Hyundai IONIQ 5 N: พลิกโฉมวงการรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในยุค 2025 ด้วยจิตวิญญาณสนามแข่ง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากยุคเครื่องยนต์สันดาปสู่ขีดจำกัดใหม่ของเทคโนโลยีไฟฟ้า และหากมีรถยนต์ไฟฟ้าคันใดที่จะมาเปลี่ยนมุมมองของผู้คนเกี่ยวกับ “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” ได้อย่างแท้จริงในบริบทของปี 2025 นั่นคือ Hyundai IONIQ 5 N ที่ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เป็นผลลัพธ์ของการหลอมรวมวิศวกรรมไฟฟ้าอันล้ำสมัยเข้ากับปรัชญา “N” ของ Hyundai ที่สืบทอดมาจากสนามแข่งระดับโลก มันคือการประกาศกร้าวว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถมอบ “ความเร้าใจในการขับขี่” ได้อย่างไม่เป็นรองใคร และอาจจะเหนือกว่าในหลายมิติ ด้วยราคาเปิดตัวที่ 3.79 ล้านบาทในตลาดประเทศไทย IONIQ 5 N ไม่ได้แค่มาเพื่อแข่งขัน แต่มาเพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่
นทรียศาสตร์ที่สะท้อนสมรรถนะ: การออกแบบที่กล้าหาญและเปี่ยมด้วยฟังก์ชัน
เมื่อแรกเห็น Hyundai IONIQ 5 N คุณจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจาก IONIQ 5 รุ่นมาตรฐานทันที นี่ไม่ใช่แค่การติดป้าย N แต่เป็นการปรับปรุงดีไซน์เพื่อรองรับสมรรถนะระดับสูงอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ของผม การออกแบบภายนอกของรถยนต์สมรรถนะสูงต้องไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้องมี “ฟังก์ชัน” ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ และ IONIQ 5 N ก็ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตัวรถถูกปรับให้กว้างขึ้น 440 มม. และยาวขึ้น 80 มม. ในขณะที่ความสูงลดลง 20 มม. เพื่อสร้างจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงและฐานล้อที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่พร้อมสปลิตเตอร์ขนาดใหญ่และช่องระบายอากาศแบบแอคทีฟที่ไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงาม แต่ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานบนสนามแข่ง เส้นสายสีแดง Performance Blue อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ N ถูกประดับประดารอบคัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณสปอยเลอร์หน้า, สเกิร์ตข้าง และดิฟฟิวเซอร์หลังสีดำขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้เพียงแค่สร้างความโดดเด่น แต่ยังช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) เพื่อเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
ล้ออลูมิเนียมฟอร์จขนาด 21 นิ้ว น้ำหนักเบา รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ขนาด 275/35 ถูกเลือกใช้เพื่อการยึดเกาะถนนสูงสุด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการเข้าโค้งและการออกตัวให้เฉียบคมยิ่งขึ้น ด้านหลังของล้อเผยให้เห็นระบบเบรกสมรรถนะสูงที่ Hyundai ภูมิใจนำเสนอว่าเป็นชุดเบรกที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา ด้วยคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าแบบ 4 พอร์ท ดิสก์เบรกหน้าขนาด 400 มม. และคาลิปเปอร์เบรกแบบ 1 พอร์ทที่ด้านหลังพร้อมดิสก์หลังขนาด 360 มม. ระบบเบรกนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทนทานต่อการใช้งานหนักบนสนามแข่ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่เกิดอาการ “เบรกเฟด” (Brake Fade) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของรถยนต์สมรรถนะสูงทั่วไป นี่คือหนึ่งในจุดที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Hyundai N ในการสร้างสรรค์ “รถยนต์ไฟฟ้าขับสนุก” ที่แท้จริง
ขุมพลังไฟฟ้า 641 แรงม้า: การปลดปล่อยพละกำลังอย่างเหนือชั้น
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดุดัน Hyundai IONIQ 5 N ซ่อนขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังรวมถึง 448 kW หรือ 601 แรงม้า และสามารถพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดถึง 641 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 740 นิวตันเมตร เมื่อใช้งานฟังก์ชัน “N Grin Boost” ฟังก์ชันนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลข แต่เป็นการเปิดประสบการณ์การเร่งแซงที่ฉับไว หรือการพุ่งทะยานออกจากโค้งด้วยแรง G ที่น่าทึ่งในชั่วพริบตา ความสามารถในการเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 3.4 วินาทีนั้นเทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์หลายรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ในขณะที่ความเร็วสูงสุด 260 กม./ชม. ก็ยืนยันถึงความสามารถในการรักษาความเร็วสูงได้อย่างต่อเนื่อง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” ที่ตอบสนองได้ทันใจและทรงพลังอย่างแท้จริง
หัวใจหลักของระบบส่งกำลังไฟฟ้าคือแบตเตอรี่ขนาด 84 kWh ที่ไม่เพียงแต่ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 448 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและทริประยะกลาง แต่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จด่วน 800V ที่รองรับกำลังไฟสูงสุด 350kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 10% ไป 80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที ซึ่งถือว่าเร็วมากและเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทาง (Range Anxiety) สำหรับผู้ใช้งาน “รถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต” นอกจากนี้ IONIQ 5 N ยังมีระบบปรับสภาพแบตเตอรี่ (Battery Conditioning) ที่จะปรับอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดก่อนการขับขี่แบบสมรรถนะสูง หรือก่อนการชาร์จเร็ว เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุดและความทนทานของแบตเตอรี่ในระยะยาว
แพลตฟอร์มและช่วงล่าง: หัวใจของการควบคุมที่เหนือชั้น
สิ่งที่ทำให้ IONIQ 5 N โดดเด่นเหนือ “รถสปอร์ตไฟฟ้า” อื่นๆ ในตลาดปี 2025 คือความใส่ใจในรายละเอียดของโครงสร้างตัวถังและระบบช่วงล่าง เพื่อมอบ “ประสบการณ์การขับขี่” ที่เหนือกว่า Hyundai ได้เพิ่มจุดยึดตัวถังอีก 42 จุด และเสริมแนวกาวซิลิโคนเพิ่มอีก 2.1 เมตร การเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถัง (Torsional Rigidity) นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตอบสนองของพวงมาลัยและความแม่นยำในการเข้าโค้ง ลดอาการบิดตัวของรถภายใต้แรงกดมหาศาล ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงพื้นผิวถนนและควบคุมทิศทางได้อย่างเฉียบคมและมั่นใจมากขึ้น
นอกจากนี้ คอพวงมาลัยยังได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อลดการบิดตัวที่ไม่พึงประสงค์ มอบความรู้สึกที่มั่นคงและเชื่อมโยงกับถนนมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่สายสปอร์ตปรารถนา ระบบช่วงล่างแบบปรับได้ (Adaptive Suspension) ได้รับการปรับแต่งมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่น N เพื่อให้สามารถรองรับการขับขี่ที่ดุดันบนสนามแข่งได้ โดยไม่ละทิ้งความสบายในการใช้งานบนท้องถนนในชีวิตประจำวัน ความสามารถในการปรับแต่งช่วงล่างให้เข้ากับโหมดการขับขี่ที่แตกต่างกัน ทำให้ IONIQ 5 N เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าขับสนุก” ที่ปรับตัวได้หลากหลาย
N Pedal: นวัตกรรมที่พลิกโฉมการเข้าโค้งของรถยนต์ไฟฟ้า
หนึ่งใน “นวัตกรรม EV” ที่น่าสนใจที่สุดใน IONIQ 5 N คือระบบ “N Pedal” ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นจากแนวคิดของระบบ i-Pedal แต่ถูกปรับปรุงให้ตอบสนองความต้องการของการขับขี่สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ N Pedal ไม่ใช่แค่ระบบ Regenerative Braking ทั่วไป แต่มันคือซอฟต์แวร์ที่จัดการการกระจายแรงเบรกเพื่อสร้างการถ่ายเทน้ำหนักไปที่ล้อหน้าอย่างมีประสิทธิภาพขณะเข้าโค้ง คล้ายกับการใช้เทคนิค “Trail Braking” ในรถแข่งที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป การถ่ายเทน้ำหนักนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะของล้อหน้า ทำให้รถสามารถหักเลี้ยวเข้าโค้งได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถออกจากโค้งได้ด้วยการถ่ายน้ำหนักที่สมดุล ราวกับรถแข่งมืออาชีพในสนามจริง
สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการขับขี่รถสปอร์ตแบบดั้งเดิม N Pedal มอบความรู้สึกที่คุ้นเคยและเป็นธรรมชาติอย่างน่าทึ่ง มันช่วยให้คุณสามารถควบคุมไลน์การเข้าโค้งได้อย่างละเอียด และเตรียมพร้อมสำหรับการเร่งออกจากโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือคุณสมบัติที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของทีม Hyundai N ใน “พลศาสตร์ยานยนต์” (Vehicle Dynamics) และความมุ่งมั่นที่จะนำ “ความเร้าใจในการขับขี่” แบบเดิมๆ มาสู่ยุค “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง”
การควบคุมแรงบิดและฟังก์ชันสำหรับสนามแข่ง: N Launch Control, N Drift Optimizer และ Torque Kick Drift
IONIQ 5 N มาพร้อมระบบการจัดการแรงบิดที่ซับซ้อนและปรับแต่งได้ ระบบกระจายแรงบิดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง (Torque Distribution System) สามารถปรับแปรผันได้ถึง 11 ระดับ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการกระจายแรงบิดที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการยึดเกาะสูงสุด หรือการขับขี่ที่สนุกสนานและท้าทาย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายในสนามแข่ง ระบบ “N Launch Control” ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการตั้งค่าระดับการยึดเกาะได้ถึง 3 ระดับ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นผิวที่แตกต่างกัน เช่น ยางรถแข่งบนสนามที่แห้งสนิท หรือยางสำหรับถนนทั่วไปบนพื้นผิวที่เปียก นี่คือฟังก์ชันที่ช่วยให้คุณได้สัมผัสถึงพละกำลัง 641 แรงม้าอย่างเต็มที่ตั้งแต่เริ่มต้น
และเพื่อความสนุกสนานสูงสุด ระบบ “N Drift Optimizer” ทำหน้าที่ผสานการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้ากับล้อหลังอย่างชาญฉลาด เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าสู่โหมด “ดริฟท์” ได้อย่างง่ายดายและควบคุมได้ ซึ่งแตกต่างจากระบบช่วยเหลือการทรงตัวทั่วไปที่มักจะขัดขวางการดริฟท์ N Drift Optimizer กลับส่งเสริมและทำให้การดริฟท์เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้นสำหรับทุกคน
แต่ที่เหนือกว่านั้นคือระบบช่วยเหลืออย่าง “Torque Kick Drift” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อมอบความรู้สึกที่คล้ายกับการใช้คลัตช์ในรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสร้าง “แรงกระชาก” ของแรงบิดที่ล้อหลังเพื่อเริ่มต้นการดริฟท์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ “รถยนต์ไฟฟ้า” สามารถมอบความรู้สึกของการควบคุมรถแบบดิบๆ ที่นักขับสายดริฟท์คุ้นเคย นี่คือการพิสูจน์ว่า Hyundai N ไม่ได้แค่สร้างรถยนต์ที่เร็ว แต่สร้างรถยนต์ที่ “ขับสนุก” และ “มีส่วนร่วม” กับผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
ภายในห้องโดยสารที่มุ่งเน้นผู้ขับขี่: โลกส่วนตัวของนักแข่ง
ภายในห้องโดยสารของ IONIQ 5 N สะท้อนถึงปรัชญา “N” ที่มุ่งเน้นผู้ขับขี่เป็นสำคัญ พวงมาลัย N ดีไซน์ใหม่ มาพร้อมปุ่ม “N Grin Boost” สีแดงที่เห็นได้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเรียกใช้พละกำลังสูงสุดได้ทันที นอกจากนี้ยังมีแพดเดิลชิฟเตอร์โลหะหลังพวงมาลัยที่ไม่ได้มีไว้แค่ความสวยงาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบ N e-shift ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป
เบาะนั่งบัคเก็ตซีทของ N ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของผู้ขับขี่อย่างเต็มที่ มอบความมั่นคงและกระชับขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง พร้อมทั้งยังคงความสบายสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน แป้นคันเร่งและแป้นเบรกได้รับการออกแบบใหม่เพื่อการตอบสนองที่แม่นยำและสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ หน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาดใหญ่สามารถปรับแต่งการแสดงข้อมูลเฉพาะสำหรับโหมด N Performance ได้ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามข้อมูลสำคัญ เช่น อุณหภูมิแบตเตอรี่ แรง G และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการขับขี่สมรรถนะสูงได้อย่างรวดเร็ว
N e-shift และ N Active Sound+: การสร้างอารมณ์ที่ขาดหายไป
หนึ่งในข้อโต้แย้งที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าคือการขาด “ความรู้สึก” และ “เสียง” ที่เร้าใจเหมือนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป Hyundai N ได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยสองนวัตกรรมที่น่าทึ่ง:
N e-shift: ระบบนี้คือการจำลองความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ DCT 8 สปีดที่พบในรถยนต์ ICE ของ Hyundai N ผู้ขับขี่สามารถใช้แพดเดิลชิฟเตอร์หลังพวงมาลัยเพื่อ “เปลี่ยนเกียร์” ซึ่งจะสร้างความรู้สึกกระตุกเล็กน้อยระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ และจำลองการหน่วงของเครื่องยนต์ (Engine Braking) ที่คุ้นเคย มันไม่ได้แค่เปลี่ยนเกียร์ แต่เปลี่ยน “วิธีการส่งกำลัง” เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้สึกมีส่วนร่วมและควบคุมรถได้มากขึ้น นี่คือ “เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า” ที่เชื่อมโยงอดีตกับอนาคต เพื่อมอบ “ความเร้าใจในการขับขี่” ที่คุ้นเคย
N Active Sound+: ด้วยลำโพงภายใน 8 ตัว และลำโพงภายนอก 2 ตัว ระบบนี้ไม่ได้แค่เล่นเสียงเครื่องยนต์เทียม แต่มันคือการสร้าง “มิติทางเสียง” ให้กับการขับขี่ ผู้ขับขี่สามารถเลือกเสียงได้หลากหลาย เช่น
Ignition / 2.0L ICE: จำลองเสียงเครื่องยนต์สันดาป 2.0 ลิตร อันคุ้นเคย พร้อมเสียงการจุดระเบิดที่เร้าใจ
Evolution: เสียงที่ได้แรงบันดาลใจจากรถยนต์ต้นแบบ RN22e ซึ่งเป็นแนวคิดของ “รถสปอร์ตไฟฟ้า” แห่งอนาคตของ Hyundai
Supersonic: เสียงจำลองเครื่องยนต์เจ็ตจากเครื่องบินขับไล่ ที่ให้ความรู้สึกตื่นเต้นและไม่เหมือนใคร
“N Active Sound+” ไม่ใช่แค่การเติมเต็มช่องว่าง แต่เป็นการเสริมสร้าง “อารมณ์ร่วม” และ “ความตื่นเต้น” ให้กับการขับขี่ ทำให้ IONIQ 5 N เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าขับสนุก” ที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านสมรรถนะและการรับรู้ทางประสาทสัมผัส
Hyundai IONIQ 5 N ในปี 2025: ผู้กำหนดนิยามใหม่ของสมรรถนะไฟฟ้า
สำหรับตลาด “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” ในปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน Hyundai IONIQ 5 N ไม่ได้มาเพียงเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก แต่มาเพื่อเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง มันไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านตัวเลขแรงม้าหรืออัตราเร่ง แต่มุ่งเน้นไปที่ “ความรู้สึก”, “การมีส่วนร่วม” และ “ความสนุก” ที่ผู้ขับขี่จะได้รับจากรถยนต์ไฟฟ้า นี่คือรถยนต์ที่พิสูจน์ว่า “นวัตกรรม EV” สามารถหลอมรวมกับจิตวิญญาณของรถแข่งได้อย่างลงตัว
ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ระบบเบรกที่ทรงพลัง เทคโนโลยีการจัดการแรงบิดที่เหนือชั้น และฟังก์ชันพิเศษเฉพาะ N Pedal, N Drift Optimizer, N e-shift และ N Active Sound+ ทำให้ IONIQ 5 N ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็ว แต่มันคือ “รถสปอร์ตไฟฟ้า” ที่พร้อมจะมอบความท้าทายและความสนุกให้กับนักขับ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนท้องถนนในชีวิตประจำวัน หรือการปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดบนสนามแข่ง
บทสรุปและคำเชิญชวน
Hyundai IONIQ 5 N คือเครื่องยืนยันว่าอนาคตของ “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” นั้นเต็มไปด้วยความเร้าใจและนวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด มันคือรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่รักการขับขี่อย่างแท้จริง ผู้ที่มองหาสมรรถนะอันดุดัน ควบคู่ไปกับความแม่นยำในการควบคุม และ “ประสบการณ์การขับขี่” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักขับมากประสบการณ์ หรือเพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 N พร้อมที่จะมอบสิ่งที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อนใน “รถยนต์ไฟฟ้า”
หากคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการขับขี่สมรรถนะสูง ที่ซึ่งพลังงานไฟฟ้าไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็นโอกาสในการสร้างสรรค์ “ความเร้าใจในการขับขี่” รูปแบบใหม่ ไม่ควรพลาดการสัมผัสประสบการณ์ Hyundai IONIQ 5 N ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมรถคันนี้ถึงเป็นมากกว่าแค่ “รถยนต์ไฟฟ้า” แต่มันคือศิลปะแห่งวิศวกรรมที่พร้อมจะสร้างตำนานบทใหม่ในวงการยานยนต์ ขอเชิญคุณมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันน่าตื่นเต้นนี้
![[ครบชุด] T2110028 อส งท คนกต ญญ ควรได](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-920.png)