• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0310011 างแม าน เพ อมาอ อยผ วต วเอง part 2

admin79 by admin79
October 3, 2025
in Uncategorized
0
T0310011 างแม าน เพ อมาอ อยผ วต วเอง part 2

Ultra-rare McLaren F1 LM Specification สุดยอดความแรร์ 2 คันในโลก ที่มีมูลค่าประมูลในปี 2019 ราคา $19.8 ล้านเหรียญ หรือราว 682 ล้านบาท หากซื้อขายกันในปุจจุบันผ่านไป 3 ปี น่าจะยิ่งแพงกว่านี้อีก 30% หรือเกินกว่า $23 ล้านเหรียญ เหตุผลความแพงและแรงมากของ McLaren F1 LM Specification คันนี้ เพราะมันมีเพียง 2 คันในโลก

Share on Facebook
Share on Twitter
Share on Line

  

  • One of only two examples modified by the factory to LM specifications
  • Equipped with unrestricted GTR racing engine and Extra-High Downforce Kit
  • One of 64 road cars built; total of only 106 examples

Ultra-rare McLaren F1 LM Specification สุดยอดความแรร์ 2 คันในโลก ที่มีมูลค่าประมูลในปี 2019 ราคา $19.8 ล้านเหรียญ หรือราว 682 ล้านบาท หากซื้อขายกันในปุจจุบันผ่านไป 3 ปี น่าจะยิ่งแพงกว่านี้อีก 30% หรือเกินกว่า $23 ล้านเหรียญ เหตุผลความแพงและแรงมากของ McLaren F1 LM Specification คันนี้ เพราะมันมีเพียง 2 คันในโลก

McLaren สร้าง F1 ขึ้นมาทั้งหมด 106 คัน แบ่งเป็น F1 LMs ที่สร้างออกมาจากโรงงานแท้ ๆ จำนวน 5 คัน, F1 production road cars 64 คัน, F1 GTR racers 28 คัน, F1 GTs Long-tail 1 คัน และ Prototype and Development cars อีก 7 คัน

McLaren F1 LM Specification ที่เราเห็นอยู่นี้ เป็น 1 ใน 2 คันที่ McLaren นำรถจาก production road cars ออกมาอัพเกรดด้วยตัวเอง ให้มีสเปกเทียบเท่าตัวแข่ง Le Mans จึงได้ชื่อติดท้ายว่า “F1 LM Specification” ข้อดีคือมันเป็นรถที่ยังขับในชีวิตประจำวันได้ เพราะอัพเกรดจากตัว road cars ภายนอกสี Platinum Silver Metallic ภายในสี beige แตกต่างจากตัวแข่ง Le Mans อย่างชัดเจน

เครื่องยนต์ผ่านการร่วมมือกับ BMW M ให้ผลิตสเปกสำหรับรถ F1 โดยเฉพาะ ได้เครื่องยนต์ BMW S70/2 ความจุ 6.1 ลิตร V12 NA ผลิตจาก aluminum alloy พร้อมระบบ DOHC with variable valve timing ซึ่งในรุ่น LM Specification ถูกเพิ่มแรงม้าเป็น 671 แรงม้า จากเดิม 618 แรงม้า

ภายนอกติดตั้ง aerodynamic kit “Extra-High Downforce” เต็มรูปแบบ พร้อมใส่เทคโนโลยีจากรถแข่งแบบแน่น ๆ ตั้งแต่เพิ่มระบบความเย็นเกียร์ ชุดท่อไอเสีย ล้อ GTR ขนาด 18 นิ้ว มีแอร์เย็นฉ่ำ ไฟหน้าส่องสว่างเต็มระบบ พวงมาลัย ชุดกันสะเทือนแทนที่ด้วย Rac-spec items หนึบเหมือนในสนาม แต่ผ่านการปรับแต่งให้มีความนุ่มพอสำหรับถนนในชีวิตประจำวัน

แต่ยังมีรุ่นที่โหดและแรร์ยิ่งกว่า ซึ่งมาจาก F1 road cars เหมือนกัน นั่นก็คือ McLaren F1 GT ซึ่ง McLaren จำเป็นต้องผลิตออกมาอย่างน้อย 1 คัน ไม่รวม prototype car เนื่องจากกฎการลงแข่ง แรกเริ่มจึงมี F1 GT อยู่ทั้งหมด 2 คัน รวม prototype แล้ว แต่ท่าน Sultan of Brunei เกิดสนใจ จึงสั่ง McLaren ผลิตขึ้นมาอีกคันนึง รวมมี F1 GT 3 คันในโลก เป็นรถต้นแบบ 1 คัน และอยู่ใน private collector ระดับ Sultan อีก 2 คัน ซึ่งพวกเราคงไม่มีวันรู้ว่าราคาของมันจะอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่

20 ปีที่โลกไร้เงา McLaren F1

โดยGQ Thailand

09 กุมภาพันธ์ 2561

     ใครที่เป็นพวก Pistol Head แน่นอนว่าพวกเขาต้องรู้จักรุ่น F1 ของ McLaren ที่ไม่ใช่รถแข่ง F1 แต่เป็นซูเปอร์คาร์ระดับชั้นแนวหน้าของโลก (ในยุคนั้น) เพราะนี่คือความสวยและล้ำสมัยของงานออกแบบ รวมถึงการนำเทคโนโลยีอันทันสมัย (ในยุคนั้น) มาใช้จนนำไปสู่การมีฝีเท้าจัดจ้านที่สุดโดยเฉพาะสถิติการทำความเร็วสูงสุดที่ทำเอาไว้เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 1998 ด้วยตัวเลข 240.1 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 386 กิโลเมตร/ชั่วโมง

     20 ปีผ่านไปหลังจากที่ McLaren ประกาศยุติการผลิตเวอร์ชันสำหรับการใช้งานบนท้องถนนของแมคลาเรน F1 รุ่นธรรมดา แน่นอนว่า ราคาของมันดีดตัวสูงขึ้นและพุ่งพรวดชนิดที่บรรดา Collector เกิดใหม่หรือพลาดในการตามเก็บ ณ ตอนนั้น ต้องจ่ายเงินกันก้อนโตเพื่อแลกกับการครอบครองซูเปอร์คาร์รุ่นนี้

     และในวันนี้เรามาทำความรู้จักกับ McLaren F1 กัน

     McLaren F1 เป็นโปรเจ็กต์เริ่มต้นที่เกิดขึ้นในปี 1988 ซึ่งในยุคนั้น McLaren ยังเป็นทีมแข่ง F1 ที่มี Honda สนับสนุนเครื่องยนต์แข่งและผูกขาดชัยชนะในสมนามแข่งไม่แพ้ยุคที่ Ferrari มี Michael Schumacher นั่งอยู่หลังพวงมาลัย โดย Ron Dennis ผู้ควบคุมทีมต้องการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถสปอร์ตด้วยการสร้างที่สุดของรถสปอร์ตที่อัดแน่นอนด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง F1 อันเป็น Know-How ของทีม McLaren

     การพัฒนาซูเปอร์คาร์รุ่นนี้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 1990 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของ McLaren F1 อย่างแท้จริง สำหรับโครงสร้างตัวถังถือว่าเบามากเพียง 100 กิโลกรัมเท่านั้น ขณะที่ประตูแต่ละบานพร้อมคานเหล็กกันกระแทกมีน้ำหนักเพียง 7 กิโลกรัม และนั่นทำให้น้ำหนักของตัวรถอยู่ที่ 1,140 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าเบามากเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดตัวถังในระดับ 4,292 มิลลิเมตร

     Gordon Murray ถูกเรียกมาร่วมงานในฐานะผู้ออกแบบ สิ่งที่ถือว่าแปลกและเป็นเอกลักษณ์ของ McLaren F1 คือ การเป็นสปอร์ตที่ไม่ต้องพะวงเรื่องของการทำตลาดพวงมาลัยซ้ายหรือขวา เพราะว่า Murray วางตำแหน่งคนขับเอาไว้ตรงกลางห้องโดยสารและประกบซ้ายขวาด้วยเบาะนั่งของผู้โดยสารที่ถูกถอยร่นไปทางด้านหลังเล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการเข้าออกของผู้ขับ Murray ให้ความเห็นว่าการวางตำแหน่งผู้ขับให้อยู่ตรงกลางถือเป็นจุดที่มีทัศนวิสัยดี และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งสำคัญกว่าการเข้าออกจากห้องโดยสารซึ่งอาจจะลำบากเล็กน้อย

     อย่างไรก็ตาม โปรเจ็กต์ทำท่าว่าจะเป็นงานที่ร่วมกันระหว่าง McLaren กับ Honda แต่สุดท้ายจากการที่ตัวรถสปอร์ตถูกวางเอาไว้ว่าจะต้องวางเครื่องยนต์วี12 หรือ 10 สูบ ทำให้ Honda ปฏิเสธที่จะผลิตเครื่องยนต์ให้ และทำให้พวกเขาต้องไปดีลกับ BMW แทน โดยตัวเครื่องยนต์เป็นแบบวี12 ทวินแคม 48 วาล์ว 6,046 ซีซี 627 แรงม้า ที่ 7,400 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 66.3 กก.-ม. ที่ 5,600 รอบ/นาที เร้าใจด้วยอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมงใช้เวลาเพียง 3.2 วินาที และ 9.4 วินาทีสำหรับ 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลา 11.1 วินาท ที่ความเร็ว 222 กิโลเมตร/ชั่วโมงสำหรับควอเตอร์ไมล์ และมีความเร็วสูงสุดแบบมีการควบคุมรอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 372 กิโลเมตร/ชั่วโมง และ 391 กิโลเมตร/ชั่วโมงเมื่อถอดตัวควบคุมรอบเครื่องยนต์ออกไป

     McLaren F1 เปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 28 พฤษภาคม 1992 ที่โมนาโก และรถสปอร์ตในสายการผลิตคันแรกถูกส่งมอบให้กับลูกค้าในเดือนธันวาคม 1993 ซึ่งในตอนนั้น แม็คลาเรน F1 มีค่าตัวอยู่ในระดับ 540,000 ปอนด์ หรือถ้าคิดตามค่าเงินปอนด์ในยุคนั้น ซึ่งอยู่ที่ 40 บาท/ปอนด์ ราคาก็ตกประมาณ 21.6 ล้านบาท แต่คิดแล้วก็คุ้มเพราะอีก 14 ปีให้หลังในการประมูลเมื่อเดือนตุลาคม 2008 ค่าตัวของแม็คลาเรน F1 ไปจบเอาที่ 2.53 ล้านปอนด์ หรือคิดตามค่าเงินในตอนนี้ 47 บาท/ปอนด์ก็อยู่ที่ 118.9 ล้านบาทแพงขึ้นเกือบ 5 เท่าตัวเลยทีเดียว

     นอกจากจะผลิตเพื่อขายแล้ว McLaren ยังส่ง F1 เข้าร่วมการแข่งขัน GT มากมายหลายรายการ โดยเฉพาะพวก Le Mans แต่ความสำเร็จยังไม่ค่อยเยอะเท่าไร โดยที่พีคสุดๆ คือในปี 1995 เมื่อรถแข่งรุ่นนี้สามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ พร้อมกับคันอื่นๆ ก็ติดอยู่ในอันดับคะแนนสะสมที่ 3-5 และที่ 13 โดยชัยชนะครั้งนี้ทำให้แม็คลาเรนสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในโลกมอเตอร์สปอร์ตด้วยการคว้าแชมป์โลกทั้ง F1, แชมป์เลอ มังส์ และแชมป์อินเดียนาโพลิส 500 หรืออินดี้ 500 ซึ่งถือเป็นการแข่งรถที่มีอายุยาวนานรายการหนึ่งของโลก ซึ่งทีมนี้ชนะ 2 ครั้งในปี 1974 และ 1976 จากฝีมือของจอห์นนี่ รูเธอร์ฟอร์ด

     ในปี 1997 ถือเป็นปีสุดท้ายที่แม็คลาเรนประกาศผลิตเวอร์ชันสำหรับการใช้งานบนท้องถนนของแม้คลาเรน F1 รุ่นธรรมดา ขณะที่ในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตพวกเขาก็ยังผลิตออกมาลุยอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตัวแข่ง GTR พร้อมกับเวอร์ชันสำหรับขายจำนวนหนึ่ง รวมทั้งหมด 13 คัน เพื่อให้สอดคล้องกับกฎการแข่งขัน หรือ Homologation Rule และถือป็นปีสุดท้ายที่เราได้สัมผัสกับความเร้าใจจากซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ ก่อนที่ McLaren Auto จะรีเทิร์นกลับสู่ตลาดรถสปอร์ตอีกครั้งเมื่อปี 2010 และเปิดตัวด้วยรุ่น 570S

Previous Post

T0310010 คนท ากล วท อคนท ใกล วเราท part 2

Next Post

T0310012 ขายว วไป500ต วจนกลายเป นเศรษฐ จะเก ดไรข เม อเขาไปจ บสาว part 2

Next Post
T0310012 ขายว วไป500ต วจนกลายเป นเศรษฐ จะเก ดไรข เม อเขาไปจ บสาว part 2

T0310012 ขายว วไป500ต วจนกลายเป นเศรษฐ จะเก ดไรข เม อเขาไปจ บสาว part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.