Dodge Viper ACR ขุมพลัง 645 แรงม้า ถูกนำมาประมูลขาย ในราคา 6,500,000.-
แม้ว่า Dodge Viper จะถูกประกาศยุติการผลิตไปในปี 2017 แต่มันก็ถูกสานต่อ DNA กับการพัฒนาขั้นสุดในระดับซูเปอร์คาร์จนมาถึงรุ่น Dodge Viper ACR และนับว่าเป็นโฉมที่ 5 ปิดฉากสายพานการผลิตได้อย่างงดงาม ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างไปจากโฉมอื่น ๆ

ล่าสุด Dodge Viper ACR ถูกนำมาประกาศขายผ่านทาง Bring A Trailer ด้วยระยะทางการวิ่ง 3,540 กม. ตัวรถมาเฉดสีเหลือง-ส้ม ดุดันด้วยลายแถบสีดำคาดตรงกลางตั้งแต่หน้าจรดท้าย

ซึ่งมาใน Extreme Aero Package รวมถึงฝากระโปรงหน้าใหม่, สปลิตเตอร์ด้านหน้า, คานาร์ด 4 ตัว, ดิฟฟิวเซอร์ท้าย, สปอยเลอร์ปีกขนาดใหญ่ ล้อแม็กสีดำขนาด 19 นิ้ว รัดด้วยยาง Kumho Ecsta V720 ที่ด้านหน้าขนาด 295/25 และด้านหลังขนาด 355/30

แม้ว่า Dodge Viper ACR จะเป็นรถที่เน้นการขับขี่ในสนามแข่ง แต่ก็มีห้องโดยสารที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ตปรับไฟฟ้า วัสดุส่วนใหญ่หุ้มด้วยหนังสีดำ และหนัง Alcantara เดินด้ายสีเทาเสริมความโดดเด่น
หน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 8.4 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์โดยไม่ต้องเสียบกุญแจ เป็นต้น

ขุมพลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V10 ขนาด 8.4 ลิตร จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 645 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 814 นิวตัน-เมตร
ซึ่งในขณะนี้มีราคาเสนอขายอยู่ที่ 205,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6,500,000 บาท และเหลือเวลาอีกไม่กี่วันเท่านั้นก็นั้นก่อนที่จะจบการประมูล



Dodge Viper ACR 2016 อสรพิษตัวซิ่ง เร็วแรงที่สุดในตระกูลไวเปอร์
18,279อ่าน

ด็อดจ์ เผยโฉมอสรพิษใหม่ Dodge Viper ACR สปอร์ตคาร์สุดหล่อ รถเรซซิ่งวิ่งได้ทั้งแทร็กและถนนจริง ที่เร็วแรงที่สุดจากในตระกูลด็อดจ์ ไวเปอร์
ด็อดจ์ ไวเปอร์ (Dodge Viper) เป็นรถตระกูลซิ่งที่สร้างชื่อให้กับค่ายรถสัญชาติอเมริกันได้เป็นอย่างดีนับตั้งแต่ออกรุ่นแรกมาเมื่อปี 1999 ความโดดเด่นไม่ใช่แค่เรื่องหน้าตาที่หล่อเหลากับสมรรถนะที่จัดเต็มคราบสมเป็นสปอร์ตคาร์ แต่ยังได้ใจนักขับผู้ชื่นชอบความเร็วที่ต้องการทั้งรถที่วิ่งได้ทั้งในเรซซิ่งแทร็กและเอามาใช้งานขับขี่บนท้องถนนในชีวิตประจำวันได้จริง ๆ (รถเรซซิ่งบางส่วนไม่สามารถนำมาวิ่งบนนถนนจริงได้ เนื่องจากขาดอุปกรณ์หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานรถยนต์สำหรับขับขี่บนท้องถนน)
ล่าสุด ด็อดจ์ ได้เปิดตัวไวเปอร์ตัวล่าสุด “ด็อดจ์ ไวเปอร์ เอซีอาร์” (Dodge Viper ACR 2016) ซึ่ง ทิม คูนิสคิส ซีอีโอของด็อดจ์ ภูมิใจนำเสนอมันในฐานะ “แทร็กคาร์ซึ่งเอามาวิ่งบนถนนจริงได้ ที่เร็วที่สุดในตระกูลไวเปอร์”

ขุมพลังของ ไวเปอร์ เอซีอาร์ 2016 มากับเครื่องยนต์ V-10 ขนาด 8.4 ลิตร มอบกำลังความแรง 645 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 813 นิวตันเมตร เช่นเดียวกับในไวเปอร์รุ่นก่อน พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์ธรรมดา 6 สปีด แต่ที่มาใหม่คือการออกแบบวิศวกรรมด้านแอโรไดนามิกที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม กับ เอซีแอร์ เอ็กซ์ตรีม แอโร แพ็กเกจ (ACR Extreme Aero Package) ออกแบบใหม่ให้แรงกดเกือบ 1 ตัน แม้ที่ความเร็ว 285 กม./ชม. มากกว่าแอโรแพ็กเกจของ ไวเปอร์ ทีเอ 2.0 (Viper TA 2.0) เกือบ 3 เท่า
โดยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมนี้ได้มาจากสปอยเลอร์หลังปรับระดับ (adjustable rear wing) ดิฟฟิวเซอร์ กระโปรงใหม่ พร้อมทั้งปรับแต่งช่วงล่างด้านหน้าทั้งสปิตเตอร์และไดฟ์วิ่งเพลนเพิ่มแรงกดมอบคุณสมบัติการยึดเกาะถนน นอกจากนี้หลายชิ้นส่วนของรถยังเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วยลดน้ำหนักของโครงรถไปได้มากยิ่งขึ้น

ขณะระบบช่วงล่างอยู่ติดพื้นมากขึ้น ใช้กันสะเทือนจากโช้คอะลูมิเนียม หุ้มคอยล์ Bilstein ค่าสปริงเรทหน้า 10.8 กก./มม. หลัง 23.4 กก./มม. มากกว่า ไวเปอร์ ทีเอ 2.0 เกิน 2 เท่าเลยทีเดียว มาที่ระบบเบรก ใช้เบรกเบรมโบ (Brembo) คาร์บอน โรเตอร์คู่หน้า 15.4 นิ้ว หลัง 14.2 นิ้ว จับคู่ล้อ 19 นิ้ว พร้อมยางรถซิ่งสมรรถนะสูง Kumho Ecsta V720 ที่ดีไซน์มาสำหรับใช้กับไวเปอร์ใหม่โดยเฉพาะ

ด้านเรื่องดีไซน์ในห้องโดยสาร แผงแดชบอร์ดและที่วางแขนข้างประตูหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara พวงมาลัยปรับแต่งได้ตามความต้องการผู้ซื้อ นอกจากนี้ด็อดจ์ยังจะมีสัญลักษณ์ ไวเปอร์ เอซีอาร์ ซึ่งออกแบบมาเฉพาะเพื่อให้แตกต่างจากไวเปอร์รุ่นอื่น ๆ ด้วย
สำหรับ ด็อดจ์ ไวเปอร์ เอซีอาร์ 2016 จะเริ่มเดินสายการผลิตในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งตอนนี้ด็อดจ์ได้เปิดให้สั่งจองกันแล้ว โดยผู้จองยังสามารถระบุการปรับแต่งรถได้ตามต้องการตามออปชั่น 1 of 1 personalization ด้วย ส่วนราคาขายนั้นเริ่มต้นที่ 117,895 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.5 ล้านบาทครับ




























