“Toyota GR GT” ซูเปอร์คาร์รุ่นแรกของ Gazoo Racing สานต่อจิตวิญญาณของ Lexus LFA เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 4 ธันวาคมนี้!
หลังจากที่แฟน ๆ รอคอยมานานหลายปี พร้อมกับข่าวลือและภาพทีเซอร์มากมาย ตอนนี้ Toyota ได้ยืนยันแล้วว่า ซูเปอร์คาร์ระดับตำนานรุ่นใหม่ ที่จะมาสานต่อจิตวิญญาณของ Lexus LFA พร้อมเปิดตัว อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ธันวาคมนี้!
พลังไฮบริดสุดดุดัน V8 Twin Turbo + มอเตอร์ไฟฟ้า!
แหล่งข่าวระบุว่า GR GT คันนี้จะใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร ที่จับคู่กับ มอเตอร์ไฟฟ้า แบบ Self-Charging Hybrid System ซึ่งจะให้ทั้ง พละกำลังระดับซูเปอร์คาร์ และ ประสิทธิภาพเชิงสิ่งแวดล้อม ในแบบฉบับของ Toyota
คาดว่าจะมาพร้อม
- โครงสร้าง อลูมิเนียมผสมคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง
- ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สุดล้ำ
- ไฟหน้า LED ดีไซน์เฉียบ พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่
- รุ่นสนามแข่งจะได้แอโร่พาร์ตแรงสุดขีด พร้อมท่อไอเสียด้านข้าง
ทั้งหมดนี้คือการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสนามแข่งของ Toyota Gazoo Racing กับนวัตกรรมไฟฟ้าที่กำลังขับเคลื่อนยุคใหม่ของแบรนด์
จาก Fuji Speedway สู่ทั่วโลก
Toyota เผยภาพปริศนาแรกของ GR GT ที่สนาม Fuji Speedway ในญี่ปุ่น พร้อมป้าย “GT Corner” ซึ่งโชว์ภาพเรียงจากซ้ายไปขวา
ข้อความในโพสต์อย่างมีนัยว่า “ด้านขวาคือ 2000GT, ถัดมาคือ LFA แล้วคันต่อไปคืออะไร?” เป็นการบอกใบ้ชัด ๆ ว่า “ยุคใหม่ของซูเปอร์คาร์โตโยต้า” กำลังจะเริ่มต้น!



Toyota GR GT ซูเปอร์คาร์แห่งยุคใหม่
- ดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ GR GT3 (2022)
- พัฒนาใน 2 เวอร์ชัน: ถนน (Road Car) และ สนามแข่ง (Race Car)
- ใช้เทคโนโลยีจากสนามแข่งและการทดสอบจริงหลายปี
- เตรียมวางตำแหน่งเป็น “Supercar Hybrid” ที่รวมสมรรถนะและความยั่งยืน
กำหนดการเปิดตัวสำคัญ
- 4 ธันวาคม 2025 : เปิดตัวอย่างเป็นทางการทั่วโลก
- 10-12 มกราคม 2026 : เปิดตัวต่อสาธารณะในงาน Tokyo Auto Salon 2026
เตรียมพบกับตำนานบทใหม่จาก Toyota ที่จะมาสร้างชื่อให้ GR ขึ้นแท่นซูเปอร์คาร์ตัวจริงของญี่ปุ่นอีกครั้ง
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลข่าวอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ
Caterham Seven 485 Final Edition
29 May 2024

ข่าวจากประเทศอังกฤษ ระบุว่า Caterham ประกาศปิดสายการผลิต ด้วย Caterham Seven รุ่นพิเศษ ใช้เครื่องยนต์หายใจเอง ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายสำหรับภาคพื้นยุโรปจำนวน 85 คัน แบ่งเป็นรุ่น 485 Final Edition จำนวน 60 คัน และรุ่น 485 CRS Final Edition อีก 25 คัน

พิเศษสุดสำหรับ Final Edition ด้วยการคาดเส้นผิวซาตินสีดำบนตัวรถที่มีสีให้เลือก 5 สี คือ สีเหลืองทอง (Golden Saffron), สีน้ำเงิน (Viper Blue), สีแดง (Volcano Red), สีเขียว (Verdes Emes) และสีม่วง (Viola Parsifae) ภายในห้องโดยสารปูพรมพื้นทั้งหมด, แดชบอร์ดวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และเบาะนั่งหุ้มหนังอัลคันทารา ลาย “Sports Hex” (ลายกราฟิคหกเหลี่ยม) แต่ละคันจะติดป้ายลำดับการผลิตด้วยหมายเลขเฉพาะ

สำหรับรุ่น Seven 620 ขุมพลังซูเพอร์ชาร์จ ซึ่งเร็วที่สุด มีจำหน่ายเฉพาะในสหราชอาณาจักรเท่านั้น โดยรุ่น 485 Final Edition ใช้ขุมพลัง Ford เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 225 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 20.7 กก.-ม. และหมุนได้ถึง 8,500 รตน. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที และความเร็วสูงสุด 224 กม./ชม.

สำหรับเครื่องยนต์นี้ใช้ใน 485 CSR Final Edition ซึ่งมีเฉพาะรุ่นแชสซีส์ใหญ่ พร้อมระบบรองรับแบบอินบอร์ด (Inboard Suspension) น้ำหนัก 605 กก. ส่วนรุ่น 485 Final Edition น้ำหนัก 560 กก. และหากต้องการนำ Final Edition ลงสนามแข่ง สามารถปรับแต่งเพิ่มได้ โดยการเปลี่ยนชอคอับ “Cup”, โรลเคจ, ถังดับเพลิง และอัพเกรดระบบเบรค

Caterham Seven Final Edition นับว่าเป็นรุ่นพิเศษสุดตั้งแต่ผลิตออกมา มีราคาเริ่มต้นที่ 67,495 ยูโร (ประมาณ 2.66 ล้านบาท) นอกจากนั้นยังจะผลิต Caterham รุ่นพวงมาลัยขวาอีก 10 คัน สำหรับส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น



![[ครบชุด] T1310012 กาไม เคยอ จฉาหงษ](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-572.png)
![[ครบชุด] T1310003 คนท งเก ยจพ อแม ไม นเจร ญ!](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-573.png)