ถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดจาก MG อย่าง MG2 เตรียมเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อเป็นคู่แข่งกับรถยนต์ชื่อดังอย่าง Fiat 500e และ Renault 5 โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
MG2 จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สุดในไลน์อัปของแบรนด์ โดยวางตำแหน่งไว้เล็กกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอย่าง MG3 และรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง MG4 และจะเข้ามาแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีคู่แข่งที่สำคัญ เช่น Fiat 500e, Hyundai Inster และ Renault 5
ข้อมูลทางเทคนิคและสมรรถนะ
แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า MG2 จะใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกันกับ MG4 ซึ่งมีตัวเลือกแบตเตอรี่ 3 ขนาด ได้แก่ 51kWh, 64kWh และ 77kWh
MG2 อาจไม่ได้รับตัวเลือกแบตเตอรี่ทั้งหมด แต่มีแนวโน้มที่จะใช้แบตเตอรี่ 2 รุ่นที่เล็กกว่า ซึ่งอาจทำให้มีระยะทางวิ่งสูงสุดได้มากกว่า 200 ไมล์ (ประมาณ 320 กิโลเมตร) โดยรถยนต์คู่แข่งอย่าง Renault 5 สามารถวิ่งได้สูงสุด 252 ไมล์ (ประมาณ 405 กิโลเมตร) ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 52kWh
ดีไซน์ภายนอกและภายใน
- ดีไซน์ภายนอก: คาดว่า MG2 จะนำองค์ประกอบการออกแบบจากรุ่นพี่อย่าง MG3 และ MG4 มาใช้ โดยจะมีรูปลักษณ์แบบแฮตช์แบ็กทั่วไป แต่จะมีการออกแบบด้านหน้าที่มีความโค้งมนและโฉบเฉี่ยวมากขึ้นแบบเดียวกับ MG4
- ดีไซน์ภายใน: คาดว่าจะใช้การตกแต่งภายในแบบเดียวกับใน MG3 และ MG4 โดยมีหน้าจอแสดงผลดิจิทัลขนาด 7.0 นิ้วหลังพวงมาลัย และหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว แม้ว่าระบบจะตอบสนองได้ดี แต่ก็อาจทำให้เสียสมาธิขณะขับขี่ และขาดปุ่มควบคุมแบบกายภาพที่ใช้งานง่าย
กำหนดการและคู่แข่ง
MG2 มีกำหนดเปิดตัวภายในปี 2028 และจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งหน้าใหม่มากมายที่จะเปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เช่น Cupra Raval, Skoda Epiq และ VW ID 2 ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปี 2026 รวมถึงรถยนต์ที่มีราคาถูกกว่าอย่าง Renault Twingo และ VW ID 1
ในส่วนของราคา MG ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน แต่ยืนยันว่าจะมีการตั้งราคาให้สามารถแข่งขันกับรถยนต์อย่าง Renault 5 ได้ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 22,995 ปอนด์ (ประมาณ 1 ล้านบาท) นอกจากนี้ MG2 ยังจะได้รับการออกแบบทั้งหมดที่สตูดิโอของ MG ในกรุงลอนดอนอีกด้วย
MAZDA ICONIC SP’ รถต้นแบบสปอร์ตคอมแพ็คคาร์
in New Car

Share on FacebookShare on TwitterShare on Line
ฮิโรชิม่า – ประเทศญี่ปุ่น, วันที่ 26 ตุลาคม 2566 – มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมรถ MAZDA ICONIC SP หรือคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในงาน Japan Mobility Show 2023*1

MAZDA ICONIC SP เป็นรถต้นแบบใหม่ล่าสุด ภายใต้สปอร์ตคอมแพ็คคาร์คอนเซ็ปต์ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่และตอบโจทย์ลูกค้าที่ “รักในรถยนต์” และ “ปรารถนาที่จะครอบครองรถยนต์ที่สามารถถ่ายทอดความสุขในการขับขี่” โดยคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์โรตารี แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาสด้าที่ยังคงมีขนาดกะทัดรัด จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องการจัดวางพื้นที่ของห้องเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้รถต้นแบบคันนี้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำและให้สมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น โดยแบตเตอร์รี่จะถูกชาร์จด้วยพลังงานแบบย้อนกลับและจากเครื่องยนต์โรตารีแบบ 2 โรเตอร์ ที่ใช้ในการผลิตพลังงาน ซึ่งเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดคาร์บอน นอกจากนี้ ภายนอกของตัวรถยังมาพร้อมกับสีแดง VIOLA ซึ่งเป็นสีต้นแบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจากปรัชญาของมาสด้าในการ “ยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน” ซึ่งเป็นความปรารถนาในการเชิดชูสีแดงอันเป็นสีเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

มร. มาซาฮิโระ โมโร่ ผู้อำนวยการตัวแทนจากมาสด้า, ประธาน และ CEO กล่าวว่า “มาสด้าจะส่งมอบรถยนต์ที่เป็นเสมือนสิ่งย้ำเตือนให้กับผู้คนอยู่เสมอว่า รถยนต์คือความสุขที่แท้จริงและเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของพวกเขา นอกจากนี้ ในฐานะที่มาสด้าเป็นบริษัทที่รักในรถยนต์ และต้องการเสริมสร้างประสบการณ์ในการเดินทางให้กับผู้คนอย่างไม่รู้จบ เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์อนาคตร่วมกับพันธมิตร และแฟนๆ ของเราที่มีจุดมุ่งหมายร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า ‘เรารักรถยนต์’ และเพื่อตอบสนองต่อความปรารถนานี้ มาสด้าจึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับประสบการณ์ความสุขในทุกการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน”

มาสด้าจะยังคงส่งมอบ ‘ความสุขในการขับขี่’ ต่อไป ภายใต้คุณค่าหลักในการให้ความสำคัญกับยึดมั่นปรัชญา ‘มนุษย์เป็นศูนย์กลาง’ และยังคงงมั่นที่จะส่งมอบ ‘ความสุขในการใช้ชีวิต’ ด้วยการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าทุกคน

- ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับ MAZDA ICONIC SP
- มาสด้าสร้าง “เฟรมเวิร์ค” ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างแบบจำลองให้ได้สัดส่วนที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ เพื่อให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยแนวคิดในการติดตั้งเครื่องยนต์โรตารีที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดกะทัดรัดไว้ตรงกลางตัวรถนั้นช่วยส่งผลให้ได้ฝากระโปรงหน้าต่ำลง
- เครื่องยนต์โรตารีแบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) เป็นเครื่องยนต์โรตารีประสิทธิภาพสูงแบบ Scalable สามารถเผาไหม้เชื้อเพลิงได้หลากหลายประเภท เช่น ไฮโดรเจน และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่ด้วยพลังงานแบบย้อนกลับ ก็จะทำให้สามารถขับขี่ได้ในสภาวะที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน
- พละกำลังการขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพสูงเกิดจากเครื่องยนต์โรตารี แบบ 2 โรเตอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (Two-rotor Rotary EV System) มีสัดส่วนของจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า และมีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ทำให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม แม้ว่าคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้จะเป็นรถสปอร์ตแต่ก็สามารถจ่ายพลังงานได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ผู้ขับขี่ยังคงเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง หรือแม้กระทั่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- สีภายนอก “VIOLA RED” ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามความปรารถนาของมาสด้าที่จะ “เชิดชูสีแดง” และสอดคล้องกับปรัชญาในการ “ยกระดับประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน” โดยมุ่งเน้นไปที่สีสันที่สดใส แต่ในขณะเดียวกันก็ให้เน้นให้เห็นถึงความสง่างามของมิติของตัวรถ ที่เกิดจากการตกกระทบของแสงและเงาที่ถ่ายทอดลงบนตัวรถ
ข้อมูลจำเพาะเบื้องต้นของ MAZDA ICONIC SP
| ความยาว x ความกว้าง x ความสูง (mm) | 4,180 × 1,850 × 1,150 |
| ระยะฐานล้อ (mm) | 2,590 |
| อัตราส่วน แรงม้า – น้ำหนัก | 3.9 |
| แรงม้าสูงสุด (PS) | 370 |
| น้ำหนัก (kg) | 1,450 |
Mazda’s JAPAN MOBILITY SHOW 2023 website


