ทดสอบสมรรถนะ Aston Martin New Vantage และ DB11 สายพันธุ์สปอร์ตจากอังกฤษ
โดย Champ Autospinn
โพสต์เมื่อ 13 February 2562
แอสตัน มาร์ติน จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญทดสอบสมรรถนะสุดเร้าใจ และสัมผัสความงดงามของ New Vantage และ DB11 V8
พรเศก ภาคสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้น เพื่อให้ผู้ชื่นชอบ แอสตัน มาร์ติน ในไทย ได้สัมผัสแก่นแท้ของยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตจากอังกฤษ ทั้งรูปลักษณ์อันงดงาม เทคโนโลยีทันสมัย ความประณีตใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมพลังขับเคลื่อนสุดเร้าใจจากเครื่องยนต์ วี8 สูบ”
และรถที่ทีมงานออโต้สปินน์ได้ทำการทดสอบในครั้งนี้ มี 2 รุ่น คือ New Vantage และ DB11 V8 ซึ่งเป็นการทดสอบบนถนนจริง สภาพการจราจรจริง
Aston Martin New Vantage
แอสตัน มาร์ติน ‘วานเทจ’ ใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูดุดัน ด้วยเส้นสายที่ดูลงตัว ผสานแนวทางการออกแบบอันป็นเอกลักษณ์ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า แรงบิด 685 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 314 กม./ชม. โดยเครื่องยนต์ถูกติดตั้งให้ชิดกับตัวถังมากสุด เพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมดุล 50:50% น้ำหนักรวม 1,530 กก. ส่งผลให้มีอัตราส่วนแรงม้า/น้ำหนักดีมาก
นอกจากนั้น การปรับแต่งระบบไอดี-ไอเสียและกล่องอีซียู ส่งผลให้ท่อไอเสียคำรามอย่างดุดัน ตามโหมดการขับขี่ที่เราเลือก และถึงแม้จะเป็นเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง แต่การขับขี่และการควบคุมตัวรถสามารถทำได้ง่าย สามารถขับใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน
Aston Martin DB11 V8


แอสตัน มาร์ติน ดีบี11 วี8 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 503 แรงม้า แรงบิด 675 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 300 กม./ชม.
เครื่องยนต์ติดตั้งด้านหน้า ชิดกับผนังห้องเครื่อง ช่วยให้กระจายน้ำหนักได้สมดุล ช่วงล่างอิสระ ให้ความรู้สึกปราดเปรียว

เครื่องยนต์ และช่วงล่าง สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้ 3 โหมดที่พวงมาลัย ซึ่งโหมดเครื่องยนต์แต่ละโหมดก็จะมีเสียงท่อที่แตกต่างกันไป แต่ที่ผมชอบมากๆเลยก็คือ โหมด Sport+ เพราะเสียงท่อดุดันโวยวายมาก เรื่องของกำลังเครื่องยนต์ต้องบอกเลยว่า แรงเอาเรื่องจริงๆ กดคันเร่งปุ๊บ กำลังเครื่องมาปั๊บ ไม่ต้องรอรอบให้เสียเวลา จังหวะที่ยกคันเร่ง ท่อยิงปุ้งปั้งๆๆๆ
สุดท้ายนี้ผมขอสรุปแบบรวมๆเลยนะครับ Aston Martin New Vantage และ DB11 V8 ใช้เครื่องยนต์บล๊อคเดียวกัน ต่างกันที่ตัวถัง และลูกเล่นต่างๆบางส่วน การใช้งาน สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และถึงแม้เครื่องยนต์จะมีกำลังที่มาก แต่การควบคุมตัวรถก็ทำได้ง่ายครับ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบครับ
สอบถามข้อมูลเพิ่ม กรุณาติดต่อ แอสตัน มาร์ติน แบงคอก
บริษัท เฮอริเทจ มอเตอร์ เซลส์แอนด์เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3)
02-610-9775 (โชว์รูมสาขาสยามพารากอน)
076-201-966 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาภูเก็ต)
Facebook: Astonmartinbangkok
อี-เมล: contact@astonmartin-bangkok.com
เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่
เปิดตัว!! Mercedes-AMG GT2 Edition W16 รถแข่งตัวโหด 818 แรงม้า ผลิตแค่ 30 คันเท่านั้น
155 จำนวนผู้เข้าชม |

Mercedes-AMG เปิดตัวอีกหนึ่งสุดยอดผลงาน มันคือ Mercedes-AMG GT2 Edition W16 รถแข่งสำหรับลูกค้า (customer racing) มันถูกต่อยอดจากรถแข่ง GT2 ที่เปิดตัวในปี 2022 จนกลายเป็นหนึ่งในรถแข่งลูกค้าที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Mercedes-AMG GT2 Edition W16 มากับรูปลักษณ์ภายนอกแรงบันดาลใจจากรถแข่ง F1 รุ่น W16 E PERFORMANCE ด้วยลวดลายตราดาวจำนวนมากเป็นงานแบบวาดมือทั่วท้ายรถ สดุดตาด้วยสีเขียว PETRONAS Emerald Green ซึ่งเป็นแบบเดียวกับทีมแข่ง Mercedes-AMG PETRONAS F1 ต่อด้วยการอัพเกรดด้านอากาศพลศาสตร์ทั่วคัน ไม่ว่าจะเป็น ครีบระบายอากาศเหนือซุ้มล้อหน้าแบบแอคทีฟ, ดิฟฟิวเซอร์หน้าขนาดใหญ่ขึ้น, กระจกมองข้างออกแบบใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ และปีกท้ายขนาดใหญ่พร้อมระบบ DRS ลดแรงต้านอากาศแบบ F1 น้ำหนักตัวรถเพียง 1,430 กิโลกรัม ทำให้มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 1.75 กิโลกรัม/แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับรถสาย track-only ล้อแบบแมกนีเซียมขนาด 18 นิ้ว โช๊คอัพแบบปรับได้ 4 ระดับทั้งด้านหน้าและหลัง และยังมีเหล็กกันโคลงแบบปรับได้เพิ่มความแม่นยำในการควบคุมบนสนามแข่ง
ห้องโดยสารจัดเต็มแบบรถแข่ง ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ผิวด้านเป็นหลัก พร้อมด้วยสีเขียว PETRONAS บนเบาะ ประตู และคอนโซลกลาง ที่กาบบันไดข้างยังมาพร้อมลายเซ็นของ Kimi Antonelli นักขับ F1 รุ่นใหม่จากทีม Mercedes-AMG ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการของรุ่นนี้ พร้อมป้าย “One of 30” ย้ำถึงความหายากของรถคันนี้ ระบบความปลอดภัยก็ครบครัน เช่น โครงนิรภัยคาร์บอนไฟเบอร์, เข็มขัดนิรภัย 5 จุด, ตาข่ายนิรภัย, ระบบดับเพลิง, ถังน้ำมันนิรภัย, ช่องฉุกเฉินบนหลังคา, ระบบ ABS สำหรับสนามแข่ง และระบบ traction control แบบปรับได้หลายระดับ
ขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ได้รับการปรับแต่งเทอร์โบและระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ ทำให้ได้กำลังสูงสุด 818 แรงม้า เมื่อใช้ระบบ Push2Pass ซึ่งจะเพิ่มแรงดันบูสต์ชั่วขณะ เพิ่มจากกำลังพื้นฐานที่มีอยู่ 730 แรงม้า ได้ม้าเพิ่มถึง 100 ตัว แรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร ทำท๊อปสปีดได้กว่า 320 กม./ชม. เกียร์แบบ Sequential 6 สปีด
ลูกค้าที่ครอบครอง Mercedes-AMG GT2 Edition W16 จะได้รับประสบการณ์ด้วยการจัดงานส่งมอบสุดพิเศษ พร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ผสานระหว่างความหรูหราและจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง ทุกคันจะได้อุปกรณ์ที่ออกแบบเฉพาะรุ่นนี้ ผ้าคลุมรถดีไซน์เฉพาะรุ่น, อุปกรณ์จาก OMP และ BELL Helmets ซัพพลายเออร์อย่างเป็นทางการของ Mercedes-AMG Motorsport ชุดแข่งและหมวกกันน็อคที่ดีไซน์ในสไตล์เดียวกับทีม F1
บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Mercedes-AMG









