[Geneva 2017] RUF CTR รถสปอร์ตหน้าตาย้อนยุค แต่รีดแรงม้าระดับ 700 ตัว
โดย Satapana
โพสต์เมื่อ 07 March 2560
นับเป็นครั้งแรกที่รัฟ สำนักแต่งคู่บุญของปอร์เช่พัฒนารถสปอร์ตขึ้นมาเองทั้งหมดในชื่อ “ซีทีอาร์” เผยโฉมครั้งแรกที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์
ถึงแม้หน้าตาของรัฟ ซีทีอาร์จะเหมือนกับ 911 รุ่นคลาสสิก แต่รถรุ่นนี้พัฒนาบนแชสซีส์คาร์บอนโมโนค็อกที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่หมดจด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่แชสซีส์แบบนี้ถูกนำมาใช้วางเครื่องยนต์ไว้หลังเพลาท้าย จึงถือว่าน่าสนใจอย่างมาก

รัฟระบุว่าพวกเขาได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าซีทีอาร์ “Yellow Bird” รุ่นสุดคลาสสิกปี 1987 โดยรถรุ่นใหม่นี้วางขุมพลัง 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 3.6 ลิตร พละกำลัง 700 แรงม้า แรงบิด 659 ฟุตปอนด์ ส่งกำลัวด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมลิมิเต็ดสลิป ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว
ตัวถังได้รับการผลิตอย่างพิถีพิถันด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบมินิมอลซึ่งผสมผสานความโมเดิร์นและเรโทรไว้ได้อย่างลงตัว เบาะที่นั่งเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ แป้นเหยียบอลูมิเนียม พวงมาลัยแบบสามก้านซึ่งทำให้ตัวถังรถมีน้ำหนักเพียง 1,200 กก. เท่านั้น อัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. ภายใน 3.5 วินาที เร่งจาก 0-200 กม.ต่อชม. ใน 9 วินาที และท็อปสปีดไหลไปได้ถึง 362 กม.ต่อชม.

ช่วงล่างเป็นแบบพุชร็อดดับเบิลวิชโบนสไตล์รถสมรรถนะสูง และใช้เบรกคาร์บอนเซรามิกเอาอยู่ในทุกสถานการณ์
รัฟจากเยอรมนีประกาศลั่นว่าจะผลิตรัฟ ซีทีอาร์ ยุคใหม่นี้เพียง 30 คันเท่านั้น โดยจะขึ้นสายการผลิตที่โรงงานในพาฟเฟนเฮาเซนซึ่งอยู่ระหว่างสตุทการ์ท และมิวนิค ราคาจำหน่ายจะได้รับการเปิดเผยในภายหลัง

ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่

Renault เตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็กที่สุดในไลน์อัปคือ Twingo E-Tech ใหม่ อย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งมีแผนจะบุกตลาดรถ EV ราคาประหยัดก่อนคู่แข่งสำคัญอย่าง Volkswagen ID.1 (หรือ ID. Every1/ID. Lupo) ถึง 2 ปีเต็ม (Volkswagen มีกำหนดเปิดตัวในปี 2027)
ประเด็นสำคัญ:
- กำหนดเปิดตัว/วางตลาด: เปิดตัว 6 พ.ย. นี้ และคาดว่าจะเริ่มผลิตจริงในปี 2026 เพื่อชิงตลาด EV ราคาประหยัดก่อน
- คู่แข่ง: มุ่งเป้าแข่งกับ Volkswagen ID. Every1/ID.1 และ Dacia Spring (ในเครือ Renault Group)

- ดีไซน์: เน้นความเป็น “เรโทรสุดน่ารัก” โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Twingo รุ่นแรกยุค 90 มีลักษณะคล้าย “กบอารมณ์ดี” โดดเด่นด้วยโคมไฟหน้า LED ทรงกลม และเปลี่ยนจากตัวถัง 2 ประตูเป็น 4 ประตู เพื่อความสะดวก
- ราคาเป้าหมาย: ตั้งราคาให้ต่ำกว่า 20,000 ยูโร (ประมาณ 730,000 บาท) เพื่อเจาะตลาดรถ EV ราคาเข้าถึงได้
- ขุมพลัง/แบตเตอรี่ (คาดการณ์): เพื่อให้ได้ราคาต่ำ อาจใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่า Renault 5 E-Tech (40 kWh) โดยมีแนวโน้มว่าจะใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาดประมาณ 24.3 kWh ให้ระยะทางวิ่งราว 225 กม. (อ้างอิงจาก Dacia Spring รุ่นปรับปรุง)

- ภายใน (คาดการณ์): คาดว่าจะมีหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 10.1 นิ้ว และหน้าปัดดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว ตามมาตรฐานรถใหม่ของ Renault

ที่มา Carscoops

