โลตัสคาร์ไทยแลนด์เปิดตัว Lotus Emira 2022 ในไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน เอมิราเป็นรถยนต์รุ่นสุดท้ายของ Lotus ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยทุกรุ่นในอนาคตจาก Lotus จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด
Lotus Emira 2022 เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นสุดท้าย ราคา 7,990,000 บาท – 11,900,000 บาท
Lotus Emira 2022 เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นสุดท้าย
รุ่นและราคา Lotus Emira 2022
- i4 BASE EDITION ราคา 7,990,000 บาท
- i4 FIRST EDITION ราคา 9,290,000 บาท
- V6 FIRST EDITION ราคา 11,900,000 บาท

มีสีให้เลือก 6 สี
- สีเหลือง Hethel Yellow Solid
- สีเทา Shadow Grey Metallic
- สีแดง Magma Red Metallic
- สีเทา Nimbus Grey Metallic
- สีเขียว Dark Verdant Metallic
- สีน้ำเงิน Seneca Blue Metallic
โลตัส คาร์ ประเทศไทย โดย เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถสปอร์ตโลตัสอย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำเสนอ Lotus Emira ซึ่งถือได้ว่าเป็นรถยนต์ Lotus ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Emira คือรถสปอร์ตระดับพรีเมียมเครื่องวางกลางรุ่นใหม่ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของธุรกิจและแบรนด์ของ Lotus โดดเด่นด้วยคุณลักษณะทั้งหมดที่โลกยานยนต์คาดหวังจาก Lotus เช่นการออกแบบที่โดดเด่น ประสิทธิภาพไดนามิกที่น่าตื่นเต้น การขับขี่และการควบคุมที่ดีที่สุดในรถสปอร์ทระดับเดียวกัน แอโรไดนามิกที่โดดเด่น และประสบการณ์ ‘For The Drivers’ ที่ไม่มีใครเทียบได้ ยิ่งไปกว่านั้น Emira ยังเป็นรถยนต์รุ่นสุดท้ายของ Lotus ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน โดยทุกรุ่นในอนาคตจาก Lotus จะใช้ไฟฟ้าทั้งหมด
Lotus Emira ถูกประกอบขึ้นผ่านสายการผลิตใหม่ล้ำสมัยในประเทศอังกฤษ ด้วยการลงทุน 100 ล้านปอนด์ โดยมีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 5,000 คันต่อปี
Lotus Emira 2022 มีความคล้ายคลึงในหลายๆจุดกับ Evija ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงตามนโยบาย Vision80 ของบริษัท ซึ่งส่งสัญญาณถึงภาษาการออกแบบใหม่สำหรับ Lotus ด้วยเช่นกัน

ภายนอก Lotus Emira 2022
Emira มีรูปลักษณ์ที่มีความร่วมสมัยด้วยพื้นผิวที่ลื่นไหล เส้นลักษณะที่คมชัด และรายละเอียดทางเทคนิค เช่นเดียวกับ Evija ฝากระโปรงหน้าที่โดดเด่นสะดุดตา ห้องโดยสารที่หรูหราที่ถูกวางตำแหน่งไปทางด้านหลัง ประตูที่ดูเหมือนถูกแกะสลัก และช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ตัดเข้าไปในด้านท้ายของรถ
ไฟหน้า LED แนวตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยดีไซน์ twin blade ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Evija ไฮเปอร์คาร์ เครื่องหมายคำว่า Lotus อยู่เหนือแผงหลังสีเดียวกับตัวรถ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากด้านหลังของ Evija อย่างชัดเจนเช่นกัน

ภายใน Lotus Emira 2022
การออกแบบภายในโดดเด่นด้วยแผงหน้าปัดแบบ wrap around ผสมผสานเข้ากับแผงประตูที่หรูหรา ทำให้ผู้ขับรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ภายในของรถมีพื้นผิว soft touch จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงงานฝีมือระดับพรีเมียมของอังกฤษ ที่สื่อถึงความเป็นสปอร์ตขั้นสูงสุด
Emira มีพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบท้ายตัด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ม่านถุงลมนิรภัย พร้อมด้วยระบบ Launch Control (เป็นส่วนหนึ่งของ Lotus Drivers Pack ที่เป็นอุปกรณ์เสริม) รวมถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)
การเข้าถึงระบบ Infotainment ของรถทำได้โดยผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้วที่ติดตั้งตรงคอนโซลกลาง พร้อมจอแสดงผลสำหรับคนขับแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว การเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ Lotus รุ่นใหม่ ยังมีระบบเสียงระดับพรีเมียม 10 ลำโพงจาก KEF แบรนด์ออดิโอไฟล์สัญชาติอังกฤษที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง
ด้านหลังของเบาะนั่งทั้งสอง มีพื้นที่ 208 ลิตร สำหรับสัมภาระหรือสิ่งของขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกัน พื้นที่เก็บของด้านหลังของเครื่องยนต์ มีขนาด 151 ลิตร สามารถใส่กระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานหรือถุงกอล์ฟได้
ขุมพลัง Lotus Emira 2022
เครื่องยนต์ i4 จาก AMG
เครื่องยนต์เบนซิน AMG M139 แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 1,991 ซีซี. TwinScroll Turbocharger พละกำลังสูงสุด 366 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Dual Clutch รอบเครื่องยนต์สูงสุด Redline ที่ 7,200 รอบ/นาที พร้อมระบบ Launch Control
เครื่องยนต์ V6 จาก Toyota
เครื่องยนต์เบนซิน 2GR-FE แบบ V6 ขนาด 3.5 ลิตร 3,456 ซีซี. Supercharger พละกำลังสูงสุด 405 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ รอบเครื่องยนต์สูงสุด Redline ที่ 6,800 รอบ/นาที พร้อมระบบ Launch Control

Emira สร้างขึ้นจากสถาปัตยกรรมใหม่ Lotus Sports Car Architecture และมีระยะห่างของล้อที่กว้างกว่ารถรุ่นอื่นๆ ของ Lotus ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพ ให้การยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม และรู้สึกได้กับจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำมาก
รถรุ่น Emira มาพร้อมกับการตั้งค่าแชสซีและช่วงล่างที่กำหนดไว้สองแบบ โดยแบบแรกคือแบบ Tour ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับการใช้งานบนท้องถนนทุกวัน ให้การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะของ Lotus ไดนามิกและการควบคุมรถด้วยการขับขี่ที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ในขณะที่ช่วงล่างแบบ Sport จะมาพร้อมกับ Lotus Drivers Pack ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม และให้การตั้งค่าระบบกันสะเทือนที่แข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความสามารถและความรู้สึกแบบไดนามิก

สำหรับการสั่งซื้อ Emira ทางบริษัทได้เปิดให้ลูกค้าชาวไทยได้ทำการจองรถแล้ว มาพร้อมการรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 3 ปี
Autospinn เว็บไซต์รายงานข่าวรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ เช็กวันเปิดตัวรถใหม่ ราคารถ ตารางผ่อน และรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยทีมงานมืออาชีพ
ซื้อ-ขาย รถมือสอง ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยชัวร์ ต้องที่ ตลาดรถ One2car
The new Kia Carnival HEV 7-seater เปิดราคาเริ่มต้น 2,499,000บาท
by Admin
in Car
2
SHARES
Share on FacebookShare on Twitter
เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดตัว The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายใต้คอนเซปต์ “Built for Every Move of Life” ยกระดับประสบการณ์การขับขี่รถอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะการขับขี่จากเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.6 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉมใหม่ที่ผสานสไตล์ความเป็นรถ SUV และ MPV เข้าไว้ด้วยกัน และการออกแบบภายในที่ให้ความสปอร์ตแบบพรีเมียม และยกระดับการนั่งโดยสารให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันใช้งานที่ครบครัน ตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิตประจำวันและเคียงข้างช่วงเวลาสำคัญของทุกคนในครอบครัว สำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพนาน 7 ปี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชม. 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง การรับประกันแบตเตอรีรถยนต์ (High-Voltage Battery) นาน 8 ปี และข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร
พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์เกียและครอบครัว (Kia Loyalty) รับสิทธิ์ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มอีก 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 31 ตุลาคม 2568

ดีไซน์ภายนอกและภายใน
The new Kia Carnival HEV 7-seater จำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ราคา ราคา 2,699,000 บาท และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium ราคา 2,499,000 บาท มาพร้อมกับดีไซน์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้มีความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สะท้อนทั้งความหรูหราและความแข็งแกร่งในสไตล์ SUV มาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ กระจังหน้าแบบ ‘Tiger nose’ โคมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED ดีไซน์ดวงไฟทรงลูกบาศก์ ชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Star Map Lighting ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเกีย และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับแร็คหลังคาที่ไม่เพียงช่วยเสริมลุคความแข็งแกร่งแบบ SUV แต่ยังเป็นการเพิ่มความอเนกประสงค์ให้กับการใช้งานจริง (แร็คหลังคาสามารถรองรับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 100 กิโลกรัม) ช่วยปลดล็อกขีดจำกัดให้การเดินทางไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันของครอบครัวให้สะดวกสบายกว่าที่เคย The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้า (Smart Power Sliding Door) และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Power Tailgate) ที่ให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน ด้วยระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้ตัวรถโดยที่มีกุญแจ Smart Key อยู่ด้วย สำหรับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury จะมี Dual Sunroof ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบายให้กับห้องโดยสาร สำหรับตัวเลือกสีภายนอกของ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว Snowflake White Pearl สีเทา Meteor Grey สีดำ Jet Black และสีน้ำเงิน Astra Blue

ห้องโดยสารของ The new Kia Carnival HEV 7-seater ได้รับการออกแบบให้กว้างขวางและร่วมสมัยด้วยดีไซน์ใหม่ ประกอบด้วยจอโค้งแบบพาโนรามิกที่ผสานรวมจอแสดงผลแบบคลัสเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เข้าไว้ด้วยกันแบบไร้รอยต่อ มีระบบเชื่อมต่อ Android Auto™ และ Apple CarPlay® แบบไร้สายและฟังก์ชันสั่งงานด้วยเสียง มีระบบปรับอากาศด้านหน้าแบบอัตโนมัติที่สามารถปรับอุณหภูมิได้แบบแยกอิสระทั้งโซนด้านหน้าฝั่งซ้าย-ขวา และโซนด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีสวิตช์สำหรับสลับการควบคุมระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศที่ผสานการควบคุมทั้งระบบไว้บนอินเตอร์เฟซเดียวกัน เพียงแค่สัมผัสหนึ่งครั้งก็สามารถสลับการควบคุมไปมาระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์กับระบบปรับอากาศ ช่วยลดความซับซ้อนของเลย์เอาต์ในขณะที่ยังคงความสะดวกในการใช้งาน และภายในห้องโดยสารยังได้ติดตั้งพอร์ต USB-C มาตรฐาน รวม 6 พอร์ตกระจายทั้งสามแถวที่นั่ง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถชาร์จอุปกรณ์ของตนได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะนั่งอยู่ตำแหน่งใดของตัวรถ

ในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ด้วยการติดตั้งลำโพง BOSE รอบคัน 12 จุดเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์ให้แก่ผู้โดยสารทุกคน ไฟเรืองแสง Ambient Light สามารถแต่งสีไฟให้เข้ากับทุกบรรยากาศพร้อมสีให้เลือกถึง 64 เฉดสีครอบคลุมบริเวณคอนโซลและประตู ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในรถให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะครบครันเพื่อมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัย เช่น ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) ขนาด 11 นิ้ว ฉายข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญขึ้นบนหน้าจอกระจกหน้าในระดับสายของผู้ขับ และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล ช่วยให้มองเห็นถนนด้านหลังได้อย่างชัดเจน แม้ว่ารถจะเต็มไปด้วยผู้โดยสารหรือสัมภาระขนาดใหญ่

สำหรับเบาะที่นั่งของคนขับในรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury ยังได้ติดตั้งระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งและระบบ Welcome Seat สำหรับผู้ขับ เบาะนั่งคู่หน้าและเบาะนั่งแถวที่สองมาพร้อมระบบระบายอากาศและระบบอุ่นเบาะ สำหรับเบาะผู้โดยสารแถวสองเป็นแบบ Relaxation Seat ที่เปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสด้วยฟังก์ชันปรับเอนนอนที่สามารถปรับระดับได้เต็มรูปแบบ พร้อมเบาะรองขาแบบปรับไฟฟ้า มีโหมด One-touch Relaxation ที่สั่งงานด้วยการกดเพียงครั้งเดียวมอบความสบายให้กับผู้นั่งได้อย่างง่ายดาย สำหรับรุ่น The new Kia Carnival HEV 7-seat Premiumเบาะนั่งแถวสองเป็นเบาะแบบ Captain Seats ที่สามารถถอดออกได้เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งาน และยังสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งให้เป็นแบบนั่งหันหน้าเข้าหากันได้ ให้สมาชิกในครอบครัวได้มีปฏิสัมพันธ์กันได้ตลอดทริป พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ทั้งสองรุ่นได้รับการปรับให้มีพื้นที่ทางเดิน (Walkthrough access) ที่เอื้อต่อการเข้า-ออกเบาะหลังได้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกคน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ด้วยจุดยึดสําหรับติดตั้งเบาะนั่งสําหรับเด็ก (ISOFIX) ที่มีให้ในตำแหน่งที่นั่ง 4 ตำแหน่งเป็นมาตรฐาน (2 จุดบนเบาะนั่งแถวสอง และอีก 2 จุดบนเบาะแถวสาม) ซึ่งช่วยให้สามารถติดตั้งเบาะนั่งสำหรับเด็กในตำแหน่งต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น เสริมความปลอดภัยและความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวได้ดีที่สุด
The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังคงโดดเด่นในเรื่องความกว้างขวางสำหรับทั้งผู้โดยสารและสัมภาระ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเรียงที่นั่งผู้โดยสารที่มีความยืดหยุ่น โดยถือเป็นรถ MPV ที่รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง พร้อมด้วยสัมภาระของทุกคนได้อย่างสะดวกสบายด้วยรถคันเดียว เบาะนั่งแถวสามมาพร้อมฟังก์ชันพับราบ ที่เป็นการสร้างพื้นที่บรรทุกแบบเรียบที่รวดเร็วและไม่ต้องใช้แรง ปรับเปลี่ยนได้ทันทีระหว่างความต้องการในการขนย้ายคนและขนส่งสินค้า

สมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่
The new Kia Carnival HEV 7-seater ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54kW และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ซึ่งไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะที่ตอบสนองได้ดีและประหยัดน้ำมัน แต่ยังให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเป็นพิเศษ พร้อมความสามารถของโหมดEV Drive และสามารถใช้งานระบบปรับอากาศแม้เครื่องยนต์หยุดทำงาน The new Kia Carnival HEV 7-seater มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเฉพาะรุ่นที่มุ่งยกระดับสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน ควบคู่กับการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายยิ่งขึ้น ในโหมด Eco/Smart ผู้ขับสามารถใช้ Paddle Shift เพื่อปรับระดับการชะลอความเร็วของระบบ Regenerative Braking ได้ถึง 3 ระดับ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งคืนพลังงาน และการประหยัดเชื้อเพลิงในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เฉพาะของ The new Kia Carnival HEV 7-seater อาทิ
- E-Handling ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมการตอบสนองของรถเมื่อเข้าและออกจากโค้ง
- E-Ride ช่วยลดแรงสะเทือน และมอบความนุ่มนวลในการขับขี่เมื่อต้องผ่านพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ
- E-Evasive Handling Assist ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของรถในสถานการณ์ที่ต้องหักหลบกะทันหัน
และเมื่อผู้ขับต้องการการตอบสนองที่เฉียบคมและการขับขี่ที่เร้าใจกว่าเดิม โหมด Sport มอบอิสระในการควบคุมผ่าน Paddle Shift ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ด้วยความสูงจากพื้น 172 มิลลิเมตร ทำให้ The new Kia Carnival HEV 7-seater มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่เหนือระดับพร้อมศักยภาพการขับขี่ในแบบรถ SUV ในการรับมือกับถนนขรุขระ ลูกระนาด หรือพื้นผิวที่ไม่เรียบได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังมีความคล่องตัวและง่ายต่อการควบคุมไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง ทำให้ The new
Kia Carnival HEV 7-seater เป็นรถ MPV ระดับพรีเมียมที่ผสานความนุ่มสบายเข้ากับความมั่นใจในสไตล์ SUV ได้อย่างลงตัว

การจอดรถกับ The new Kia Carnival HEV 7-seater เป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล ด้วยเทคโนโลยี Parking Aid Assist ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจตลอดการใช้งานด้วยกล้องมองรอบทิศทาง (Surround View Monitor) ที่ให้มุมมองเสมือนมองจากมุมสูง ทำให้ผู้ขับเห็นทุกมุมอย่างชัดเจนเมื่อต้องเข้าจอดในพื้นที่แคบ ขณะที่เซนเซอร์รอบคันด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้ประเมินระยะห่างได้อย่างแม่นยำและหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังมีระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยจอด (Rear Parking Collision-Avoidance Assist) ที่จะส่งสัญญาณเตือนและสั่งเบรกอัตโนมัติทันทีหากตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านหลังขณะถอยหลัง คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้การจอดรถไร้ความกังวล และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นที่จอดที่ลงตัว นอกจากนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seater ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS – Advanced Driver-Assistance Systems)
ที่ช่วยยกระดับความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง อาทิ:
- Smart Cruise Control with Stop & Go
- High Beam Assist
- Forward Collision Avoidance Assist
- Blind Spot Collision Avoidance Assist (BCA)
- Blind-Spot View Monitor (BVM)
- Rear Cross Traffic Collision Avoidance Assist (RCCA)
- Lane Following Assist and Lane Keeping Assist
- Safe Exit Assist
พร้อมกันนี้ The new Kia Carnival HEV 7-seaterยังได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยมาตรฐาน 8 ตำแหน่ง ครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ถุงลมม่านด้านข้าง ถุงลมนิรภัยปกป้องเข่าผู้ขับ และถุงลมนิรภัยกลางระหว่างเบาะผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า (Front Center Airbag) ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บของผู้โดยสารทุกตำแหน่ง พร้อมทั้งเพิ่มความสบายใจให้กับทุกคนในครอบครัว เพื่อความมั่นใจกับผู้โดยสารในทุกเส้นทาง
โปรโมชันพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568
- อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
- ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]
- พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
- การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]
- การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]
หมายเหตุ:
[1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต
[2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)
[3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน สามารถให้สิทธิ์แคมเปญกับบุคคลในครอบครัวเดียวกันได้ (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิ์เพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่ไม่ตรงกัน) ประกอบการใช้สิทธิ์ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ
[5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)
[8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
Tags: KIA
Related Posts

BMW Vision Neue Klasse ต้นแบบการขับขี่ยุคใหม่ที่ชาญฉลาด และยั่งยืน

Toyota Fortuner Leader G Plus ผสมผสานความหรูหรา และความคุ้มค่า

Model 3 RW Long Range อัปเดตฮาร์ดแวร์ใหม่ ปรับราคาใหม่เริ่มต้น 1,439,000 บาท

Bentley Muliner Batur Convertible รุ่นพิเศษ 2 เฉดสี One Plus One







![[ครบชุด] T1510015 ตท องเล อก Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-625.png)





![[ครบชุด] T1510010 าวแกงเก ยต ยม Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-626.png)