โตโยต้าสร้างปรากฏการณ์ใหม่ 2025: Yaris ATIV HEV พลิกโฉม Eco-Sedan สู่ยุคไฮบริด และ bZ4X เบิกทางสู่โลก EV แห่งอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่งของตลาดรถยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2025 ที่เทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) กำลังพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด โตโยต้า ผู้นำที่มองการณ์ไกลและเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่กลับเดินหน้าสร้างนิยามใหม่ของ “การขับเคลื่อน” ด้วยการเปิดตัวสองโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาเขย่าวงการ นั่นคือ NEW YARIS ATIV HEV ที่จะมาเติมเต็มช่องว่างในตลาด Eco-Segment ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และ NEW bZ4X รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่กลับมาพร้อมความพร้อมที่เหนือกว่าเดิม นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของโตโยต้าในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคยานยนต์แห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
NEW YARIS ATIV HEV: นิยามใหม่ของ Eco-Sedan ที่เหนือกว่าความคาดหมายในปี 2025
ตลาดรถยนต์ Eco-Segment ในประเทศไทยยังคงเป็นฐานที่มั่นสำคัญสำหรับผู้บริโภคที่มองหารถยนต์คุ้มค่า ประหยัด และใช้งานได้จริง และ Yaris ATIV ก็ได้พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนานด้วยยอดขายสะสมกว่า 280,000 คันนับตั้งแต่ปี 2560 แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อรถรุ่นนี้ แต่ในโลกที่หมุนไปข้างหน้า การยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้นคือสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการ และนั่นคือที่มาของ NEW YARIS ATIV HEV รถยนต์ซับคอมแพคซีดานขุมพลังไฮบริด ที่โตโยต้าพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Be Confident & Beyond Expectation” ซึ่งผมเชื่อมั่นว่านี่คือการพลิกโฉมครั้งใหญ่ที่จะทำให้ Yaris ATIV HEV กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฮบริดในกลุ่ม Eco-Segment อย่างแท้จริง
สมรรถนะไฮบริดที่เหนือชั้น: ประหยัด แรง มั่นใจ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ NEW YARIS ATIV HEV โดดเด่นเหนือคู่แข่งคือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากโตโยต้า ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดรหัส 2NR-VEX ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ที่ทันสมัย ทำให้ได้กำลังสูงสุดรวม 111 แรงม้า ตัวเลขนี้อาจดูไม่หวือหวาบนกระดาษ แต่ในสถานการณ์การขับขี่จริง โดยเฉพาะการออกตัวหรือเร่งแซง ระบบไฮบริดของโตโยต้าจะมอบแรงบิดในทันทีจากมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้การขับขี่รู้สึกกระฉับกระเฉงและตอบสนองได้ดีกว่าเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตรทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เคลมได้ถึง 29.4 กม./ลิตร (ตามมาตรฐาน ECO Sticker ในรุ่น HEV Premium) นี่คืออัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในกลุ่มรถไฮบริดในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงการออกแบบและปรับจูนระบบส่งกำลัง E-CVT ที่ชาญฉลาด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่น หรือเดินทางไกลออกต่างจังหวัด ตัวเลขนี้หมายถึงค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่ลดลงอย่างมหาศาล และนั่นคือ “ความคุ้มค่า” ที่เป็นหัวใจของรถยนต์ Eco-Segment ที่แท้จริง
ดีไซน์ที่หรูหราและฟังก์ชันที่ครบครัน: HEV Premium ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่
NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV Premium ได้รับการออกแบบภายนอกให้ดูพรีเมียมและทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าโครเมียมรมดำด้านบน และกระจังหน้าด้านล่างสีเทาเมทัลลิก พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูภูมิฐานและมีสไตล์
ภายในห้องโดยสารคืออาณาจักรแห่งความสะดวกสบายและความล้ำสมัยที่พร้อมตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้วรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ช่วยให้การเชื่อมต่อและเข้าถึงแอปพลิเคชันโปรดเป็นไปอย่างง่ายดาย ไร้สายระโยงระยาง อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) คืออีกหนึ่งฟังก์ชันที่ขาดไม่ได้ในยุคดิจิทัล ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electric Parking Brake) พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH (Auto Brake Hold) ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และจอดรถในเมืองที่มีการจราจรติดขัด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องปรับอากาศตอนหลังและระบบกรองฝุ่น PM2.5 ตอกย้ำความใส่ใจในสุขภาพและความสบายของผู้โดยสารทุกคน และที่พิเศษคือไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) ที่ปรับได้ถึง 64 เฉดสี ซึ่งจะช่วยยกระดับสุนทรียภาพในการเดินทางให้แตกต่างกันไปในแต่ละวัน ผมมองว่าฟังก์ชันเหล่านี้ไม่เพียงแค่เป็น “ลูกเล่น” แต่คือการยกระดับประสบการณ์การใช้รถให้เหนือกว่าความคาดหมายอย่างแท้จริง
ความปลอดภัยระดับโลก: มั่นใจทุกเส้นทางด้วย Toyota Safety Sense (TSS)
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอย้ำว่าความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญ และโตโยต้าไม่เคยประนีประนอมในเรื่องนี้ NEW YARIS ATIV HEV มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) ที่อัปเกรดมาพร้อมฟังก์ชันใหม่ LKC (Lane Keeping Control) ซึ่งจะทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control แบบ All-speed เพื่อช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนทางหลวงที่ใช้ความเร็วสูง หรือการจราจรติดขัดในเมือง ฟังก์ชันเหล่านี้จะช่วยลดภาระของผู้ขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor), ระบบช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA (Rear Cross Traffic Alert), กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor), สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง รวมถึงกล้องวิดีโอบันทึกภาพด้านหน้า DVR (Digital Video Recorder) และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง สิ่งเหล่านี้รวมกันเป็นชุดความปลอดภัยที่ครบครัน ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเดินทางได้อย่างมั่นใจไร้กังวล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในสภาพการจราจรของประเทศไทยปี 2025
HEV GR Sport: เร้าใจ สปอร์ต ขับสนุก ในแบบฉบับ GR
สำหรับผู้ที่มองหาความโดดเด่นและสมรรถนะการขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น โตโยต้าได้นำเสนอ NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV GR Sport ที่มาพร้อมชุดแต่ง GR-S รอบคัน ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ GR, สเกิร์ตกันชนหน้า, ชุดสเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาสีดำ และกระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและดุดัน สะท้อน DNA แห่งมอเตอร์สปอร์ตจาก GR ได้อย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสาร เบาะหนังสังเคราะห์และพวงมาลัยสีดำพร้อมโลโก้ GR มอบบรรยากาศที่สปอร์ตเร้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น จุดเด่นของรุ่น GR Sport คือการปรับจูนช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS เป็นพิเศษ ซึ่งในฐานะผู้ขับขี่ ผมยืนยันได้ว่าการปรับจูนนี้จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง พวงมาลัยจะให้การตอบสนองที่คมชัดและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วงล่างจะให้ความรู้สึกหนึบแน่น มั่นคง เพิ่มความสนุกและความมั่นใจในการเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน ทำให้ NEW YARIS ATIV HEV GR Sport ไม่ได้เป็นแค่รถที่ดูสปอร์ต แต่ขับขี่ได้สปอร์ตจริงๆ
ความไว้วางใจที่ยั่งยืน: “TOYOTA NO.1 TRUSTED HYBRID”
โตโยต้าเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฮบริดในประเทศไทยมานานกว่า 16 ปี และความสำเร็จนี้ไม่ได้มาจากแค่ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่มาจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ ในปี 2025 โตโยต้ายังคงยืนยันแนวคิด “TOYOTA NO.1 TRUSTED HYBRID” ด้วยจุดแข็งที่เหนือกว่า:
การรับประกันที่ไร้กังวล: รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และแบตเตอรี่ไฮบริดสูงสุด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (เมื่อเข้าเช็กระยะตามเงื่อนไข TCFR Plus+) นี่คือความอุ่นใจที่หาได้ยากในตลาด
ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ: ศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่าง Toyota Service Technician ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านระบบไฮบริดมากกว่า 8,000 คน พร้อมเครื่องมือซ่อมบำรุงที่ได้มาตรฐาน
ความพร้อมด้านอะไหล่: โตโยต้าเตรียมอะไหล่รองรับนานกว่า 15 ปี และสามารถจัดส่งได้เร็วสุดภายใน 48 ชั่วโมง การมีอะไหล่พร้อมและศูนย์บริการครอบคลุมคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นเจ้าของรถไฮบริดในระยะยาว
จุดแข็งเหล่านี้ไม่เพียงแค่สร้างความมั่นใจ แต่ยังส่งผลต่อมูลค่าการขายต่อของรถยนต์ไฮบริดโตโยต้าที่ยังคงสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความคุ้มค่าที่คุณจะได้รับจากการเป็นเจ้าของ NEW YARIS ATIV HEV
NEW bZ4X: โตโยต้าพุ่งทะยานสู่โลก BEV อย่างเต็มกำลังในปี 2025
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และในปี 2025 ก็ยิ่งจะทวีความร้อนแรงขึ้นไปอีก โตโยต้าในฐานะผู้นำที่มองการณ์ไกล ไม่ได้เพียงแต่นั่งมอง แต่กลับมาพร้อมกับการประกาศศักดาอย่างเต็มตัวด้วย NEW bZ4X รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ D-Segment ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหารถ SUV ขนาดใหญ่ ด้วยเป้าหมายยอดขายที่ทะเยอทะยานถึง 6,000 คันภายในปีแรก
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า NEW bZ4X เป็นเพียงการปรับโฉม Minor Change แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์ไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา น่าดึงดูด และที่สำคัญคือสมรรถนะที่ได้รับการปรับปรุงให้เหนือกว่าเดิม การกลับมาของ bZ4X ในปี 2025 นี้ เป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่นในรูปแบบ CBU (Completely Built Up) และเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับสิทธิประโยชน์และราคาที่เข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น
ประสิทธิภาพและพิสัยการขับขี่ที่เหนือกว่า: ลบทุกข้อกังวลเรื่อง Range Anxiety
หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญที่สุดของ NEW bZ4X รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ คือระยะการขับขี่ที่ไกลถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ภายใต้มาตรฐาน NEDC (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงและอยู่ระหว่างการรับรองขั้นสุดท้าย) ตัวเลข 600 กม. นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันช่วยลบความกังวลเรื่อง “Range Anxiety” หรือความกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทยมาโดยตลอด ด้วยระยะทางขนาดนี้ bZ4X จะสามารถรองรับการเดินทางระหว่างจังหวัดได้สบายๆ หรือใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองได้หลายวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อยๆ ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ “ใช้งานได้จริง” และสะดวกสบายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ พละกำลังสูงสุดได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และการชาร์จไฟก็รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในยุคที่เวลาเป็นสิ่งมีค่า ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ยังคงติดตั้งมาให้เต็มรูปแบบในทุกรุ่นย่อย มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานโตโยต้า
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ: ความมั่นคง นุ่มนวล ควบคุมได้ดั่งใจ
ในฐานะผู้ทดลองขับ ผมเชื่อมั่นว่า NEW bZ4X จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่อยู่ในระดับ “สูงสุดในรถระดับเดียวกัน” ทั้งในด้านเสถียรภาพ (stability) ที่ให้ความมั่นคงในการเดินทางบนทุกสภาพถนน ความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัย (steering feel) ที่ตอบสนองได้แม่นยำและเป็นธรรมชาติ ความนุ่มนวล (riding comfort) ที่มอบความสบายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง และประสิทธิภาพการเบรกที่เชื่อถือได้ นี่คือผลลัพธ์จากวิศวกรรมขั้นสูงของโตโยต้า ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ตัวเลขบนกระดาษ แต่เน้นที่ประสบการณ์การขับขี่ที่ “รู้สึกได้” จริงๆ และสื่อมวลชนจะได้สัมผัสความยอดเยี่ยมนี้ด้วยตนเองในช่วงปลายเดือนตุลาคม ก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการช่วงกลางเดือนตุลาคม และเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป
ราคาที่เข้าถึงได้และความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของ bZ4X
NEW bZ4X พร้อมให้ลูกค้าจับจองสิทธิ์ล่วงหน้าแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ที่ 1,5xx,xxx บาท และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ที่ 1,6xx,xxx บาท ซึ่งเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด D-Segment BEV SUV ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เหนือสิ่งอื่นใด คือความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจากโตโยต้า ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโลก ระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่ที่ครอบคลุม และเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ ทำให้ NEW bZ4X ไม่ได้เป็นแค่รถยนต์ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย แต่ยังมาพร้อมกับการรับประกันความสบายใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของคุณ
โตโยต้ากับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและอนาคตที่ยั่งยืน
การเปิดตัว NEW YARIS ATIV HEV และ NEW bZ4X ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการเป็น “ผู้ผลิตรถยนต์แบบครบวงจร” ที่เข้าใจความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง นอกจากนี้ โตโยต้ายังคงมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศที่สูงถึง 73% ใน YARIS ATIV และเริ่มต้นที่ 65% ใน NEW YARIS ATIV HEV พร้อมแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนให้สูงขึ้น รวมถึงการส่งออกรถรุ่นนี้ไปยังกว่า 23 ประเทศทั่วโลก นี่คือการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของวิศวกรและภาคอุตสาหกรรมไทยภายใต้มาตรฐานการผลิตระดับโลกของโตโยต้า
ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ NEW YARIS ATIV HEV และ bZ4X สำหรับปี 2025
เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าและเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของยานยนต์แห่งอนาคตได้ง่ายยิ่งขึ้น โตโยต้าได้จัดเตรียมข้อเสนอสุดพิเศษที่น่าสนใจ:
สำหรับ NEW YARIS ATIV HEV:
ราคาพิเศษช่วงแนะนำ (ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 2568 – 31 ธ.ค. 2568):
รุ่น HEV Premium ราคา 719,000 บาท
รุ่น HEV GR Sport ราคา 769,000 บาท
ข้อเสนอการผ่อนชำระ: ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,443 บาทต่อเดือน หรือเลือกรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care
การรับประกันพิเศษ: ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดเป็น 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (เมื่อเช็กระยะตามกำหนด) พร้อมขยายระยะเวลารับประกัน TCFR Plus+ มูลค่า 12,000 บาท (สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.)
บริการและสิทธิพิเศษอื่นๆ: บริการสินเชื่อ Connected Auto Loan (CAL), ประกัน PHYD, โปรแกรมสะสมคะแนน Toyota Alive X, โปรแกรม TCFR Plus+
อุปกรณ์ตกแต่ง:
ชุดแต่ง CHARISMO DRIFT: ราคาแนะนำพิเศษ 15,990 บาท (จาก 19,990 บาท) ผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 240 บาท/เดือน
ชุดแต่ง GR: ราคาแนะนำพิเศษ 22,990 บาท (จาก 28,990 บาท) ผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 345 บาท/เดือน
KINTO: ทางเลือกใหม่ของการเป็นเจ้าของรถยนต์
บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้า “มีรถใช้ ไม่ต้องซื้อ” สำหรับรุ่น HEV Premium เริ่มต้นเพียง 12,900 บาทต่อเดือน พร้อมบริการครบวงจร ทั้งประกันภัยชั้น 1, บำรุงรักษา, ต่อ พ.ร.บ. และภาษีตลอดอายุสัญญา
สำหรับ NEW bZ4X:
เปิดรับจองสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://stores.toyota.co.th/register/bz4x เพื่อเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตก่อนใคร
อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์ขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้
ปี 2025 คือปีแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โตโยต้าได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น NEW YARIS ATIV HEV ที่มอบความคุ้มค่า ประหยัด และความอุ่นใจในแบบฉบับไฮบริดที่เหนือชั้น หรือ NEW bZ4X ที่เป็นก้าวสำคัญสู่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว มอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและพิสัยการขับขี่ที่ไร้กังวล
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอเชิญชวนทุกท่านให้มาสัมผัสและทดลองขับ NEW YARIS ATIV HEV และ NEW bZ4X ด้วยตัวคุณเอง เพื่อพิสูจน์ถึงนวัตกรรม คุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณเป็นเจ้าของยานยนต์แห่งอนาคตได้ง่ายยิ่งขึ้น
ยกระดับทุกจังหวะชีวิตของคุณให้ไปได้ไกลกว่าเดิมด้วยโตโยต้า – เพราะอนาคตของการขับเคลื่อนเริ่มต้นที่นี่!
สามารถทดลองขับ NEW YARIS ATIV HEV ได้ที่ Toyota ALIVE บางนา ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2568 และที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568

![[ครบชุด] T2610111 แยกให ออก ใครเป นเพ อน ใครเป นปล\](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-1185.png)