BMW M3 CS ตัวสุดมาแล้ว 550 แรงม้า
โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 25 January 2566
BMW M3 CS 2023 สปอร์ตซีดาน ไล่เบาตัวแรงจากค่ายใบพัด พกพาความแรงกับเครื่องยนต์ 550 แรงม้า สามารถทำ เร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 3.2 วินาที
BMW M3 CS
เหล่าแฟนๆ BMW รู้กันดีอยู่แล้วว่า ตัวแรงจากค่ายใบพัด รหัส CS คือตัวพิเศษ ที่ทางแผนก BMW M ผลิตออกมาให้ผู้บริโภคได้สัมผัสความสุดในรูปแบบรถ สปอร์ตซีดาน ก่อนหน้านี้ตัวแรงอย่าง M4 CSL ได้ออกมาให้สัมผัสความแรงกันแล้ว แต่ในรูปแบบ สปอร์ตคูเป้ ซึ่งอาจจจะเน้นผู้ขับขี่มากกว่า



แต่มาในปีนี้ กลับมาแล้วกับ M3 CS ที่เป็นสปอร์ตซีดาน นั่งได้สี่คนแบบสบายๆ ด้วยคำว่า’L’ ที่หายไป ซึ่งแต่งต่างจาก M4 CSL นั้นหมายถึง ‘Light’ นั่นทำให้ M3 CS มีน้ำหนักมากกว่า รุ่นพี่อย่าง M4 CSL ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากชิ้นส่วนต่างๆที่เน้นการใช้งานได้จริงสำหรับผู้ขับขี่และคนนั่ง ที่สำคัญคือเบาะนั่งด้านหลังที่ยังคงไว้ ซึ่งช่วยให้นั่งได้ถึง 4 คนอย่างสบาย






M3 CS ได้รับการตกแต่งห้องโดยสาร แบบใหม่ที่มีมาตรวัดดิจิตอลและหน้าจอแบบโค้งรุ่นล่าสุด ซึ่งจะช่วยให้ M3 CS ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ส่วนการตกแต่งห้องโดยสารในส่วนอื่นๆ ได้แก่ เบาะนั่ง Bucket Seat หลังคาร์บอนไฟเบอร์ พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มด้วยอัลคันทาร่าวัสดุพร้อมแป้น Paddle Shift แบบคาร์บอนไฟเบอร์ หัวเกียร์แบบเดิม





ภายนอก M3 CS สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้กับ กระจังหน้าขนาดใหญ่ “ไตคู่” มหึมาเพื่อรับอากาศ มาพร้อมโลโก้ M3 CS ตัดด้วยขอบสีแดงซึ่งตัดกับตัวรถ สีเขียวซิกแนลที่โดดเด่นสะดุดตา ไฟหน้า Daylight โดยเด่นด้วยสีเหลืองซึ่งเหมือนกับ M4 CSL, M5 CS และรถแข่ง วัสดุด้านหน้าตัวรถส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ตั้ง มองจากด้านหน้าคล้ายกับ M4 CSL

เครื่องยนต์ของ M3 CS เป็นเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง เทอร์โบคู่ ขนาด 3.0 ลิตร Direct Injection พร้อมระบบอัดอากาศ แบบ TwinPower Turbo แบบเทอร์โบคู่ พ่วง Intercooler พร้อมระบบ Double VANOS และ Valvetronic แบบเดียวกับ M4 CSL ที่ให้กำลัง 550 แรงม้าที่ 6,250 รอบต่อนาทีและแรงบิด 650 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ส่งกำลังไปยังทั้ง 4 ล้อ ซึ่งจะแตกต่างจาก M4 CSL ที่ระบบ ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังเพียงอย่างเดียว พร้อมระบบเฟืองท้าย M Sport
ด้วยพละกำลัง 550 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ xDrive ผสานกับน้ำหนักตัวที่เบาลง ช่วยให้ M3 CS เร่งความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.2 วินาที ซึ่งเร็วกว่า M4 CSL ที่ใช้เวลา 3.8 วินาทีและเร็วกว่า M3 Competition xDrive ที่ใช้เวลา 3.4 วินาที ก่อนจะทำความเร็วสูงสุดที่น้อยกว่า M4 CSL ที่ 303 กม./ชม.

ยางหน้า 275/35 ZR19 และหลัง 285/30 ZR20 ยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 สำหรับล้อฟอร์จที่มีให้เลือกในสีดำด้านหรือสีบรอนซ์ทอง


M3 CS ถูกออกแบบเพื่อเน้นความเบาเป็นพิเศษ ตั้งแต่การตกแต่งภายนอกที่เน้นการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทั่วทั้งคัน ส่วนท่อไอเสียแบบเดิมเปลี่ยนเป็นท่อไอเสียแบบไทเทเนียมที่เบากว่า 3.6 กก. เพื่อลดน้ำหนักจากรุ่นปกติลง 34 กก. เป็น 1,776 กก.



BMW ได้จำกัดจำนวนการผลิต M4 CSL ในจำนวนเพียง 1,000 คัน เท่านั้น แต่ทางฝั่งของ M3 CS นั้นยังไม่ยืนยันว่าจะผลิตในจำนวนเท่าไหร่ แต่ถ้าใครมี M4 CSL ก็คงไม่พลาดที่จะรับ M3 CS ไว้อีกหนึ่งคัน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ไปกับ Autospinn
ค้นหารถมือสองทุกรุ่น ทุกแบบ ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน ดูรายละเอียด และราคารถมือสองได้ที่ ตลาดรถมือสอง One2car
เจาะสเปก Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI ทำไมราคาทะลุ 300 ล้านบาท?
23 ส.ค. 65 (11:39 น.) พิมพ์
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
แชร์เรื่องนี้
จากกรณีที่มีการแชร์ภาพรถไฮเปอร์คาร์ “Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI” โผล่วิ่งในกลางกรุงเทพมหานครจนกลายเป็นที่ฮือฮาบนโลกโซเชียลนั้น วันนี้ Sanook Auto จะพาไปรู้จักความพิเศษของรถคันนี้ว่ามีดีอย่างไร ทำไมถึงผลิตขึ้นเพียง 20 คันทั่วโลกเท่านั้น
Bugatti Chiron เป็นไฮเปอร์คาร์สัญชาติฝรั่งเศสที่ถูกพัฒนาโดย Bugatti Engineering GmbH ในประเทศเยอรมนี ก่อนจะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานในเมืองมอลไซม์ (Molsheim) ประเทศฝรั่งเศส โดย Chiron ถือว่าเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลก เนื่องจากสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 420 กม./ชม. และยังสามารถทำสถิติ 0-400-0 กม./ชม. (เร่งความเร็วจนถึง 400 กม./ชม. และเบรกจนถึงจุดหยุดนิ่งทันที) ได้ในเวลาเพียง 41.96 วินาที ด้วยระยะทางเพียง 3.2 กิโลเมตรเท่านั้น
ขณะที่ Bugatti CHIRON SPORT รุ่น 110 ANS BUGATTI ถูกวางจำหน่ายในปี 2019 โดยเป็นรุ่นพิเศษเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 110 ปี การก่อตั้ง Bugatti ในปี 1909 มาพร้อมตัวถังสี Steel Blue แบบด้าน ประดับด้วยแถบ 3 สี (Tricolour) “Le Bleu-Blanc-Rouge” ที่ปรากฏบนธงชาติฝรั่งเศส ได้แก่ สีน้ำเงิน, สีขาว และสีแดง บริเวณกระจกมองข้างและบนสัญลักษณ์ “110 ANS BUGATTI” บริเวณด้านข้างตัวรถ
ภายในห้องโดยสารติดตั้งเบาะนั่งสีน้ำเงิน Deep Blue ที่ถูกตกแต่งด้วยแถบ Tricolour เช่นเดียวกับภายนอก พร้อมสัญลักษณ์ 110 ANS BUGATTI บริเวณพนักพิงศีรษะ เสริมด้วยเซ็นเตอร์มาร์กบนพวงมาลัยและกุญแจหุ้มหนังที่ถูกตกแต่งด้วยแถบ Tricolour เช่นเดียวกัน
ขุมพลังของ Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI เป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ CHIRON SPORT รุ่นปกติ โดยเป็นเครื่องยนต์ Quad-turbocharged แบบ W16 ความจุ 8.0 ลิตร สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 1,500 แรงม้า ที่ 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 7 สปีด สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 2.4 วินาที 0-200 กม./ชม. เพียง 6.1 วินาที หรือแม้แต่ 0-300 กม./ชม. ก็ใช้เวลาเพียง 13.1 วินาทีเท่านั้น
ส่วนราคาจำหน่ายของ Bugatti CHIRON SPORT 110 ANS BUGATTI จะขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราว 3,200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 116,000,000 บาท แต่หากนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยแล้วล่ะก็ คาดว่าจะมีราคาจำหน่ายราว 350 ล้านบาทตามที่ปรากฏในข่าวอย่างแน่นอน

