Tesla เปิดตัว Model Y และ Model 3 รุ่น Standard รุ่นตัดออฟชัน ในสหรัฐอเมริกา
โดย Sakura P.6 วันที่แล้ว354ดู
Tesla เปิดตัว Model Y และ Model 3 รุ่น Standard ใหม่ เป็นรุ่นที่ตัดทอนสเปคบางส่วนออกจากรุ่น Premium เพื่อทำราคาให้ประหยัดมากขึ้น มาชมรายละเอียดกัน
Tesla เปิดตัว Model Y และ Model 3 รุ่น Standard รุ่นตัดออฟชัน ในสหรัฐอเมริกา
เปิดตัว Model Y Standard
Tesla เปิดตัว Model Y Standard เป็นรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าล้วนรุ่นที่ถูกตัดทอนฟังก์ชันบางอย่างออกไป โดยมีราคาเริ่มต้นที่ $39,990 (ประมาณ 1.29 ล้านบาท)โดยรถรุ่นนี้มีการออกแบบภายนอกคล้าย Model Y Premium แต่ปรับหลายจุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

สิ่งที่ปรับปรุงใน Model Y Standard
- ไฟหน้า LED รองรับไฟสูงอัตโนมัติ ไม่มีไฟหน้า Daytime Running Light แบบ Lightbar ส่วนกลางหายไป
- กระจกมองข้างพับด้วยมือ
- กระจังหน้าไม่มีช่องลมที่ล้อซ้ายขวา
- ล้อลายใหม่ Aperture Wheels เริ่มต้น 18“
- แบตเตอรี่ขนาด 69 kWh
- ระยะทางต่อชาร์จ 321 ไมล์ EPA (516 กม.)
- ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง RWD
- อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ใน 6.8 วินาที
- ความเร็วสูงสุด 201 กม./ชม.
- จอกลาง 15.4“ ไม่มีจอหลัง
- ช่องแอร์หลังปรับด้วยมือ
- ลำโพง 7 ตัว
- ไม่มี FM/AM
- พวงมาลัยปรับด้วยมือ
- ไม่มีไฟ Ambient light
- หลังคาทึบ Closed Glass Roof
- มีระบบกรองฝุ่นและกลิ่น แต่ไม่มี HEPA filter และ Bioweapon Mode
- ที่นั่งแถวหน้ามีเบาะอุ่น ไม่มีเบาะระบายความร้อน
- ที่นั่งแถวหลังพับด้วยมือและไม่มีเบาะอุ่น
- ระบบช่วงล่างแบบ Passive ธรรมดา ไม่มี FSD (Frequency Selective Damping)
- ไม่มี Auto Steer ระบบ Basic Autopilot ต้องซื้อ FSD เพิ่ม
- ชาร์จ DC 225kW, ชาร์จ AC 11kW ไม่มี V2L (ที่มีในรุ่น Performance)






การเปิดตัว Model Y Standard รุ่นราคาประหยัด ทำให้ไลน์อัปตอนนี้ของ Model Y มี 3 รุ่นได้แก่
- Model Y Standard (RWD)
- Model Y Premium (RWD, Long Range AWD)
- Model Y Performance (AWD)

เปิดตัว Model 3 Standard
นอกจากจะเปิดตัว Model Y Standard ใหม่แล้ว Tesla ยังได้เปิดตัว Model 3 Standard ด้วย ซึ่งเป็นรถรุ่นราคาประหยัดที่ปรับปรุงใหม่เช่นกัน

Model 3 รุ่นนี้มีราคาเริ่มต้นที่ $36,990 (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) และมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเหมือนกับที่ Tesla ทำใน Model Y Standard

สิ่งที่ปรับปรุงใน Model 3 Standard
- ภายในตกแต่งด้วยวัสดุผ้าและหนังสังเคราะห์ (Vegan leather)
- ภายในมีสีดำสีเดียว
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 321 ไมล์ (ประมาณ 516 กิโลเมตร) ตามมาตรฐาน EPA
- กระจกมองข้างปรับด้วยมือ
- พวงมาลัยปรับด้วยมือ
- ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถวหลังปรับทิศทางด้วยมือ
- ไม่มีหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ไม่มี Auto Steer ระบบ Basic Autopilot ต้องซื้อ FSD เพิ่ม
- อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง (0-96 กม./ชม.) ใน 6.8 วินาที
- ระบบเครื่องเสียงลำโพง 7 ตัว (ลดลงจาก 15 ตัวในรุ่น Premium)
- ล้อลายใหม่ Prismata Wheels
- ตัวเลือกล้อ 2 แบบ
- 18” Prismata
- 19” Nova
- ไม่มีวิทยุ FM/AM
- โช้คอัพแบบพาสซีฟ (Passive)
- สีตัวถังให้เลือก 3 สี
- สีเทา Stealth Grey
- สีขาวมุก Pearl White (เพิ่มเงิน $1,000)
- สีดำ Diamond Black (เพิ่มเงิน $1,500)
สิ่งที่ยังคงมีอยู่ใน Model 3 Standard เมื่อเทียบกับรุ่น Premium
- หน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 15.4 นิ้ว
- หลังคากระจกพาโนรามิค
- มีก้านไฟเลี้ยว
- มีกล้องกันชนหน้า
- โลโก้ Tesla สีดำ
- ระบบอุ่นเบาะสำหรับที่นั่งแถวหน้า



ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ช่วยลดราคาและทำให้รถดูหรูหราน้อยกว่ารุ่น Premium หลังจากเปิดตัวรุ่น Standard แล้ว Tesla ก็ได้ปรับไลน์อัปใหม่ ทำให้ Model 3 มี 3 ไลน์อัป ได้แก่
- Model 3 Standard
- Model 3 Premium (รุ่น RWD และ Long Range AWD)
- Model 3 Performance

สำหรับ Model Y และ Model 3 รุ่น Standard วางขายในต่างปะรเทศเท่านั้น ยังไม่วางขายในประเทศไทย Tesla ระบุว่า หากสั่งจองตอนนี้ รถจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม (ในสหรัฐอเมริกา)
แสดงความคิดเห็น
Ferrari 488 GTB เผยโฉมแล้ว เตรียมเปิดตัวที่เจนีวา มี.ค.นี้
04 ก.พ. 58 (10:51 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
Ferrari ผู้ผลิตรถซุปเปอร์คาร์ชื่อดังสัญชาติอิตาเลียน เผยภาพ 488 GTB ใหม่ล่าสุด ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ 2015 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้
Ferrari 488 GTB ถือเป็นรถธงของทางค่าย ที่ได้รับการพัฒนาต่อมาจาก 458 Italia ซึ่งวางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2010 ถูกปรับปรุงใหม่ทั้งภายนอกและภายในพร้อมเปลี่ยนชื่อรุ่นมาเป็น 488 GTB เพื่อระลึกถึงรุ่น 308 GTB อันถือเป็นเฟอร์รารี่รุ่นแรกที่ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 แบบวางกลาง ซึ่งเคยโด่งดังในอดีตเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว
ไฮไลท์ของ 488 GTB ก็คือเครื่องยนต์ V8 บล็อคใหม่ ความจุ 3,902 ซีซี พร้อมระบบทวินเทอร์โบ ที่ปล่อยมลพิษลดลงจากเครื่องยนต์ 4.5 ลิตร V8 เดิมที่ติดตั้งใน 458 Italia เดิม รวมถึงการลดขนาดเครื่องยนต์ลงกว่า 600 ซีซี จากการนำเอาเทอร์โบเข้ามาเสริม
เครื่องยนต์บล็อกใหม่สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ 670 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมอีก 100 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 760 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 200 นิวตัน-เมตร พร้อมทั้งลดการปล่อยไอเสียลงจากเดิม ระบบส่งกำลังเป็นแบบ 7 สปีด
488 GTB ใหม่ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้กว่า 330 กม./ชม.
รายละเอียดเพิ่มเติมต้องรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

