ๆ มาของปอร์เช่และค่ายอื่น ๆ ทั่วโลก การจัดการพลังงานอันชาญฉลาดนี้ถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 โหมดผ่านสวิตช์บนพวงมาลัย ตั้งแต่ E-Power (ไฟฟ้าล้วน), Hybrid, Sport Hybrid, Race Hybrid ไปจนถึง Hot Lap ที่ปลดปล่อยพละกำลังสูงสุดสำหรับการทำเวลาต่อรอบในสนามแข่งขัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต่อมาถูกนำไปปรับใช้ในรถยนต์สปอร์ตยุคใหม่ของปอร์เช่หลายรุ่น รวมถึง Taycan ที่เป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” ล้วน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของปอร์เช่ในการผสานความแรงเข้ากับประสิทธิภาพ

สุนทรียภาพแห่งความเร็ว: การออกแบบที่เหนือกาลเวลา

“การออกแบบรถยนต์” ของปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์รูปทรงที่สวยงาม แต่เป็นการหลอมรวม “สุนทรียภาพยานยนต์” เข้ากับหลัก “อากาศพลศาสตร์” อย่างสมบูรณ์แบบ Hakan Sarakoglu คือผู้อยู่เบื้องหลังเส้นสายที่น่าตื่นตาตื่นใจนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งในตำนานอย่าง Porsche 908 และ 917 Le Mans ผสมผสานกับองค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของ Carrera GT ผลลัพธ์ที่ได้คือรูปลักษณ์ที่กระทัดรัด แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดุดัน สง่างาม และเป็นอมตะ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน 918 สไปเดอร์ ก็ยังคงเป็น “ดีไซน์ไฮเปอร์คาร์” ที่ล้ำสมัยแม้จะผ่านไปกว่าทศวรรษ

โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก (Monocoque) ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เสริมแรงด้วยพลาสติก (CFRP) ไม่เพียงแต่มอบความแข็งแกร่งสูงสุด แต่ยังช่วยลดน้ำหนักของตัวรถให้เหลือเพียงประมาณ 1,640 กิโลกรัม (สำหรับรุ่น Weissach Package) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้าง “สมรรถนะเหนือระดับ” ไฟหน้า LED รูปทรงเพรียวบางที่ผสานเข้ากับช่องดักอากาศขนาดใหญ่และสปอยเลอร์หน้าคาร์บอนไฟเบอร์ สร้างมุมมองด้านหน้าที่ดุดันและพร้อมพุ่งทะยาน ขณะที่ด้านข้างเผยให้เห็นช่องรับอากาศขนาดใหญ่ที่ซ้อนทับอย่างชาญฉลาดกับแนวประตู ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังทำหน้าที่ป้อนอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่เครื่องยนต์และระบบระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือ “ท่อไอเสียที่ติดตั้งอยู่ด้านบน” (Top-Exit Exhaust Pipes) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนท้ายของรถที่ซับซ้อนด้วยปีกหลังแบบปรับระดับได้ (Active Aerodynamics) และไฟท้าย LED ทรงยาวรี ไม่เพียงแต่ดึงดูดสายตา แต่ยังทำหน้าที่สร้างแรงกด (Downforce) ให้กับตัวรถเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง ซึ่งระบบอากาศพลศาสตร์รอบคันสามารถทำค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ได้ต่ำเพียง 0.34 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมสำหรับไฮเปอร์คาร์ที่ต้องสร้างแรงกดมหาศาล ดีไซน์ที่ผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับความงดงามได้อย่างลงตัวนี้เองที่ทำให้ 918 สไปเดอร์ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักออกแบบรถยนต์ทั่วโลก และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ “มูลค่าเพิ่ม” ของรถคันนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาด “รถสะสมหรู”

วิศวกรรมการขับขี่: เหนือชั้นในสนามแข่ง สู่ท้องถนน

ในฐานะไฮเปอร์คาร์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อพิชิตสนามแข่งขัน ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ จึงมาพร้อมกับ “วิศวกรรมการขับขี่” ที่ได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงจากสนามแข่ง ระบบกันสะเทือนหน้า-หลังแบบปีกนกคู่ (Double-Wishbone Suspension) พร้อมโช้คอัพแบบปรับระดับความสูงได้ และระบบ Adaptive Damper Control (PASM) ทำงานร่วมกับเหล็กกันโคลงที่แข็งแกร่ง มอบการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมทั้งบนสนามแข่งอย่าง Nürburgring Nordschleife ที่ 918 สไปเดอร์ สามารถสร้างสถิติเวลาต่อรอบที่ 6:57 นาที ซึ่งเป็นครั้งแรกของรถโปรดักชั่นที่ทำได้ต่ำกว่า 7 นาที และบนถนนหลวงทั่วไปที่ยังคงความนุ่มนวลอย่างน่าทึ่ง

“ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก PCCB” (Porsche Ceramic Composite Brakes) คืออีกหนึ่งสุดยอดเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาเพื่อรองรับพละกำลังมหาศาลของ 918 สไปเดอร์ ด้วยจานเบรกขนาดใหญ่ที่ทำจากวัสดุคาร์บอนเซรามิก ช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง (Unsprung Mass) ได้อย่างมาก ให้ประสิทธิภาพในการหยุดรถที่ยอดเยี่ยมแม้ในการขับขี่ที่หนักหน่วง และมีความทนทานต่อการเฟด (Fade) สูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับ “รถยนต์สมรรถนะสูง” ที่ใช้ในการแข่งขันจริง ล้อแม็กนีเซียมอัลลอยด์น้ำหนักเบาดีไซน์โฉบเฉี่ยว ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่เสริมสร้างความโดดเด่นและประสิทธิภาพโดยรวมของตัวรถ

การกระจายน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบด้วยเครื่องยนต์วางกลางลำ (Mid-Engine Layout) ทำให้ 918 สไปเดอร์ มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำมาก และสามารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและมั่นคง ระบบ “ขับเคลื่อน 4 ล้อ” อัจฉริยะที่มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าจะเข้ามาช่วยเสริมแรงฉุดลาก ทำให้รถสามารถถ่ายทอดพละกำลังลงสู่พื้นได้อย่างเต็มที่และควบคุมได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพถนนใด ผู้ขับขี่จะรู้สึกถึงการเชื่อมโยงกับตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านพวงมาลัยที่ตอบสนองอย่างฉับไวและแม่นยำ รวมถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่คอยควบคุมเสถียรภาพ (PSM) ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานได้ตามโหมดการขับขี่ เพื่อให้ทั้งความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ

ห้องโดยสารของ 918 สไปเดอร์ ก็ไม่แพ้กัน แม้จะเน้นความสปอร์ตและฟังก์ชันการใช้งาน แต่ก็ยังคงความประณีตตามสไตล์ปอร์เช่ แผงหน้าปัดดิจิทัลและคอนโซลกลางแบบสัมผัส (ในยุค 2010 ถือว่าล้ำสมัยมาก) แสดงข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน ทั้งการใช้พลังงาน สถานะแบตเตอรี่ และโหมดการขับขี่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำไปสู่ห้องโดยสารแบบ “Cockpit” ที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางใน “รถยนต์พรีเมียม” ยุคปัจจุบัน การรวมกันของวิศวกรรมการขับขี่ที่ไร้ที่ติ เทคโนโลยีขั้นสูง และการออกแบบที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน ทำให้ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ไม่เพียงแต่เป็นรถที่เร็วและแรง แต่ยังเป็นรถที่ขับสนุกและมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริง

มรดกที่คงอยู่: ตำแหน่งในโลกยานยนต์ปี 2025

ในโลกแห่ง “ยานยนต์ไฟฟ้า” และ “เทคโนโลยีไฮบริด” ที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งในปี 2025 ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ยังคงเป็นเสมือนหลักไมล์สำคัญที่บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในฐานะหนึ่งใน “สุดยอดไฮเปอร์คาร์” ที่กล้าบุกเบิกการใช้ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด มันได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแนวคิดของการรวมสมรรถนะอันดุดันเข้ากับประสิทธิภาพด้านพลังงานนั้นเป็นไปได้ และเป็นทิศทางที่ถูกต้องสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต

อิทธิพลของ 918 สไปเดอร์ มีให้เห็นในรถยนต์ปอร์เช่รุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้ามาพัฒนาต่อยอดในรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Taycan หรือการสร้างรถยนต์ไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นอื่น ๆ ในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ค่ายรถยนต์คู่แข่งหันมาลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีไฮบริดสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูงของตนเอง ซึ่งเป็นการเร่งให้เกิดนวัตกรรมและ “อนาคตยานยนต์” ที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

สำหรับนักสะสมรถยนต์และผู้ที่มองหา “การลงทุนในไฮเปอร์คาร์” ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ถือเป็น “รถหายาก” ที่มีคุณค่าและศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 918 คันทั่วโลก ประกอบกับสถานะ “ตำนาน” ในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยี และสถิติที่น่าทึ่งในสนามแข่ง ทำให้ราคามือสองของ 918 สไปเดอร์ ถีบตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับตั้งแต่เปิดตัว และยังคงเป็นที่ต้องการใน “ตลาดรถสะสม” ทั่วโลก การครอบครอง 918 สไปเดอร์ ในปี 2025 จึงไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการซื้อ “มรดกทางวิศวกรรม” ชิ้นสำคัญที่จะคงอยู่ไปอีกนานแสนนาน

บทสรุปและคำเชิญชวน

ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ เป็นมากกว่ารถยนต์ มันคือเครื่องพิสูจน์ถึงวิสัยทัศน์ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่นของปอร์เช่ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว แต่ยังขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและหัวใจที่มุ่งสู่อนาคต ในปี 2025 นี้ ที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์อย่างเต็มตัว เรื่องราวของ 918 สไปเดอร์ ยังคงเป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจที่สำคัญ ที่แสดงให้เห็นว่าขีดจำกัดของสมรรถนะและประสิทธิภาพสามารถถูกทลายลงได้ หากมีความกล้าที่จะคิดต่างและลงมือทำอย่างจริงจัง

หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสุดยอดวิศวกรรม ผู้มองหาสมบัติล้ำค่าแห่งวงการยานยนต์ หรือผู้ที่ต้องการสัมผัสอนาคตที่เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อทศวรรษก่อนหน้า ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ ยังคงยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์ที่ไม่เสื่อมคลาย ด้วยคุณค่าที่ไม่ได้ลดลงไปตามกาลเวลา หากคุณปรารถนาที่จะทำความเข้าใจใน “คุณค่าของรถยนต์” เหนือระดับเช่นนี้ หรือกำลังมองหาโอกาสในการเป็นเจ้าของ “ปอร์เช่รุ่นพิเศษ” ที่เป็นดั่งงานศิลปะและนวัตกรรม โปรดอย่าลังเลที่จะติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์พรีเมียม เพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุดยอดยนตรกรรมคันนี้ และสำรวจความเป็นไปได้ในการเพิ่มคอลเลกชันของคุณด้วยตำนานที่ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ

Previous Post

[ครบชุด] T0811103 กใจน งก กใจน งก ทำเพ องาน งานน จะจบย งไง

Next Post

[ครบชุด] T0811098 องสาวล มบ ญค ณพ ชาย คนแบบน ดจบไม สวยส กคน

Next Post
[ครบชุด] T0811098 องสาวล มบ ญค ณพ ชาย คนแบบน ดจบไม สวยส กคน

[ครบชุด] T0811098 องสาวล มบ ญค ณพ ชาย คนแบบน ดจบไม สวยส กคน

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.