การโจมตีด้วยพลังงานไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นของ Volkswagen รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะหลากหลายประเภท เราเพิ่งเห็น ID แนวคิด GTI ในมิวนิก และเรารู้รหัส รุ่น Buzz และ ID.3 จะได้รับการอัปเกรดประสิทธิภาพด้วยตรา GTX ใหม่ของ VW
แต่ตอนนี้ VW กำลังเพิ่มประสิทธิภาพด้วยรถแนวคิดเฉพาะที่มีชื่อว่า ID.X Performance ID.X Performance มีพื้นฐานมาจากรถซีดาน ID.7 โดยมีลักษณะที่เหมือนกันน้อยมากเมื่อเทียบกับรูปทรงพื้นฐาน



ส่วนหน้าได้รับการปรับโฉมใหม่อย่างดุดันด้วยกระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่ที่ฐานกันชนและช่องระบายอากาศที่เข้ากันในแต่ละมุม นอกจากนี้ยังมีดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์และขอบสีแดงสไตล์ GTI ที่ล้อมรอบตัวรถทั้งหมด พลาสติกสีดำหนาคลุมซุ้มล้อซึ่งมีชุดล้ออัลลอยแบบสปอร์ตขนาด 20 นิ้วพร้อมยางแบบพิเศษสำหรับรถแข่ง



ด้านท้ายมีสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่บนฝากระโปรงหลัง พร้อมด้วยดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ที่ฐานกันชน และท่อสีแดงแบบเดียวกันจากด้านหน้าและด้านข้างของรถก็ขยายไปทางด้านหลังด้วย รถทั้งคันอยู่ต่ำกว่า ID.7 แบบเดิม 2.4 นิ้ว (60 มิลลิเมตร)
ในแง่ของประสิทธิภาพ แนวคิด ID.X ใช้สถาปัตยกรรม MEB ที่แพร่หลายซึ่งเป็นรากฐานของ VW EV สมัยใหม่เกือบทั้งหมด โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวที่ให้กำลังรวม 550 แรงม้า (411 กิโลวัตต์) และเช่นเดียวกับ ID.7 แนวคิด ID.X Performance มีความสามารถในการชาร์จ DC ที่รวดเร็วที่ 200 กิโลวัตต์

แน่นอนว่าไม่มีการยืนยันว่าแนวคิดนี้จะถูกผลิตจริง แต่ Volkswagen ได้ยืนยัน (และล้อเล่น) ID.7 GTX ที่ร้อนแรงกว่า อากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการปรับปรุง และหวังว่าจะมีกำลังมากขึ้น ในขณะเดียวกัน แนวคิด ID.X Performance จะถูกจัดแสดงที่ international ID ซึ่ง การแสดง Treffen ซึ่งจะจัดขึ้นในเมืองโลการ์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนถึงวันที่ 9 กันยายน

ลัมบอร์กินี่ เผย !! ไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ในอนาคต อาจมีต้นทุนในการสร้างถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดย Coke Autospinn
โพสต์เมื่อ 26 August 2558
แผนการสร้างรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ รุ่นพิเศษจาก ลัมบอร์กินี่ ใกล้ความเป็นจริงเข้าไปทุกที่ และวันนี้ ลัมบอร์กินี่ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ ว่าจะมีต้นทุนในการผลิตแต่ละคันสูงถึง 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ และจำกัดจำนวนเพียง 20 เท่านั้น
จากที่ทาง ลัมบอร์กินี่ ได้เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดตัวรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ ในช่วงต้นปีหน้านี้ โดยในช่วงนั้นให้ข้อมูลเพียงแค่ว่าตัวถังรถจะสร้างจากเทคโนโลยีสุดพิเศษที่สามารถทนต่อแรงบิดสูงมาก

โดยภายหลังได้มีการแถลงการ์ณเกี่ยวกับไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้ ณ งาน เพบเบิลบีช อีกรอบซึ่งคราวนี้มาพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ว่าต้นทุนในการผลิตต่อคันจะอยู่ที่ประมาณ 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 42 ล้านบาทไทย และจำกัดจำนวนผลิตเพียง 20 คันเท่านั้น
สเตฟาน วินเคิลแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลัมบอร์กินี่ กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ไฮเปอร์คันนี้ทางทีมงานได้มีตั้งใจในการสร้างสรรผลงานสูง โดยแนวคิดในการสร้างไฮเปอร์รุ่นใหม่นี้ไม่ได้สร้างมาสำหรับเก็บไว้โชว์ในพิพิธภัณฑ์รถแต่อย่างใด

แต่คอนเซ็ปท์ที่แท้จริงคือทาง ลัมบอร์กินี่ ต้องการจะให้ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์รุ่นนี้ไปได้รับความ สนุกและประสบการณ์ที่สุดยอดบนท้องถนน และยังได้รับความปลอดภัยในการขับขี่สูงเช่นกัน
ถือเป็นรถยนต์อีกหนุ่งรุ่นที่นอกจากจะมีราคาสูงมากแล้วยังไม่สามารถซื้อได้ทุกคน ผู้ที่ได้เป็นเจ้าของต้องเป็นบุคคลสำคัญที่ทาง ลัมบอร์กินี่ ได้คัดแล้วเท่านั้น
สามารถติดตามข่าวสารรถรยนต์และมอเตอร์ไซคืเพิ่มเติม ได้ที่นี่

