เปรียบเทียบ Chery V23 Play / Plus / Peak! เลือกตัวไหนคุ้ม!!!
01 ต.ค. 68 (19:39 น.) พิมพ์
แชร์เรื่องนี้
หลังจากที่ Chery ได้ประกาศเปิดตัวรถใหม่ อย่าง V23 และเป็นการกลับมาในรอบหลายปีของแบรนด์นี้ทำให้หลายคนสนใจว่ารถยนต์รุ่นนี้ซึ่งมีดีไซน์เรียกได้ว่าเหลี่ยมสันใช้ได้เลยและมีความเก๋ไก๋ในตัว
แต่ด้วยตรวจเลขทั้งหมด 3 Option ที่ทางเชอรี่เขาได้กำหนดทำให้หลายคนสงสัยว่าเลือกรุ่นไหนดี วันนี้ Sanook Auto จะมากางสเปกเทียบกันว่า 3 ตัวเลือกของรถรุ่นนี้ มีความต่างอย่างไร ก่อนที่จะเทียบกับคู่แข่งในโอกาสถัดไป มาเริ่มกันเลย
เปรียบเทียบ 3 ตัวเลือกของ Chery V23
ทางด้านการออกแบบของตัวรถจะไม่ได้ต่างกันมากนักแต่สิ่งที่แตกต่างกันจะเป็นเรื่องรายละเอียดย่อยๆ โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 จุดที่ทำให้คุณนั้นต้องถามว่าแบบนี้เอาตัวท็อปเลยดีไหม เริ่มจาก
1. ขุมพลังและสมรรถนะ: จุดแบ่งชัดระหว่าง 2WD และ 4WD
เรื่องแรกที่จะบอกถึงความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะของตัวรถ
V23 2WD PLAY และ 2WD PLUS
- ทั้งสองรุ่นนี้ใช้พื้นฐานทางวิศวกรรมเดียวกัน คือเป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง (RWD)
- ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร
- ใช้แบตเตอรี่ขนาด 59.93 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 360 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC)
- มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 11 วินาที
เหมาะสำหรับ: การใช้งานในเมืองเป็นหลัก ขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้สมรรถนะที่เพียงพอและคล่องตัว
V23 4WD PEAK
- เป็นรุ่นท็อปที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD)
- ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร
- อัปเกรดแบตเตอรี่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 81.76 กิโลวัตต์ ทำให้มีระยะทางวิ่งสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 430 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ (ตามมาตรฐาน NEDC)
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 7.5 วินาที
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูง อัตราเร่งที่เร้าใจยิ่งขึ้น และความมั่นใจในการขับขี่บนทุกสภาพถนนด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงการเดินทางไกลที่สะดวกสบายกว่าด้วยระยะทางที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้นแล้วต้องบอกว่า ระยะการวิ่งของรุ่นเริ่มต้นกับกลางฟังดูกับยุคนี้แล้วน้อยไปหน่อยทำให้เรื่องของการเลือกมาใช้ทำให้จุดนี้รุ่นท็อปดูน่าสนใจ รวมถึงการจ่ายไฟเข้าของรุ่นท็อปทำได้ไว ขณะที่รุ่นกลางและตัวเริ่มต้น ช้าเกินไป ดังนั้นถ้างบน้อยต้องเผื่อเวลาการชาร์จและการเดินทางไว้ด้วยนะ
2. ระบบความปลอดภัย
อีกจุดตัดสินใจที่สำคัญที่สุดระหว่างรุ่นเริ่มต้น (PLAY) และรุ่นกลาง (PLUS) เพราะความต่างส่วนนี้ทำให้เกิดความห่างของราคาและระบบเหล่านี้อาจจะช้วยชีวิตคุณให้ปลอดภัยขึ้น
- V23 2WD PLAY (รุ่นเริ่มต้น): จะมาพร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานตามมาตรฐาน
- V23 2WD PLUS และ 4WD PEAK: สองรุ่นนี้จะได้รับการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง ADAS ระดับที่ 2 ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบด้วยฟังก์ชันสำคัญ เช่น:
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping Assist)
- ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรก (Forward Collision Warning & Autonomous Emergency Braking)
- ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Detection)
ดังนั้น หากคุณให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง การขยับไปเลือกรุ่น PLUS เป็นอย่างน้อย ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า
3. ออปชันภายนอกและโหมดการขับขี่
นอกจากสมรรถนะที่เหนือกว่า รุ่น PEAK ยังมีรายละเอียดภายนอกและฟังก์ชันที่แตกต่างออกไป เช่น
- ขนาดล้อและยาง: รุ่น 2WD PLAY และ PLUS จะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ที่ดูแล้วอาจจะธรรมดา แต่พูดเลยว่า บางคนชอบล้อตัวรองมากกว่า ในขณะที่รุ่น 4WD PEAK จะโดดเด่นและดูเต็มซุ้มล้อยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว
- โหมดการขับขี่: รุ่น 2WD จะมีโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ส่วนรุ่น 4WD PEAK จะมี 6 โหมด โดยโหมดที่เพิ่มเข้ามาคือ “Off-Road” เพื่อเสริมความสามารถในการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทายยิ่งขึ้น
- สีตัวถัง: มีข้อมูลว่าสีส้ม Vibe Orange ที่เป็นสีโปรโมท อาจมีให้เลือกเฉพาะในรุ่นท็อปอย่าง 4WD PEAK เท่านั้น
เทียบความต่างให้ชัดแบบตาราง
| คุณสมบัติ | V23 2WD PLAY | V23 2WD PLUS | V23 4WD PEAK |
| ราคาจำหน่าย | 699,900 บาท | 759,900 บาท | 889,900 บาท |
| ระบบขับเคลื่อน | 2WD (ล้อหลัง) | 2WD (ล้อหลัง) | 4WD (มอเตอร์คู่) |
| กำลังสูงสุด | 136 แรงม้า | 136 แรงม้า | 211 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 180 นิวตันเมตร | 180 นิวตันเมตร | 292 นิวตันเมตร |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 59.93 kWh | 59.93 kWh | 81.76 kWh |
| ระยะทางวิ่ง (NEDC) | 360 กม. | 360 กม. | 430 กม. |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | 11 วินาที | 11 วินาที | 7.5 วินาที |
| ขนาดล้ออัลลอย | 19 นิ้ว | 19 นิ้ว | 21 นิ้ว |
| ระบบ ADAS | – | มี (Level 2) | มี (Level 2) |
| โหมดการขับขี่ | 5 โหมด | 5 โหมด | 6 โหมด (เพิ่ม Off-Road) |
ตัวเลือกไหนควรเป็นคำตอบสุดท้าย
มาถึงตรงนี้แล้วหลายคนก็คงเลือกไม่ถูกว่าต้องเลือก Chery V23 ตัวเลือกไหนที่ใช่สำหรับคุณขอสรุปตรงนี้
- V23 2WD PLAY: เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ V23 เป็นหลัก ใช้งานในเมือง ไม่ได้ต้องการสมรรถนะสูง และต้องการเป็นเจ้าของในราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุด
- V23 2WD PLUS: เป็นรุ่นที่ สมเหตุสมผลและคุ้มค่าที่สุด สำหรับคนส่วนใหญ่ เพราะได้ระบบความปลอดภัย ADAS ครบครัน ในขณะที่ยังคงสมรรถนะการขับขี่ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
- V23 4WD PEAK: สำหรับผู้ที่ต้องการ “ที่สุด” ทั้งในด้านสมรรถนะ อัตราเร่งที่เหนือกว่า ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้น ความมั่นใจจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และภาพลักษณ์ที่ดุดันจากล้อขนาด 21 นิ้ว นี่คือคำตอบเดียวสำหรับคุณ
แต่! อย่าเพิ่งรีบจองไป ลองขับที่โชว์รูมให้ถูกใจตก่อน เพราะแม้ว่าจะดูแล้วถูกแต่มันก็คือรถที่มีการจ่ายเงินหลักแสนก็อาจจะต้องทำให้คุรคิดสักหน่อยนะครับ
BYD ประกาศลดล้างสต็อก BYD Seal ลดราคาสูงสุด 6 แสนบาท!
02 ต.ค. 68 (12:13 น.) พิมพ์

แชร์เรื่องนี้
หลังจากที่ขายมานานสำหรับ BYD Seal ล่าสุดใครที่กำลังมองอยู่ตอนนี้ทาง บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ประกาศแคมเปญลดราคาสุดช็อกรับเดือนตุลาคม
นำโดย BYD Seal สปอร์ตซีดานไฟฟ้าตัวแรง ที่หั่นราคาทุกรุ่นย่อยสูงสุดถึง 600,000 บาท โดยคาดว่าการลดครั้งนี้เพื่อเป็นการล้างสต็อกครั้งใหญ่ ทำให้ราคาเริ่มต้นของ BYD Seal เหลือเพียง 8 แสนกว่าบาทเท่านั้น!
BYD Seal ลดราคาพิเศษ
การปรับลดราคาครั้งนี้ทำให้ BYD Seal กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าสนใจและคุ้มค่าอย่างยิ่ง โดยมีราคาใหม่ดังนี้
- Seal Dynamic RWD: จากเดิม 1,325,900 บาท เหลือเพียง 849,900 บาท (ลดลง 476,000 บาท)
- Seal Premium RWD: จากเดิม 1,449,900 บาท เหลือเพียง 899,900 บาท (ลดลง 550,000 บาท)
- Seal Performance AWD: จากเดิม 1,599,900 บาท เหลือเพียง 999,900 บาท (ลดลง 600,000 บาท)
การลดราคาอย่างหนักหน่วงในรุ่น Seal Performance AWD ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนสี่ล้อสมรรถนะสูงมีราคาต่ำกว่าหนึ่งล้านบาทเป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะเป็นการระบายสต็อกรถยนต์ปี 2025 เพื่อเตรียมต้อนรับโมเดลใหม่ในอนาคต
นอกจาก BYD Seal แล้ว Rêver ยังได้จัดโปรโมชั่นและราคาพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ อีกครบครัน เพื่อให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็น
New BYD ATTO 3 (MY24)
- รุ่น Premium: ราคาพิเศษ 699,900 บาท
- รุ่น Extended: ราคาพิเศษ 799,900 บาท
New BYD DOLPHIN
- รุ่น Standard Range: ราคาพิเศษ 499,900 บาท
- รุ่น Extended Range: ราคาพิเศษ 619,900 บาท
- (พร้อมโปรดาวน์เริ่ม 24,995 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 1.88%)
BYD SEAL 5 DM-i
- รุ่น Premium: ราคาพิเศษ 699,900 บาท
BYD M6
- รุ่น Dynamic (6 ที่นั่ง): ราคาพิเศษ 799,900 บาท
- รุ่น Extended (6 และ 7 ที่นั่ง): ราคาพิเศษ 899,900 บาท
BYD SEALION 6 DM-i
- รุ่น Dynamic: ราคาพิเศษ 899,900 บาท
- รุ่น Premium: ราคาพิเศษ 999,900 บาท
- รุ่น Premium (RÊVER ForceEdge Edition): ราคาพิเศษ 1,029,900 บาท
BYD SEALION 7
- รุ่น Premium: ราคาพิเศษ 1,149,900 บาท
- รุ่น AWD Performance: ราคาพิเศษ 1,249,900 บาท
โปรโมชั่นนี้มีระยะเวลาจำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2568 เท่านั้น

