BMW ควบรวม Alpina: ถอดรหัสกลยุทธ์พลิกโฉมตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงสู่ยุค 2025 และอนาคตที่เหนือกว่า
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การประกาศควบรวมกิจการ Alpina สำนักแต่งคู่บุญที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี เข้ามาอยู่ภายใต้ชายคาของ BMW Group เมื่อปี 2565 นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวพาดหัวธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์อันลึกซึ้งที่พร้อมจะเขย่าภูมิทัศน์ของตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามองไปข้างหน้าถึงปี 2025 และทศวรรษถัดไป ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงนี้มานานกว่าทศวรรษ ผมเชื่อว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือหมากสำคัญที่ BMW วางไว้เพื่อเสริมแกร่งตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมสมรรถนะสูง และสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนเหนือคู่แข่งในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างไม่หยุดยั้ง
ย้อนรอยตำนาน 60 ปีแห่งพันธะผูกพัน: Alpina คือใครในโลก BMW?
ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึงอนาคตที่ BMW Group และ Alpina จะสร้างร่วมกัน เราต้องเข้าใจถึงรากฐานอันแข็งแกร่งและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ Alpina เป็นที่รักของนักขับผู้หลงใหลในความพิเศษเฉพาะตัวมาอย่างยาวนาน
Alpina ไม่ใช่สำนักแต่งรถทั่วไป แต่เป็นผู้ผลิตรถยนต์ขนาดเล็กที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานกำกับดูแลของเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นในปี 2508 โดย Burkard Bovensiepen โดยมีจุดเริ่มต้นจากการผลิตเครื่องพิมพ์ดีด ก่อนจะหันมามุ่งมั่นกับการปรับแต่งและยกระดับสมรรถนะของรถยนต์ BMW Alpina ไม่ได้เน้นเพียงแค่พละกำลังดิบหรือความเร็วสูงสุดเหมือนกับ BMW M แต่กลับมุ่งเน้นไปที่ปรัชญา “Comfort-Oriented Performance” หรือ “สมรรถนะที่มาพร้อมความสะดวกสบายสูงสุด” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหรา ความประณีตในการขับขี่ และพละกำลังที่เหลือเฟือสำหรับการเดินทางระยะไกลด้วยความเร็วสูงอย่างมีสไตล์และผ่อนคลาย
รถยนต์ Alpina แต่ละคันถูกสร้างขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันจากโรงงานเล็กๆ ในเมือง Buchloe ประเทศเยอรมนี โดยใช้พื้นฐานจากรถยนต์ BMW รุ่นต่างๆ แต่ Alpina จะทำการปรับแต่งแทบทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่เครื่องยนต์ที่ผ่านการปรับจูนพิเศษ เกียร์ที่ได้รับการปรับปรุงช่วงอัตราทด ระบบช่วงล่างที่เซ็ตอัพใหม่เพื่อความนุ่มนวลแต่เกาะถนนสูงสุด ภายในห้องโดยสารที่ประดับประดาด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม งานฝีมือที่ละเอียดอ่อน รวมถึงการตกแต่งภายนอกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างล้อดีไซน์คลาสสิก 20 ก้านอันเป็นสัญลักษณ์ และชุดแต่งที่ดูเรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยความดุดัน
ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา Alpina ได้สร้างสรรค์รถยนต์ในฝันให้กับลูกค้าที่ต้องการบางสิ่งที่เหนือกว่าและแตกต่างจาก BMW M ลูกค้าของ Alpina มักเป็นผู้ที่ชื่นชมในความประณีต ความพิเศษเฉพาะตัว และสมรรถนะที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ในสนามแข่งเท่านั้น รุ่นที่โดดเด่นอย่าง BMW Alpina B7, B3, D3, XB7 หรือ B8 Gran Coupé ล้วนเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเลงรถทั่วโลก ยอดการผลิตที่ราว 2,000 คันต่อปีสะท้อนให้เห็นถึงความพิเศษและความต้องการในตลาดเฉพาะกลุ่มนี้อย่างชัดเจน การเป็นแบรนด์ที่มีจุดยืนที่มั่นคงและชัดเจนเช่นนี้เองที่ทำให้ Alpina มีคุณค่าอย่างยิ่งในสายตาของ BMW Group
ดีลประวัติศาสตร์ที่เขย่าวงการ: เบื้องลึกการควบรวมกิจการและบทบาทสู่ปี 2025
การประกาศควบรวมกิจการ Alpina โดย BMW Group เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2565 นั้น เป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจของค่ายใบพัดสีฟ้าที่จะขยายและเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์หรูพรีเมียมอย่างแท้จริง แม้จะไม่มีการเปิดเผยมูลค่าดีล แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของทั้งสองแบรนด์
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคือ Alpina จะยังคงปรับแต่งรถยนต์ BMW ที่โรงงานของตัวเองไปจนถึงปี 2568 (2025) และหลังจากนั้นจะยุติการดำเนินกิจการที่โรงงานดังกล่าว นี่ไม่ใช่จุดจบของ Alpina แต่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่และเป็นหมุดหมายที่สำคัญยิ่ง หลังจากปี 2025 Alpina จะเปลี่ยนบทบาทไปสู่การเป็นแบรนด์ย่อยอย่างเป็นทางการภายใต้การดูแลของ BMW Group อย่างเต็มตัว โดย BMW จะเข้ามารับผิดชอบในด้านการผลิต การจัดจำหน่าย และการทำตลาดอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งนี้ทำให้ BMW สามารถควบคุมคุณภาพ การขยายตลาด และการบูรณาการเทคโนโลยีได้ดีขึ้นอย่างมหาศาล
การเปลี่ยนแปลงนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ส่งผลให้เกิดการผูกขาดหรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในตลาด ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของการควบรวมกิจการขนาดใหญ่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์ที่ BMW Group จะได้รับคือสิทธิ์ในการใช้ตราสินค้า Alpina อย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัด และเป็นก้าวสำคัญในการขยายอาณาจักรของ BMW ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมสมรรถนะสูง
ทำไม BMW ต้อง Alpina? ถอดรหัสกลยุทธ์สู่ปี 2025 และอนาคต
คำถามที่หลายคนสงสัยคือ BMW Group มี BMW M ซึ่งเป็นหน่วยงานที่พัฒนา Performance Car อยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องควบรวม Alpina อีกครั้ง นี่คือจุดที่วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ของ BMW Group แตกต่างและน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับภูมิทัศน์ของปี 2025 และหลังจากนั้น:
การเติมเต็มช่องว่างในตลาดและสร้างความแตกต่างจาก BMW M:
BMW M มุ่งเน้นไปที่สมรรถนะในสนามแข่ง ความเร้าใจในการขับขี่ และพละกำลังสูงสุดที่ตอบสนองต่อการควบคุมแบบสปอร์ตอย่างแท้จริง ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง ช่วงล่างที่แข็งแกร่ง และการออกแบบที่ดุดัน สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงที่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความประณีตในการขับขี่สำหรับการเดินทางระยะไกล หรือที่เรียกว่า “Gentleman’s Performance” Alpina คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด การมีทั้ง BMW M และ Alpina ทำให้ BMW Group สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายและเฉพาะเจาะจงในตลาดรถยนต์พรีเมียมสมรรถนะสูงได้อย่างครอบคลุม โดย M สำหรับ “Ultimate Driving Machine” ที่เน้นความสปอร์ตจัดจ้าน และ Alpina สำหรับ “Luxury Performance Touring” ที่เน้นความหรูหราและประณีต สิ่งนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นในปี 2025 ที่ผู้บริโภคมีความต้องการเฉพาะทางมากขึ้น
การขยายตลาดและการเข้าถึงลูกค้าทั่วโลก:
ก่อนการควบรวมกิจการ Alpina มีข้อจำกัดในการผลิตและการจัดจำหน่าย รถยนต์ Alpina มีจำหน่ายในบางประเทศและต้องใช้เวลารอคอยนานเนื่องจากการผลิตด้วยมือ การเข้ามาของ BMW Group จะช่วยให้ Alpina สามารถใช้เครือข่ายการผลิตและจัดจำหน่ายทั่วโลกของ BMW ได้อย่างเต็มที่ ทำให้รถยนต์ Alpina เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นและในวงกว้างขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยคาดว่าหลังจากปี 2025 เราจะเห็น Alpina รุ่นต่างๆ วางจำหน่ายในโชว์รูม BMW ทั่วโลก พร้อมตัวเลือกการสั่งผลิตที่รวดเร็วและเป็นมาตรฐานมากขึ้น สิ่งนี้จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและส่วนแบ่งการตลาดให้กับ BMW Group อย่างมหาศาล
การยกระดับแบรนด์สู่ความหรูหราและพิเศษเฉพาะตัว (Ultra-Luxury & Exclusivity):
ในยุคที่ตลาดรถยนต์หรูมีการแข่งขันสูงและผู้บริโภคแสวงหาประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร Alpina คือแบรนด์ที่มีเรื่องราว งานฝีมือ และความพิเศษเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การที่ BMW เข้ามาควบคุมแบรนด์ Alpina จะช่วยให้ BMW สามารถนำเสนอตัวเลือกระดับ Ultra-Luxury ที่เหนือกว่า M เพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้จากบริการปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Bespoke Customization) และสร้างภาพลักษณ์ของความพิเศษที่ไม่เหมือนใครให้กับ BMW Group สิ่งนี้จะคล้ายคลึงกับที่ Mercedes-Benz ทำกับ AMG เมื่อ 20 ปีก่อน แต่ BMW Group มีโอกาสที่จะสร้างความแตกต่างได้เหนือกว่าด้วยการรักษาเอกลักษณ์ของ Alpina ให้คงอยู่ควบคู่ไปกับนวัตกรรมใหม่ๆ
การเตรียมพร้อมสำหรับยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า (Electrification Era):
ประเด็นนี้สำคัญอย่างยิ่งในบริบทของปี 2025 ที่โลกกำลังมุ่งหน้าสู่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว เดิมที Alpina มีจุดเด่นเรื่องการประกอบเครื่องยนต์สันดาปภายในด้วยแรงคน และผู้บริหารเคยกล่าวว่าลูกค้ายังไม่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าจากพวกเขา อย่างไรก็ตาม การควบรวมกิจการนี้ทำให้ BMW Group สามารถวางแผนอนาคตของ Alpina ในระยะยาวได้ แม้ในช่วงแรก Alpina อาจยังคงมุ่งเน้นไปที่เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ ซึ่งยังคงมีตลาดขนาดใหญ่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเครื่องยนต์และความรู้สึกในการขับขี่แบบดั้งเดิม แต่ในอนาคต BMW Group ย่อมสามารถนำเทคโนโลยีระบบส่งกำลังไฟฟ้ามาปรับใช้กับ Alpina ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างสรรค์ “Alpina i Performance” ที่ยังคงไว้ซึ่งปรัชญา “Comfort-Oriented Performance” แต่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า หรืออย่างน้อยก็เป็น Hybrid Performance ที่ผสานโลกทั้งสองเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อเทรนด์ตลาดและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในปี 2025 และหลังจากนั้น
อนาคต Alpina ภายใต้ปีก BMW: เส้นทางใหม่หลังปี 2025
หลังจากปี 2025 ที่โรงงานใน Buchloe ยุติบทบาทในการผลิตรถยนต์ Alpina ด้วยตัวเอง อนาคตของแบรนด์ Alpina จะยิ่งน่าสนใจและเต็มไปด้วยศักยภาพ:
การบูรณาการการผลิตและการรักษาคุณภาพ:
การผลิตรถยนต์ Alpina จะถูกย้ายไปยังโรงงานของ BMW Group ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของสายการผลิตหลักหรือในส่วนที่จัดสรรไว้เป็นพิเศษ (Dedicated Manufaktur) เพื่อให้ยังคงรักษามาตรฐานการผลิตที่พิถีพิถันและงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ Alpina ไว้ได้ ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญจาก Alpina อาจถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน BMW เพื่อถ่ายทอดความรู้และปรัชญาการทำงาน อันจะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดียิ่งขึ้นไปอีก
การขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Portfolio Expansion):
ด้วยทรัพยากรที่มากขึ้นของ BMW Group Alpina อาจมีโอกาสพัฒนาและนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ครอบคลุมในหลายเซกเมนต์ โดยอาจจะมีทั้งรุ่นที่อิงกับรถยนต์ BMW ที่ได้รับความนิยม และอาจจะมีรุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะในนาม Alpina อย่างแท้จริง การเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของ BMW จะช่วยให้ Alpina สามารถยกระดับสมรรถนะ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายไปอีกขั้น
ประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่เหนือกว่า:
ลูกค้า Alpina จะได้รับประโยชน์จากการบริการหลังการขายและการดูแลที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ BMW ทั่วโลก รวมถึงการเข้าถึงอะไหล่และอุปกรณ์เสริมที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ BMW Group อาจจะนำเสนอโปรแกรมการปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Individualization) ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นภายใต้แบรนด์ Alpina เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า Ultra-Luxury ที่ต้องการรถยนต์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง
การอยู่ร่วมกับ BMW M:
ความท้าทายสำคัญคือการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจนระหว่าง Alpina และ BMW M แต่ผมเชื่อว่า BMW Group จะสามารถทำได้โดยเน้นย้ำถึงปรัชญาที่แตกต่างกัน: BMW M คือตัวแทนของ “ความแรงดิบและความแม่นยำในสนามแข่ง” ในขณะที่ Alpina จะเป็น “ความหรูหรา ประณีต และสมรรถนะที่สมดุลสำหรับการเดินทางที่รวดเร็วและสะดวกสบาย” โดยอาจจะมีการใช้แพลตฟอร์มพื้นฐานร่วมกัน แต่มีการปรับแต่งทางวิศวกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในส่วนของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง และการตกแต่งภายใน เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความชอบส่วนบุคคล
การรับมือกับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า:
แม้ Alpina จะยังคงมุ่งเน้นเครื่องยนต์สันดาปภายในในระยะสั้น แต่ในระยะยาว BMW Group ย่อมต้องนำ Alpina เข้าสู่โลกของพลังงานไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจเริ่มต้นด้วยรุ่น Plug-in Hybrid Performance ที่ผสานเครื่องยนต์ Alpina อันเลื่องชื่อเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า Alpina เต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ โดยยังคงรักษาปรัชญาของแบรนด์ไว้ นั่นคือ “สมรรถนะที่ประณีตและไร้รอยต่อ” ซึ่งอาจหมายถึงการส่งมอบพละกำลังที่มหาศาลแต่ราบรื่น นุ่มนวล และเงียบสงบในแบบที่ Alpina ถนัด
ภูมิทัศน์ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงปี 2025: Alpina จะเปลี่ยนเกมอย่างไร?
ในปี 2025 ตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถหรูพรีเมียมจะยังคงเป็นตลาดที่แข็งแกร่ง แม้จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดและทิศทางของพลังงานไฟฟ้าที่ชัดเจนขึ้น Alpina ภายใต้การนำของ BMW Group จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์นี้:
การเพิ่มทางเลือกในตลาด Ultra-Luxury:
Alpina จะเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์หรูสมรรถนะสูงที่มีความเป็นส่วนตัวสูง ไม่ได้ต้องการรถแข่งบนถนน แต่ต้องการรถยนต์ที่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยความเร็วสูงอย่างสะดวกสบายและมีสไตล์ ซึ่งเป็นช่องว่างที่คู่แข่งอย่าง Mercedes-AMG, Porsche หรือ Audi RS อาจจะไม่ได้เติมเต็มได้สมบูรณ์เท่า
การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ “Luxury Performance”:
ด้วยการผนวกงานฝีมือของ Alpina เข้ากับวิศวกรรมขั้นสูงและกำลังการผลิตของ BMW Group จะช่วยยกระดับมาตรฐานของคำว่า “Luxury Performance” ให้สูงขึ้นไปอีก ลูกค้าจะคาดหวังได้ถึงความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านสมรรถนะ การตกแต่งภายใน และความพิเศษเฉพาะตัว
การรับมือกับคู่แข่งอย่างชาญฉลาด:
การควบรวม Alpina จะทำให้ BMW Group มีอาวุธที่หลากหลายในการต่อสู้กับคู่แข่งโดยตรงอย่าง Mercedes-AMG ที่มีปรัชญาคล้ายคลึงกันในการนำรถบ้านมาเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันกับแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด Ultra-Luxury ที่มุ่งเน้นความพิเศษและงานฝีมือ
การดึงดูดนักลงทุนและผู้ที่หลงใหลในยานยนต์:
รถยนต์ Alpina อาจกลายเป็นของสะสมที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต เนื่องจากการผลิตที่เคยทำด้วยมืออันจำกัด และความเป็นตำนานที่ยังคงมีชีวิตอยู่ภายใต้ BMW Group การลงทุนในรถยนต์ Alpina อาจให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบยานยนต์และมองเห็นคุณค่าที่แท้จริง
บทสรุปและอนาคตที่น่าจับตา
การควบรวมกิจการ Alpina โดย BMW Group ไม่ใช่แค่การซื้อขายแบรนด์ แต่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่เฉลียวฉลาดและมองการณ์ไกล มันคือการลงทุนในอนาคตของตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถหรูพรีเมียม การผสมผสานระหว่างมรดกอันยาวนานของ Alpina กับนวัตกรรมและขีดความสามารถของ BMW Group จะสร้างสรรค์รถยนต์ที่เหนือความคาดหมาย และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบได้
ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป เราจะได้เห็นบทบาทใหม่ของ Alpina ที่เด่นชัดและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนจาก BMW Group แบรนด์ Alpina จะยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ “Gentleman’s Performance” ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ การบูรณาการเทคโนโลยี หรือการเตรียมพร้อมสำหรับเส้นทางสู่พลังงานไฟฟ้า ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการนี้ เชื่อมั่นว่า Alpina ภายใต้ปีก BMW Group จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่น่าจับตามองและเป็นที่ปรารถนาที่สุดในโลกยานยนต์ยุคใหม่
เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่นิยามของ “สมรรถนะ” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเร็วสูงสุดอีกต่อไป แต่หมายถึงประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ และ Alpina พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำในเส้นทางนั้น
คุณพร้อมแล้วหรือยังที่จะสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับจาก Alpina ในยุคใหม่? มาร่วมกันติดตามและเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้ แล้วมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันว่าคุณมองเห็นอนาคตของ Alpina อย่างไรบ้าง!

