McLaren ประวัติ อันยาวนานจนทำให้ mclaren เป็นรถนักแข่งฟอร์มูล่าวัน ที่เป็นชาวนิวซีแลนด์มีนามว่า “ บรูซ แม็คลาเรน ” ผู้หลงใหลและรัก ความเร็ว ได้ก่อตั้งทีมแม็คลาเรนมอเตอร์ลิสซิ่งในปี 1963 โดยเขานั้นเป็นนักแข่งฟอร์มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกหนึ่งคนในประวัติศาสตร์ได้แชมป์โลกในฐานะนักแข่ง 8 ครั้งและในฐานะทีมแข่งทั้งหมด 12 ครั้งในปี 19 หกแปดทีมประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากรายการเบลเยี่ยม กรังด์ปรีซ์ ที่มีการประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่โดยสามารถเอาชนะการแข่งขันในช่วงปี 1967 ถึง 1971 ได้แต่นั่นก็ไม่ใช่ความสำเร็จในทีมของเขาเพราะเนื่องจากเขานั้นได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุการทดสอบรถในปี 1970 และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องทำให้ทีมแม็คลาเรน มีสปอนเซอร์รายใหญ่เข้ามาสนับสนุน
จากตำนานทีมแมคลาเรนสู่ Mclaren F1
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทีมแม็คลาเรน McLaren ประวัติ ที่น่าจดจำเริ่มต้นในปี 1981 โดยมีนักธุรกิจชาวอังกฤษเข้ามาควบคุมและซื้อหุ้นเดิมทั้งหมดโดยใช้ เครื่องยนต์ จากปอร์เช่และฮอนด้าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับการขับโดยเขานั้นได้พลาดในการแข่งขันแชมป์ในปี 1988 แต่เมื่อเข้ากลางปี 1990 ทีมก็ประสบปัญหาเนื่องจากฮอนด้าขอถอนตัวจากฟอร์มูลาวัน

1993
ปีนี้แม็คลาเรน ตัดสินใจจะผลิต รถแมคลาเรน สปอร์ตภายใต้ความตั้งใจที่จะสร้างรถสปอร์ตที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมาจนกำเนิดมาเป็น McLaren F1 ในปี 1993 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตคูเป้สองประตูสามที่นั่งโดยนั่งคนขับจะอยู่ตรงกลางอารมณ์เหมือนรถฟอร์มูล่าวันแต่ในปี 1993 ถึงหนึ่งปี 1998 จำนวนการผลิต McLaren F1 นั้นก็มีแค่เพียง 106 คันทั่วโลกเท่านั้นและถูกบันทึกสถิติเป็นรถที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกเมื่อวันที่ 31 มีนาคมปีค.ศ. 1998 เป็นต้นมาด้วยความเร็วเฉลี่ย 386.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและต่อมาในปี 2003 รถ mclaren มีตัวถังหมายเลข 006 ได้ถูกประมูลในงานจบด้วยราคาประมูล 8.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าเป็นเงินไทยอยู่ที่ 254 ล้านบาท
2009
ต่อมาทาง mclaren ได้หยุดการผลิตรถยนต์ McLaren F1 อย่างเป็นทางการพร้อมกับหายหน้าหายตาไปจากวงการสปอร์ตถึง 11 ปีจนปี 2009 แม๊คลาเรน ได้มีการปล่อย mclaren MP4 -12C โดยถูกออกแบบโดยนักออกแบบรถยนต์ชาวอเมริกันโดยวัสดุที่มีความโดดเด่นนั่นก็คือการใช้คาร์บอนไฟเบอร์และนำเทคโนโลยีจากฟอร์มูล่าวันมาปรับใช้อย่างการทำให้ล้อหลังเบรคในขณะทำความเร็วช่วงเข้าโค้งเพื่อลดการ เลี้ยวช้าของพวงมาลัยทั้งนี้รถยนต์คันนี้จึงเป็นฐานการผลิตของ แม๊คลาเรน หมายถึงคาร์บอนต้องเน้นถึงอนาคตที่ใช้วัสดุตัวถังเป็นคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมกับวงการมอเตอร์สปอร์ตอีกต่อไปต่อมามีการปรับโฉมเปิดประทุนและมีชื่อใหม่ว่า MP4-12C spider
2012
ที่งานปารีสมอเตอร์โชว์ ปี 2012 ได้เปิดตัว mclaren P1 รถซูเปอร์คาร์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดโดยเป็นการสานต่อความสำเร็จและได้นำเทคโนโลยีไฮบริดมาร่วมกับเทคโนโลยีรถฟอร์มูล่าวันโดยใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีการพัฒนาต่อมาจากเดิมและมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟหน้าที่ออกแบบตามสัญลักษณ์ของ mclaren พร้อมกับ ถูกวางจำหน่ายในปี 2013 ทั้งหมด 375 คันและมีเวอร์ชั่นใช้ในสนามแข่งโดยใช้ชื่อรุ่น P1 GTR ในปี 2015 ซึ่งมีการผลิตจำนวนแค่เพียง 35 คันเท่านั้นโดยกำหนดให้สามารถครอบครองเป็นเจ้าของ P1 ได้เพียงคนละหนึ่งคันเท่านั้นทำให้มีรถราคาแพงที่สุดของรถรุ่นนี้ในปัจจุบัน
2014
mclaren ได้เปิดตัว mclaren650S และถูกออกแบบมาแทนที่ MP4 -12C ซึ่ง650S มีหลายอย่างที่ต่อยอดมาจากเดิมซึ่งในปีเดียวกันก็มีการเปิดตัวในเวอร์ชั่นเปิดประทุนออกมาแถมยังมีการทำตลาดในเอเชียแปซิฟิกซึ่งมีความพิเศษและจะมีเวอร์ชั่นผลิตแบบพิเศษด้วยมีคาร์บอนไฟเบอร์ที่ตัวถังน้ำหนักเบาและมีแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 650 แรงม้าอัตราเร่งศูนย์ถึง 100 กิโลเมตรใน 3.1 วินาทีผลิตจำนวนจำกัดแค่เพียง 50 คันทั่วโลกเท่านั้นแถม 50 คันหนึ่งเดียวในประเทศไทยก็อยู่ที่นี่แล้ว
2015
ต่อมาในปี 2015 ทาง mclaren ได้ทำการปล่อย mclaren 570s ออกมาโดยรถยนต์รุ่นนี้นั้นมีการควบคุมการทรงตัวที่ประกอบด้วยโหมดไดนามิคและสามารถปรับโหมดได้สองแบบคือไดนามิคและสปอร์ตโดยรุ่นนี้ออกมาสำหรับการแข่งขันกับปอเช่ 911 โดยเฉพาะ
2016-2018
mclaren ได้เผยโฉม mclaren720S ในปี 2017 และได้รับการออกแบบใหม่ด้วยดีไซน์และเอกลักษณ์ของรถที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงฉลามมีช่วงล่างที่โดดเด่นด้วยคาร์บอนไฟเบอร์แบบใหม่พร้อมกับอัตราเร่งที่ทรงพลังศูนย์ถึง 100 ในช่วงเวลาที่ต่ำกว่า 3 วินาทีต่อมาในปี 2018 รถ mclaren600LT ก็ถูกเผยโฉมออกมา 600 LT โดยมีห้องโดยสารแบบเน้นใช้งานสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะและถือว่าเป็นรุ่นล่าสุดที่ แมคลาเรน เปิดตัวมาในขณะนี้ปัจจุบันบริษัทที่อยู่เบื้องหลังแมคลาเรนคือแม็คลาเรนกรุ๊ปจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีฐานะเป็นภัยเวท company ที่ไม่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ต่างจากซูเปอร์คาร์รุ่นอื่นๆโดยบริษัทมีรายได้ที่คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 37,000 ล้านบาท

ทำไม mclaren จึงเป็นรถหรูสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความตื่นเต้นท้าทายรถยนต์แบรนด์ mclaren ก็คงจะตอบโจทย์ทุกอย่างเป็นอย่างดี โดยเราจะมีเหตุผลของ McLaren ประวัติ ต่อไปนี้
เป็นผู้นำด้านวัสดุเครื่องยนต์
โดยรถยนต์ mclaren เป็นผู้นำด้านวัสดุเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยีและวัสดุที่ทันสมัยโดยมีรถแข่งหลายคันที่ยังคงต้องพึ่งพา mclaren อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเพราะวัสดุมีความเบาและแข็งแรงแถมยังนำมาผนวกรวมเข้ากับการโมเดิร์นที่ล้ำนำสมัยจนเป็นที่น่าจับตามองอย่างสุดๆ แถมยังมีหลายเจ้าที่จะแข่งขันกันสร้างรถยนต์โดยใช้วัสดุเหล็กแต่สำหรับ แม๊คลาเรน มีแนวคิดที่แตกต่างกันออกไปโดยจะริเริ่มหาวิธีการทำให้รถยนต์มีน้ำหนักเบามากยิ่งขึ้นเพื่อทำให้รถยนต์มีสมรรถนะความเร็วแรงที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมโดยใช้วัสดุยานอวกาศที่เป็นวัสดุที่ทนไฟได้เป็นอย่างดีมาประกอบและตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมสองชิ้นจึงทำให้ผลงานของ รถแมคลาเรน ถูกขนานนามว่าเป็นผู้บุกเบิกด้านวัสดุเครื่องยนต์อย่างแท้จริงแต่ก็ต้องย้อนไปในปี 1981 ที่ได้มีการพัฒนารถยนต์ตัวแรกและมีการผนวกเข้ากับตัวถังและโครงรถยนต์เข้าเป็นชิ้นเดียวกันด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และพิสูจน์ความเร็วแรงการกวาดชัยชนะครั้งแรกซึ่ง ความแรง นี้ก็ไม่ใช่แค่ข้อพิสูจน์เดียวเท่านั้นเพราะรถแข่งคันนี้ยังมาพลิกเกมเปลี่ยนผันได้เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ต่อยอดรถ รถแมคลาเรน คันต่อไปได้เป็นอย่างดีพร้อมกับยังเผย McLaren ประวัติ แนวคิดการนำวัสดุที่มีคุณภาพสูงมาใช้ในการออกแบบรถยนต์ที่ใช้แทนวัสดุกันมาตั้งแต่ดั้งเดิมและยังใช้ไม่ได้เฉพาะแค่การหุ้มเบาะเท่านั้นแต่ภายในห้องโดยสารรวมถึงพื้นที่เก็บของของรถยังมีส่วนที่เพื่อควบคุมในการผลิตจากอะลูมิเนียมอย่างปราณีตอีกด้วยเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยการมองความรู้สึกในการใช้งานรวมถึงสมรรถนะรวดเร็วในการใช้รถยนต์
mclaren เป็นหนึ่งในรถหรูที่มีสมรรถนะเร็วมากที่สุด
mclaren เป็นหนึ่งในรถหรูที่เป็นงานศิลปะและเป็นรถยนต์ในตำนานที่นำเทคโนโลยีระดับเอฟวันมาสู่ท้องถนนด้วยการสร้างสถิติโรคเอาไว้ 386 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในขณะนั้นและพอมาปี 2019 ก็ได้มีการพัฒนารถยนต์ไฮบริดที่สร้างสถิติใหม่ของค่ายกลายมาเป็น mclaren speed tail ที่ทำลายสถิติด้วยความเร็ว 403 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอีกครั้งแถมยังมีผู้ร่วมธุรกิจ ครั้งนี้เป็นฟอร์มูล่าวันเป็นผู้แข่งขันรถยนต์ระดับโลกอีกด้วยอีกทั้งยังได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการฉีดเชื้อเพลิงจากคาร์บูเรเตอร์ให้เป็นรุ่นเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วยซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่กลายมาเป็นมาตรฐานของรถแข่งที่ทุกคันจะต้องใช้กล่องประมวลผลจาก แม๊คลาเรน

ใช้เวลาพิถีพิถันกว่า 11 ปีเพื่อพัฒนารถแข่ง
mclaren การพัฒนาและใส่ใจคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่งซึ่งสามารถสังเกตได้จากปี 1998 ที่ทาง mclaren ได้หยุดผลิตและหายไปจากอุตสาหกรรมรถสปอร์ต 11 ปีซึ่งภายใต้ความคิดของ McLaren F1 ครั้งนั้นอาจจะไม่ได้แค่สร้างยานพาหนะทั่วไปแต่ยังเป็นการสร้างซูเปอร์คาร์ที่มีสมรรถนะที่สามารถพลิกโลกได้โดยเขานั้นได้ใช้ความคิดอย่างไม่เร่งรีบค่อยๆ วางแผนว่าจะทำอย่างไรจึงจะได้ลดยนต์เอฟวันที่ไม่มีชิ้นส่วนพลาสติกรวมทั้งยังมีคุณภาพรอบด้านที่เหนือกว่ารถแข่งทั่วไปจึงพากวาดรางวัลมานับไม่ถ้วนในปี 2009 แถมยังได้ออกแบบโดยนักออกแบบชื่อดังชาวอเมริกันที่ใช้วัสดุพรีเมียม อย่างคาร์บอนไฟเบอร์มารวมกับความเร็วของเทคโนโลยี ฟอร์มูล่าวัน มาปรับใช้ในระบบเบรกล้อหลังจึงทำให้ขณะเข้าโค้ง มีการลดความหน่วงของพวงมาลัยเพิ่มสมรรถนะได้เป็นอย่างมากและมาตรฐานของ mclaren C ที่อนาคตก็จะใช้วัสดุตัวถังเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตอีกต่อไป

มูลค่าทางรถยนต์ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยปัจจัยต่างๆของรถยนต์ แมคลาเรน มีคุณค่าไม่ว่าจะเป็นความพิถีพิถันในการคิดค้นรวมถึงการใช้วัสดุที่มีคุณภาพอยู่เสมอจึงกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงติดตลาดโลกยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
บทสรุปของนิยามรถแข่งในตำนานที่ไม่เคยเลือนลาง
แมคลาเรน เป็นหนึ่งในแบรนด์รถหรูที่มีประวัติศาสตร์อย่างน่าสนใจ และเป็นแบรนด์ที่เป็นนิยามของคำว่าเราควรเริ่มต้นกับสิ่งที่เราถนัดและหลงใหลเมื่อเราได้ทำในสิ่งนั้นด้วยหัวใจก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกันโดยบุคคลที่ให้กำเนิดนั้นได้เป็นคนที่ปลูกปั้นสร้างแรงบันดาลใจแถมยังได้ทิ้งตำนานสถิติการแข่งขันเอาไว้มากมายเมื่อเขาได้เสียชีวิตลงก็ได้มีผู้สืบต่อและหลงใหลในรถยนต์ แมคลาเรน เช่นเดียวกันและมาต่อยอดธุรกิจจนทำให้เป็นรถสปอร์ตที่ดีที่สุดในโลกสุดท้ายแล้วคนที่ทำให้เกิด the next big thing อย่างแบรนด์รถหรู รถแมคลาเรน ได้ที่สุดก็คือผู้คนที่มีแรงบันดาลใจ
สนามพีระอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต สนามโกคาร์ท สนามแข่งรถ มาตรฐานสากลแห่งแรกในประเทศไทย
สนามยิงปืนพัทยาBATTLEMOUSE PATTAYA สนามยิงปืนที่ทันสมัยที่สุดในพัทยา
ส่อง 8 อันดับยี่ห้อรถหรูในไทย ปี 2023 คันไหนแพงที่สุด
ข่าวสารรถ | 20 ก.ค. 2566

ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปีคือช่วงเวลาของงานมอเตอร์โชว์ งานรวมตัวค่ายรถชั้นนำในประเทศไทยมานำเสนอให้กับลูกค้ากับอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถทั่วไปรวมไปถึง “ค่ายรถระดับไฮ-เอนด์” ที่ต่างนำรถรุ่นเด็ดมานำเสนอให้กับนักขับชาวไทยได้สัมผัส และในบรรดาค่ายรถทั้งหลายในบ้านเรา ก็ได้ถูกนำมาจัดอันดับเป็น 8 อันดับยี่ห้อรถหรูในประเทศไทยประจำปี 2023 มาดูกันว่ารถหรูมียี่ห้ออะไรบ้าง แบรนด์ดังที่เราเคยได้ยินอย่างรถเบนซ์ แลมโบกินี่ เฟอรารี่ แมคลาเรน แอสตัน มาร์ติน จะอยู่อันดับไหน ตามไปดูกันเลย
จากบรรดาค่ายรถที่มีให้เลือกสรรกันอย่างมากมายนั้น มีค่ายรถเพียงแค่ 8 รายเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับจากนับขับทั่วประเทศไทยรวมไปถึงนับขับจากทั่วทุกมุมโลกว่า นี่คือค่ายรถระดับหรูที่ทุกคนต่างอยากได้สัมผัสและเป็นเจ้าของรถในแบรนด์นี้สักครั้ง รู้ใจชวนทำความรู้จักกับ 8 แบรนด์รถหรู ที่แทบจะทุกคนต่างใฝ่ฝันอยากครอบครอง มีค่ายใดบ้างนั้นมาทำความรู้จักไปด้วยกัน ดังนี้

1. Ferrari Thailand
เบอร์หนึ่งในใจของใครหลายคน กับค่ายรถเจ้าของสัญลักษณ์และฉายา “ม้าลำพอง” กับแบรนด์เฟอรารี่ที่ในตอนนี้มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว โดยอยู่ภายใต้การดูแลและการจัดการในเครือตระกูล “อยู่วิทยา” ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
สำหรับการจำหน่ายรวมไปถึงการซ่อมบำรุง ดูแลรักษา ภายใต้ชื่อ “คาวาลลิโน มอเตอร์” ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Ferrari S.p.A และ Ferrari APAC ให้นักขับชาวไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าของเฟอรารี่ที่มีความโดดเด่นที่สุดในการออกแบบ ชิ้นส่วนทุกอย่างถูกสร้างและขึ้นรูปด้วยมือ เรียกว่าแต่ละคันจะผ่านการพิถีพิถันในการสร้างสรรค์อย่างสุด ๆ จึงถือได้ว่าเป็นค่ายรถในฝันของใครหลายคน โดยรถที่ถือเป็นไอคอนเด่นของปี 2023 ในเวลานี้ได้แก่ Ferrari SF90 Spider ที่มีราคาสูงถึง 49 ล้านบาทกันเลยทีเดียว

2. Lamborghini Thailand
อีกหนึ่งค่ายรถแบรนด์ซุปเปอร์คาร์จากอิตาลีอีกหนึ่งแบรนด์ที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงของม้าลำพองเฟอรารี่นั่นก็คือ Lamborghini ที่ได้เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายใต้การจัดการดูแลของบริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ โดยการบริหารจัดการของ “อภิชาติ ลีนุตพงษ์” ซึ่งพลพรรคเหล่านักขับบิ๊กไบค์ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีว่า เขาคือตัวแทนผู้นำเข้ารถจักรยานยนต์ดูคาติ
โดยความพิเศษของรถแลมโบกินี่คือพลังเครื่องที่แรงจัด พร้อมกับการออกแบบตัวถังที่ขึ้นรูปทำกันทีละคัน เรียกว่าเป็นความเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลในรถแต่ละคันที่ถูกผลิตออกมา สำหรับสนนราคาของกระทิงดุแดนมักกะโรนีที่อยู่ในการจับจองของเหล่านักสะสมรถชาวไทยได้แก่ Lamborghini Huracán Tecnica ที่พร้อมเปิดตัวในราคาเริ่มต้น 22.98 ล้านบาท

3. McLaren Thailand
สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบการแข่งขันรถสูตรหนึ่งหรือ Formula 1 ต้องไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ McLaren กับเรื่องราวของการขับเคี่ยวเพื่อตำแหน่งแชมป์โลกระหว่างแมคลาเรนและเฟอรารี่ ที่กลายเป็นตำนานให้มีการพูดถึงกันอยู่เสมอ ถึงตอนนี้ได้เวลาที่แฟน ๆ รถสปอร์ตกระเป๋าหนักในไทยจะได้เป็นเจ้าของรถที่ถูกผลิตด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่งขันแล้วกับ McLaren Thailand
ความพิเศษของรถ McLaren คือการออกแบบรถให้เหมาะกับหลักการพลศาสตร์ ดังนั้นรถของค่ายนี้จึงเน้นไปยังความโค้งมนไม่ต้านลม สามารถทำความเร็วได้อย่างยอดเยี่ยม โดยรถรุ่นที่โดดเด่นสำหรับนำเสนอให้กับนักขับชาวไทยได้แก่ McLaren 765 LT ซึ่งมีราคาค่าตัวสูงถึง 56 ล้านบาท แต่ถึงกระนั้นเพื่อเอาใจนักขับรุ่นใหม่ ทางค่ายได้ผลิตรถสปอร์ตราคาย่อมเยาลงมาอย่าง McLaren Artura ในราคา 16 ล้านบาทเป็นตัวเลือกด้วย ถูกใจรุ่นไหนก็หอบเงินไปเป็นเจ้าของกันได้สำหรับแบรนด์นี้

4. Aston Martin Thailand
ภาพลักษณ์รถหรูคู่ความอัจฉริยะที่มาพร้อมกับภาพจำของรถประจำตัวเจมส์ บอนด์ สายลับจากภาพยนตร์ระดับโลกคือมนต์เสน่ห์ที่ใคร ๆ ต่างอยากเป็นส่วนหนึ่งในความล้ำสมัยในรูปแบบนั้น และ Aston Martin พร้อมตอบโจทย์ให้กับคุณได้ ตอนนี้ในไทยได้ขยายฐานการจำหน่ายมาให้กับลูกค้าในประเทศไทยด้วยกำลังซื้อที่น่าจับตามองในงานมอเตอร์โชว์ ทำให้แอสตัน มาร์ตินพร้อมนำเสนอโมเดลรถรุ่นใหม่ที่น่าสนใจจากทางค่ายมามอบให้กับนักขับชาวไทยสัมผัสแล้ว
โดยเน้นการออกแบบในรูปทรงสปอร์ตที่มีขนาดกะทัดรัด แต่เต็มไปด้วย “พลัง” การขับเคลื่อนชั้นสูง มากไปกว่านั้นคือความหรูหราแบบขั้นสุดที่แบรนด์ไหนก็เทียบได้ยาก โดยทางค่ายยังเลือกผลิตรถในรูปแบบ SUV มาให้พิจารณาเป็นตัวเลือกอีกด้วย รุ่นที่ได้รับความสนใจจากนักขับชาวไทยได้แก่ Aston Martin Vantage V8 ที่สนนราคากะทัดรัดเพียงแค่ 17 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนใครที่ชอบความอเนกประสงค์ในรูปแบบของ SUV ต้องไม่พลาดกับรุ่นนี้ Aston Martin DBX V8 Turbo ด้วยราคาค่าตัว 19 ล้านบาท

5. Mercedes-Benz Thailand
ค่ายรถหรูระดับตำนานที่ยังคงครองใจนักขับชาวไทยอยู่เสมอมาจาก “เมืองเบียร์” เยอรมนี กับการออกแบบรถหรูสำหรับผู้บริหารรวมไปถึงรถสปอร์ตที่ออกแบบมาอย่างงดงามทันสมัย โดยความพิเศษของรถเบนซ์ Mercedes-Benz คือความแข็งแกร่ง บึกบึน ทนทายาด กับเรื่องราวของ “ ซื้อมาแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องซ่อม” เพราะชิ้นส่วนทุกอย่างถูกออกแบบมาในระดับที่เรียกว่า “ดีที่สุดจากวัสดุที่สุดยอดที่สุด” ทำให้ทุกการขับขี่รถเบนซ์ในแต่ละรุ่นนั้นเต็มไปด้วยคุณลักษณะของความเป็นผู้นำ ความล้ำสมัย โดยในปี 2023 ทางค่ายได้ส่ง C220d Avantgarde รถสำหรับผู้บริหารในราคาเบา ๆ เพียง 2.73 ล้านบาทออกมาให้ได้จับจองกันแล้ว

6. BMW Thailand
อีกหนึ่งค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศเยอรมันที่ทุกคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี BMW ที่เป็นอีกหนึ่งค่ายรถที่เน้นความโอ่อ่าตระการตา พร้อมกับความแข็งแกร่งทนทานด้านการใช้งาน และด้วยการออกแบบที่เน้นความทันสมัยและดูโฉบเฉี่ยวสะดุดตา ทำให้รถจากค่ายบีเอ็มดับเบิลยูยังคงได้รับการยอมรับในทุกรุ่นที่ถูกนำเสนอเข้ามาสู่ท้องตลาด ในเวลานี้โมเดลสำคัญของทางค่ายได้แก่ BMW XM ที่เน้นโครงสร้างที่ใหญ่โต โอ่อ่า ดูหรูหราเหนือระดับกับราคา 14.89 ล้านบาท

7. Audi Thailand
ค่ายรถที่เรียกตัวเองว่า “ผู้ผลิตยนตรกรรมแห่งอนาคต” แม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นนักขับรถหรูชาวไทยเลือกรถรุ่นนี้มาใช้งานกันมากนัก แต่ด้วยค่านิยมของเศรษฐีระดับไฮเอนด์ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกาต่างเลือกรถรุ่นนี้กันมากยิ่งขึ้น ด้วยความใส่ใจในการผลิตในทุกขั้นตอนทำให้รถจากค่ายออดี้ได้รับเลือกให้เป็นรถประจำตัวกันเพิ่มมากขึ้น โดยรถไอคอนประจำปี 2023 ได้แก่ The new Audi e-tron GT ที่มาจับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่เน้นความทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน โดยสนนราคาค่าตัวที่ 6.39-6.79 ล้านบาทเท่านั้น

8. Porsche Thailand
สุดท้ายกับค่ายรถแบรนด์หรูในตำนานที่ทุกคนต่างอยากเป็นเจ้าของ กับค่ายรถพอร์ชหรือปอร์เช่ กับการออกแบบทางโครงสร้างที่มีความทันสมัยล้ำหน้ากว่าใครอยู่เสมอ ทำให้รถจากค่าย Porsche ได้รับการหมายตามองกันอยู่ตลอดเวลาเมื่อวิ่งอยู่บนท้องถนน เรียกว่าใบจองมีมาเมื่อไหร่ก็หมดไปด้วยความรวดเร็ว ในปี 2023 ที่ออกแบบรถเพื่อตอบสนองความหลากหลาย ทั้งรถสปอร์ตไฮเอนด์ รถเปิดประทุนแบบ coupe แม้กระทั่งรถเก๋งแนวซิตี้คาร์ก็มีให้เลือก โดยรถที่ถือเป็นเรือธงของค่ายในเวลานี้ได้แก่ Porsche 911 กับราคาสุดพิเศษ 10.99 ล้านบาท
และอย่าลืมมองหาประกันรถคู่ใจที่จะช่วยดูแลรถของคุณ ที่รู้ใจ ประกันออนไลน์ มีประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ช่วยยังช่วยเซฟค่าเบี้ยประกันสูงสุด 30% และเซฟรถยนต์ของคุณครบทุกด้าน ไม่ว่าจะชนแบบมีคู่กรณี ไม่มีคู่กรณี แล้วยังคุ้มครองกระจกรถยนต์ น้ำท่วม ไฟไหม้ รถถูกโจรกรรม หมดกังวลเรื่องงานซ่อม เพราะเลือกแผนซ่อมศูนย์คุณสามารถเข้าได้ทุกศูนย์บริการ รวมกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรับประกันงานซ่อมนาน 12 เดือน
สามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ รวมถึงประกันภัยออนไลน์ต่าง ๆ จา

