McLaren Speedtail ขีดสุดของรถแบบ Hyper GT
4568 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อ McLaren นั้นมีการแยกย่อยระดับซีรี่ย์ ซึ่งมีการแยกออกมาด้วยกัน 3 ระดับ คือ Sport Series, Super Series และ Ultimate Series โดยวันนี้เราจะแนะนำ หนึ่งใน Ultimate Series ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุด อย่าง McLaren Speedtail
McLaren Speedtail งานดีไซน์สไตล์ Hyper GT ขนาดใหญ่ ใช้แซสซีส์แบบคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา Monocage จาก McLaren P1 ช่วงล่างเป็นแบบอลูมิเนียม น้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 1,430 กิโลกรัม ด้านหน้ารถออกแบบให้ลู่ลม ตามหลักอากาศพลศาสตร์มากที่สุด ช่องลมทุกจุดถูกคำนวณมาอย่างละเอียด ด้านข้างตัวรถมากับบานประตูปีกผีเสื้อ ออกแบบให้มีช่องอากาศเข้าไประบายความร้อนเครื่องยนต์ได้อย่างกลมกลืน มีกล้องจับภาพ สำหรับใช้แทนกระจกมองข้าง มีล้อหน้าแบบคาร์บอนไฟเบอร์ขนาด 20 นิ้ว ติดตั้งแผ่นอัลลอย ช่วยลดความปั่นป่วนของกระแสลมบริเวณล้อ โดยแผ่นนี้จะอยู่นิ่งไม่หมุนตามล้อเวลารถวิ่ง ด้านท้ายมีปีกท้ายเรียกว่า Ailerons เป็นคาร์บอนไฟเบอร์แบบยืดหยุ่นได้ กลืนไปกับผิวตัวถังรถ สามารถยกตัวช่วยเพิ่มแรงกดได้อัตโนมัติ ทำงานแยกซ้าย-ชวา อิสระ
McLaren Speedtail มีห้องโดยสารรูปแบบ 3 ที่นั่ง ซึ่งแบบเดียวกับรถระดับตำนานอย่าง McLaren F1 คนขับอยู่ศูนย์กลาง บนเบาะนั่งแบบคาร์บอนไฟเบอร์บางเบาพิเศษ แผงหน้าปัดมาในสไตล์เรียบหรู เกือบทั้งหมดจะใช้ระบบทัชสกรีน จอ HD ตรงกลางแสดงความเร็ว และโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ Comfort, Sport, Velocity จอซ้ายมือ ควบคุมระบบปรับอากาศ ระบบนำทาง ส่วนจอขวา คุมระบบความบันเทิงต่างๆ พร้อมติดตั้งจอ 2 ฝั่ง สำหรับกล้องมองข้าง แทนที่กระจกแบบเดิม มองขึ้นไปบนเพดานจะเป็นที่อยู่ของปุ่มสาร์ตเครื่องยนค์ ปุ่มเกียร์ สวิทเปิด-ปิด ประตู และกระจก แบบไฟฟ้า ให้ความรู้สึกเหมือน Cockpit บนเครื่องบิน
ด้านความแรงของเครื่องยนต์ของ McLaren Speedtail เครื่องยนต์ใช้แบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า eMOTOR รีดกำลังได้ 1,070 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-300 ในเวลา 13 วินาที เท่านั้น ท๊อปสปีดสูงถึง 403 กม./ชม. ถือว่าแรงที่สุดเท่าที่ McLaren เคยทำมาเลยทีเดียว
สำหรับลูกค้าที่สนใจ McLaren Speedtail นั้นสามารถเลือกสีสัน วัสดุตกแต่งต่างๆ ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะทองคำแท้ หรือ แพทตินัม แทนที่โลโก้แบบเดิม แผนก MSO จัดให้คุณได้หมด Speedtail ผลิตมาจำนวน 106 คัน ขายเกลี้ยงเรียบร้อย ด้วยราคากว่า 2.2 ล้านเหรียญ ตีเป็นเงินไทย 68 ล้านบาท ไม่รวมภาษี พร้อมส่งมอบกันในต้นปี 2020
บทความโดย : Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : McLaren















รวม 9 รุ่น Lamborghini ที่มีชื่อมาจากวัวกระทิงสุดโหด
37766 จำนวนผู้เข้าชม |

Lamborghini แบรนด์ซุปเปอร์คาร์สุดหรูที่ไม่มีใครไม่รู้จัก มาพร้อมโลโก้กระทิงดุ ที่ก่อกำเนิดโดยผู้ก่อตั้ง Ferrucio Lamborghini โดยโลโก้นี้ได้มาจากการสู้วัวกระทิงในประเทศสเปน บวกกับเป็นราศีเกิดของ Ferrucio อีกด้วย สำหรับวันนี้เราจะนำเสนอ ตัวอย่างรุ่นรถของ Lamborghini ที่มีที่มาจากวัวกระทิงด้วยกัน 9 รุ่น สำหรับหลายๆ คนอาจจะพอรู้ข้อมูลกันมาแล้ว เราจะมาทวนความจำกัน และอีกหลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็เข้ามาอ่านกันได้เลย!!
Lamborghini Islero

Lamborghini Islero เป็นรุ่นที่อยู่ในยุคปี 1968 จนถึงปี 1969 มีแยกออกมา 2 รุ่น คือ Islero เวอร์ชั่นแรก 325 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ใน 6.2 วินาที กับ Islero 400 GTS เป็นเวอร์ชั่นอัพเกรด พละกำลัง 350 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 เท่ากันที่ 6.2 วินาที ทั้งคู่ใช้ขุมพลังแบบ V12 ขนาด 3.9 ลิตร ไว้ที่หน้าตัวรถ สำหรับที่มาของชื่อ Islero มาจากกระทิงสายพันธุ์ Miura ที่ได้สังหารนักสู้วัวชื่อดัง Manolette ระหว่างการต่อสู้ในปี 1947
Lamborghini Espada

Lamborghini Espada เป็นโมเดลในยุค 1968-1978 เป็นรถสไตล์ Grand tourer 4 ที่นั่ง ดีไซน์โดย Giorgetto Giugiaro จาก Italdesign ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ V12 ขนาด 3.9 ลิตร สำหรับชื่อ Espada เป็นคำในภาษาสเปน คือดาบที่ใช้ในการต่อสู้กับวัวกระทิงนั่นเอง
Lamborghini Miura

Lamborghini Miura กระทิงดุรุ่นเก๋าอีกหนึ่งรุ่น ใช้เครื่องแบบ V12 ขนาด 3.9 ลิตร งานดีไซน์รถ Lamborghini รุ่นใหม่ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากรุ่นนี้ด้วย อย่าง Murcielago หรือ Aventador โดยชื่อ Miura เป็นชื่อของสายพันธุ์วัวกระทิง พันธุ์ Miura ที่ได้รับการยอมรับทั้งความแข็งแกร่งและดุดัน
Lamborghini Diablo

Lamborghini Diablo หนึ่งในซุปเปอร์ที่โดดเด่นในสมัยยุค 90 ขุมพลังแบบ V12 5.7 ลิตร ถือกำเนิดในยุคเดียวกับรถระดับตำนานอย่าง McLaren F1 สำหรับที่มาของชื่อ Diablo มาจากวัวกระทิงสุดโหดที่เลี้ยงโดย Duke of Veragua โดยมันได้ต่อสู้กับมาธาดอร์ นามว่า El chicorro อย่างดุเดือดในกรุงมาดริด ในปี 1869 และชื่อ Diablo ในภาษาสเปนยังแปลว่า ปีศาจ อีกด้วย
Lamborghini Murcielago

สำหรับรถรุ่น Murcielago เป็นชื่อที่มาจากภาษาสเปน หมายถึง ค้างคาว เราจะเคยเห็นรถรุ่นนี้ขับโดยพระเอก Bruce Wayne ในหนังเรื่อง Batman Begins และ The Dark Knight อีกด้วย ในอดีตช่วงศตวรรษที่ 19 ชื่อ Murcielago นี้ได้ถูกนำมาตั้งให้กับวัวกระทิงตัวหนึ่งที่แข็งแกร่ง สามารถรอดชีวิตจากคมดาบของมาธาดอร์ได้ถึง 28 ครั้ง ทำให้เหมาะสมมากที่จะมาตั้งซื่อให้ Lamborghini Muricelago ด้วยรูปลักษณ์ดุดัน พร้อมเครื่องยนต์ V12 N/A ขนาด 6.2 ลิตร อันทรงพลัง
Lamborghini Reventon
Lamborghini Reventon กระดิงดุรุ่นพิเศษสุดหายาก มีทั้งแบบตัวถัง Coupe จำกัดการผลิตที่ 20 คัน และตัวถัง Roadster จำกัดเพียง 15 คัน งานดีไซน์ทั้งภายนอกภายในดึงมากจากเครื่องบินขับไล่ Lockheed Martin F-22 Raptor โดยมันใช้พื้นฐานมาจากรุ่น Muricelago LP640 ที่มาของชื่อนั้นมาจากวัวกระทิงเช่นเคย โดยเจ้าวัวตัวนี้เป็นที่รู้จักกันดี เพราะมันได้สังหารนักสู้วัว นามว่า Felix Guzmán ในปี 1943 และชื่อ Reventon ในภาษาสเปนก็ยังแปลว่า ระเบิด อีกด้วย
Lamborghini Huracan

Lamborghini Huracan ซุปเปอร์คาร์น้องเล็กของค่ายกระทิงดุ เปิดตัวครั้งแรกราวๆ ปี 2015 ยาวมาจนถึงปี 2021 ด้วยรุ่นย่อยต่างๆ มากมาย โดยในทุกรุ่นจะใช้เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร N/A ชื่อ Huracán มาจากภาษาสเปน พอแปลเป็นภาษาอังกฤษมันคือพายุ Hurricane ซึ่งแสดงถึงความดุดันรวดเร็วดั่งพายุ แต่ชื่อต้นตำหรับของมันนั้นมาจากเจ้ากระทิงดุจากประเทศสเปน ในปี1897 ซึ่งมันเป็นวัวกระทิงที่คนชื่นชมในความกล้าหาญ และทักษะการต่อสู้จู่โจมของมันนั้นมีไหวพริบอย่างมาก
Lamborghini Aventador

Aventador กระทิงดุรุ่นใหญ่ขุมพลัง V12 ขนาด 6.5 ลิตร N/A ที่ทำตลาดยาวมาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็น Lamborghini ที่ขายดีสุดๆ ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง จนต้องออกรุ่นย่อยต่างๆ ออกมากมาย Aventador ชื่อนี้ดึงมาจากวัวกระทิงที่โด่งในยุคปี 1993 แห่งเมือง Saragossa ประเทศสเปน มันมีความมุทะลุดุดัน น่าเกรงขาม จนต้องนำมาใช้กับซุปเปอร์คาร์รุ่นนี้
Lamborghini Veneno

Lamborghini Veneno ไฮเปอร์คาร์ตัวพิเศษสร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปี ของบริษัท ขุมพลังจาก Aventador แบบ V12 ขนาด 6.5 ลิตร 740 แรงม้า มันถูกผลิตออกมาในจำนวนจำกัด โดยแยกเป็นเวอร์ชั่น Coupe จำนวน 3 คัน และเวอร์ชั่น Roadster อีก 9 คัน ชื่อของมันกำเนิดมาจากวัวกระทิงตัวหนึ่งที่แข็งแกร่งและเร็วที่สุดเท่าที่เคยเจอมา โดยมันได้เข้าปะทะกับนักสู้วัวชื่อดัง Toreno José Sánchez Rodríguez ในปี 1914
ก็จบกันไปเรียบร้อยสำหรับ 9 อันดับ ชื่อรุ่น Lamborghini ที่มีที่มาจากกระทิงดุ ใครชื่นชอบรุ่นไหนกันบ้างถ้าข้อมูลนี้น่าสนใจอย่าลืมแชร์ต่อให้เพื่อนๆ กันด้วยนะครับ

