Pagani Zonda สุดแพง ถูกกลับมาขายอีกครั้ง
- โดย : รัฐศิลป์ รัตนกู้เกียรติ
- 26 ม.ค. 68 20:53
- 2,169 อ่าน
และนี่คือหนึ่งใน Pagani Zonda ที่หายากและเคยถูกนำมาขายผ่านการประมูลสาธารณะ ในตอนนี้ได้กลับมาอยู่ในตลาดอีกครั้ง แต่คราวนี้มันถูกนำเสนอโดยดีลเลอร์ในเยอรมนี รถคันนี้คือ Zonda Riviera ซึ่งเคยขายไปในปี 2019 ที่ราคา 5.88 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยราคาขายปัจจุบัน แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าอาจจะได้ราคาสูงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

พื้นฐานเดิมมันคือ Zonda F ก่อนที่จะถูกปรับแต่งใหม่ในปี 2017 โดยได้แรงบันดาลใจจาก Zonda 760 RS รุ่นดั้งเดิม ซึ่งหลายคันที่ถูกส่งกลับไปยัง Pagani ก็ได้รับการปรับแต่งแบบเดียวกัน และกลายเป็นรุ่น 760 ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้ว่าจะเปลี่ยนเจ้าของหลายครั้ง แต่รถคันนี้ยังคงสภาพดีเหมือนใหม่

ด้านนอกโดดเด่นมาก ทั้งหมดของแผ่นโลหะถูกรื้อและเปลี่ยนใหม่ตามการปรับแต่งของรถ ใช้สีเมทัลลิคขาวงดงามและตัดด้วยส่วนประกอบคาร์บอนไฟเบอร์เงาสีดำ เช่น สปลิตเตอร์หน้า, สเกิร์ตข้าง, แฟลร์ซุ้มล้อหน้า, ช่องดักลมหลังคา, ปีกหลัง, และดิฟฟิวเซอร์หลังขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดสีฟ้าเด่น ๆ ที่เพิ่มความงามทั้งด้านหน้า ข้าง และล้อ
ภายในปรับแต่งพิเศษ รวมถึงโลโก้ที่ทำขึ้นเฉพาะตัว เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้า Alcantara สีน้ำเงินและหนังสีน้ำเงิน ส่วนอื่น ๆ ใช้หนังสีดำสุดหรู และคาร์บอนไฟเบอร์แบบด้าน

ใต้ฝากระโปรง Zonda Riviera มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ขนาด 7.3 ลิตร แบบ Naturally Aspirated ที่ปรับจูนให้สามารถผลิตกำลังได้ถึง 750 แรงม้า พลังขับเคลื่อนส่งไปยังล้อหลังผ่านระบบเกียร์ Sequential แม้ว่าในบางรุ่นหายากของ Zonda 760 จะมีเกียร์ 6 สปีดธรรมดา
ที่มา Carscoops
Pagani Zonda Cinque Roadster แรงแพงและเปิดประทุน
เผยแพร่: 22 ก.ค. 2552 08:55 โดย: MGR Online
ความเร้าใจระลอกที่ 2 จากค่ายปากานี่ ผู้ผลิตรถสปอร์ตจากอิตาลีถูกส่งออกมาสู่ตลาดอีกครั้ง และคราวนี้เป็นการสานต่อโปรเจ็กต์สุดระห่ำอย่าง Cinque ด้วยเวอร์ชันเปิดประทุนที่จะเข้ามาขายด้วยราคากระชากใจตามสไตล์ซูเปอร์คาร์ในกลุ่ม Niche market โดยมีการผลิตออกมาด้วยจำนวน 5 คันตามชื่อรุ่นในปีที่แล้ว ปากานี่เปิดตัวซอนด้า Cinque (ซึ่งเป็นภาษาอิตาลีที่มีความหมายว่า 5) กับตัวถังคูเป้แบบ 2 ที่นั่งเครื่องยนต์วางกลาง และเรียกความฮือฮาได้ไม่น้อยกับค่าตัวที่แพงในระดับเกิน 1 ล้านยูโร ส่วนรุ่นใหม่นี้ก็ทำได้ไม่แพ้กัน เพราะเป็นเวอร์ชันเปิดประทุนที่มากับค่าตัวแพงถึง 1.3 ล้านยูโร หรือ 58.5 ล้านบาท
ตัวรถแชร์พื้นฐานร่วมกับรุ่นคูเป้ แต่ที่ต่างออกไปคือ ไม่มีแผ่นหลังคาคลุมหัว ซึ่งโครงสร้างตัวถังที่ผลิตจากวัสดุไฮเอนด์อย่างคาร์บอน-ไททาเนียมต้องได้รับการออกแบบใหม่เพื่อความแข็งแกร่งที่ต้องมีมากขึ้นเนื่องจากไม่มีหลังคาเหมือนกับรุ่นคูเป้
ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นเยี่ยมที่ทั้งทนและเบาในการผลิตชิ้นส่วนตัวถังและชิ้นส่วนอื่นๆ ของตัวรถ ทำให้สปอร์ตรุ่นนี้มีน้ำหนักเบาเพียง 1,210 กิโลกรัม และมีการกระจายน้ำหนักระหว่างด้านหน้าและหลังในอัตราส่วน 47-53% และชิ้นส่วนบนตัวถังถูกออกแบบเพื่อสร้างแรงกดในขณะแล่นด้วยความเร็วสูง โดยเมื่ออยู่ในระดับ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมงจะมีแรงกดเกิดขึ้นบนตัวถัง 750 กิโลกรัม
นอกจากนั้น ยังเสริมสวยด้วยล้อแม็กด้าหน้าขนาด 9X19 นิ้วกับยาง 255/35ZR19 และด้านหลัง 12.5X20 นิ้วกับยาง 355/30ZR20 ซึ่งเมื่อใช้ยางแบบธรรมดาสำหรับการใช้งานบนถนน ตัวรถสามารถทำแรง G ทางด้านข้างได้สูงสุด 1.45G
แน่นอนว่าเครื่องยนต์ที่วางอยู่ด้านหลังของห้องโดยสารยังเป็นขุมพลังของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ทาง AMG รับหน้าที่เพิ่มเรี่ยวแรง โดยเป็นบล็อกวี12 ที่มีความจุ 7,300 ซีซี รีดกำลังออกมาได้ 680 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 79.5 กก.-ม. ส่งกำลังสู่ล้อหลังด้วยเกียร์แบบ 6 จังหวะคลัตช์ไฟฟ้าเปลี่ยนเกียร์ในแบบ +/- หรือซีเควนเชี่ยล มีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 3.4 วินาที และ 9.6 วินาทีสำหรับ 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ส่วนระบบเบรกเป็นแบบคาร์บอนเซรามิกด้านหน้าและหลังมีขนาด 380 มิลลิเมตรเท่ากัน แต่คาลิเปอร์เป็นแบบ 6 กับ 4 ลูกสูบ ซึ่งทำให้ระยะเบรกมีประสิทธิภาพมากขึ้น กดเบรกจากความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงจนหยุดสนิทด้วยเวลาเพียง 2.1 วินาที และ 4.3 วินาทีเมื่อแล่นมาด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง
5 คันเท่านั้นที่รอให้เป็นเจ้าของ ใครมีเงินสำหรับเฉพาะค่าตัวครบตามจำนวนข้างบน (ไม่รวมภาษีนำเข้าในบ้านเรา) ก็รีบติดต่อไปให้ไว เดี๋ยวจะหมดกันเสียก่อน

