GAC Aion RT เปิดตัวอย่างเป็นทางการ คูเป้ Fastback วิ่งไกลสุด 650 กม. ราคาเริ่มต้นเพียง 518,000 บาท
โดย Sakura P.8 วันที่แล้ว200ดู
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2025 รถยนต์ไฟฟ้าซีดาน GAC Aion RT รุ่นปรับปรุงใหม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ราคาอยู่ระหว่าง 99,800 – 123,800 หยวน (ประมาณ 518,000 – 643,000 บาท) การปรับปรุงครั้งนี้เน้นไปที่การเพิ่มฟีเจอร์และปรับราคาเป็นหลัก ในขณะที่ยังคงดีไซน์ภา
เป็นหลัก ในขณะที่ยังคงดีไซน์ภายนอกและระบบขับเคลื่อนเดิมไว้ โดยรุ่นท็อปสามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 650 กม.
GAC Aion RT เปิดตัวอย่างเป็นทางการ คูเป้ Fastback วิ่งไกลสุด 650 กม. ราคาเริ่มต้นเพียง 518,000 บาท
Aion RT ใช้แนวคิดการออกแบบ Velociraptor โดยมีเส้นสายตัวถังที่โค้งมนและลื่นไหลเพื่อลดแรงต้านอากาศ ด้านหน้าใช้ดีไซน์เรียบง่ายพร้อมช่องรับลมสไตล์สปอร์ต และติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR

ตัวรถด้านข้างเป็นแบบคูเป้ Fastback พร้อมเส้นสายที่ดูต่อเนื่องตลอดคัน โดยมีขอบกระจกหน้าต่างสีดำและมือจับประตูแบบซ่อน พอร์ตชาร์จอยู่บริเวณบังโคลนหน้า
ตัวรถมีขนาดความยาว 4,865 มม. กว้าง 1,875 มม. และสูง 1,520 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,775 มม. มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำเพียง 0.208Cd และมีสีให้เลือกถึง 7 สี

ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับแบบลอยตัวขนาด 8.88 นิ้ว และหน้าจอควบคุมส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ใช้แพลตฟอร์ม ADiGO 5.0 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งมีหน้าตาเหมือนแท็บเล็ตและรองรับแอปพลิเคชันมากมาย


คอนโซลกลางมีดีไซน์เป็นชั้น ๆ พร้อมช่องแอร์และแผ่นชาร์จไร้สาย และมาพร้อมระบบเครื่องเสียง 11 ลำโพงแบบ 5.1 แชนแนล พร้อมซับวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว

Aion RT มาพร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติที่ล้ำสมัย โดยมีเซนเซอร์ LiDAR แบบ 126 เส้น และชิป Nvidia Orin-X ที่มีกำลังประมวลผลสูงถึง 254 TOPS ระบบขับขี่อัจฉริยะ no-map NDA ที่ไม่ต้องใช้แผนที่ความแม่นยำสูง ใช้เทคโนโลยี End-to-End เจเนอเรชันที่ 4 ทำให้สามารถขับเคลื่อนบนถนนที่ไม่มีสัญลักษณ์ได้ครอบคลุมถึง 99% ของสถานการณ์การขับขี่

Aion RT ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP) จาก CATL มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 55.1 kWh และ 68.1 kWh
ด้านระบบส่งกำลัง มอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 150 kW (201 แรงม้า) และ 165 kW (221 แรงม้า) ระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กม. และ 650 กม. ต่อการชาร์จเต็ม
การชาร์จ รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 400V แบบซิลิกอนคาร์ไบด์ (SiC 3C) ทำให้ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ได้ใน 18 นาที หรือชาร์จเพียง 10 นาที ก็สามารถวิ่งได้ไกลถึง 160-200 กม.
GAC Aion RT เป็นรถยนต์ไฟฟ้าซีดานรุ่นใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าและเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่าย พร้อมดีไซน์สไตล์สปอร์ต และมาพร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะที่แม่นยำแม้ไม่ต้องใช้แผนที่ความละเอียดสูง ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
ที่มา carnewschina
แมคลาเรน (McLaren) เผยโฉม “แมคลาเรน อาร์ทูรา” (McLaren Artura) ซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่แกะกล่อง
Share
FacebookTwitterPinterestWhatsApp

“ดิ ออล-นิว อาร์ทูรา” คือยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (High-Performance Hybrid – HPH) รุ่นแรกของแมคลาเรนที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาด Supercar (series production) เป็นการรังสรรค์ที่กลั่นจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแมคลาเรนกว่าครึ่งศตวรรษในด้านวิศวกรรมยานยนต์สำหรับสนามแข่ง F1 และยานยนต์สำหรับท้องถนน ผสมผสานสมรรถนะที่น่าตื่นเต้น พลวัตในการขับขี่ และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV)
McLaren Artura เป็นยนตรกรรมรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด
“McLaren Carbon Lightweight Architecture – MCLA” ซึ่งได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษให้สอดรับกับระบบส่งกำลังของซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (HPH) เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้น ณ ศูนย์ McLaren Composites Technology Center (MCTC) ของบริษัท ในเมืองเชฟฟิลด์ (Sheffield)

ตัวถังน้ำหนักเบาที่ประกอบขึ้นด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียมแบบซูเปอร์ฟอร์ม อวดโฉมสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของซูเปอร์คาร์ และปรัชญาการออกแบบ “form follows function” ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นตัวนำรูปแบบ ทำให้ยนตรกรรมมีรูปลักษณ์แบบฟิล์ม shrink wrap ที่เรียบหรูและสมดุล อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม 488PS/ตัน* (วัดจากน้ำหนักรถเปล่าเมื่อเบาที่สุดที่ 1,395 กก.*)
วิศวกรรมที่เน้นน้ำหนักเบาเป็นพิเศษทำให้อาร์ทูรามีน้ำหนักเบาที่สุดในยนตรกรรมระดับเดียวกัน
โดยมีน้ำหนักรถแบบไม่บรรทุกสัมภาระ (DIN) เพียง 1,498 กก.* ระบบส่งกำลังประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่แบบใหม่ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (E-Motor) และชุดแบตเตอรี่พลังสูง ซึ่งให้กำลังขับรวมที่ 680PS (671bhp) และ 720Nm (530lb ft) กำลังขับ 585PS (577bhp) (เข้าใกล้ 200 แรงม้าต่อลิตร) และ 585Nm จากเครื่องยนต์ V6 ใหม่

มอเตอร์ไฟฟ้า 95PS ให้แรงบิดทันทีสูงสุด 225Nm เพื่อการตอบสนองต่อคันเร่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในซูเปอร์คาร์จากแมคลาเรน พร้อมอัตราเร่งที่ดุเดือด 0-100 กม./ชม. ใน 3 วินาที* 0-200 กม./ชม. ใน 8.3 วินาที* และ 0-300 กม./ชม. ใน 21.5 วินาที*
อาร์ทูราเป็นยนตรกรรม แมคลาเรน ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดเท่าที่เคยมีมา (อัตราการใช้เชื้อเพลิง 50+ ไมล์ต่อแกลลอน อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวม 129 กรัม/กม. วัดจากมาตรฐาน EU และ WLTP*) มีแบตเตอรี่ขนาด 7.4 kWh รองรับการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 30 กม.* รับประกันยานพาหนะ 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ 6 ปี และรับประกันตัวถัง 10 ปี
ระบบเกียร์ 8 สปีดน้ำหนักเบาใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับระบบดิฟเฟอเรนเชียลแบบอิเล็กทรอนิกส์ E-DIFF ตัวแรกของแมคลาเรน ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบใหม่ และพวงมาลัยไฮดรอลิก และระบบกันสะเทือนแบบปรับไฟฟ้าอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ความเสถียรและสมรรถนะที่มีพลวัตยาง Pirelli P ZERO™ CORSA รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเทคโนโลยี Pirelli Cyber Tyre® มอบระดับการยึดเกาะที่เทียบเท่ากับยาง P ZERO™ Trofeo R ในรุ่น 600LT

การตกแต่งภายในโฉมใหม่มาพร้อมปุ่มควบคุมที่ไม่ต้องยกมือออกมาจากพวงมาลัย ระบบอินโฟเทนเมนต์ หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 8 นิ้วที่ช่วยให้สามารถตั้งค่าระบบช่วยขับขั้นสูง (ADAS) และระบบแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟน (smartphone mirroring)
สถาปัตยกรรมไฟฟ้าที่ล้ำสมัยช่วยให้สามารถทำการอัปเดตผ่านดาวเทียม (Over-The-Air หรือ OTA) ได้ มีระบบติดตามยานพาหนะที่ถูกโจรกรรมในตัว (มีในยนตรกรรมที่วางจำหน่ายบางตลาดเท่านั้น) และระบบที่รองรับการอัปเกรดในอนาคต

McLaren Artura “ดิ ออล-นิว แมคลลาเรน อาร์ทูรา” เปิดตัวแล้วในวันนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทั้งสำหรับตัวบริษัทเองในฐานะผู้บุกเบิกยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ระดับหรู และทั้งสำหรับยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีและสมรรถนะของยานยนต์ซูเปอร์คาร์
ยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (High-Performance Hybrid – HPH) รุ่นแรกของแมคลาเรนที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาด Supercar (series production) นี้
เกิดจากการหลอมรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์สำหรับสนามแข่งและสำหรับท้องถนนกว่าครึ่งศตวรรษของบริษัท ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความทุ่มเทของแมคลาเรนที่มีต่อผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
หยั่งรากอยู่บนปรัชญาทางวิศวกรรมของแมคลาเรนว่าด้วยยนตรกรรมน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ “ดิ ออล-นิว อาร์ทูรา” คือผลลัพธ์ที่กลั่นออกมาจากทุกอณูของความเป็นแมคลาเรน ทั้งการออกแบบที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือกว่า ความเป็นเลิศทางพลวัติการขับขี่ และนวัตกรรมด้านวิศวกรรม แล้วนำมาผสานเข้ากับระบบไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มข้อได้เปรียบให้กับยานยนต์ผ่านคันเร่งที่ด้วยการตอบสนองไวยิ่งขึ้น การปล่อยควันพิษที่ต่ำลง และความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 30 กม.* เพื่อการเดินทางที่ไร้มลภาวะ
ด้วยการปรับโฉมใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า “อาร์ทูรา” ได้เปิดโอกาสให้วิศวกรและนักออกแบบของแมคลาเรนใช้พลังสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ที่ท้าทายที่สุดนั่นคือ จะทำอย่างไรเพื่อคงไว้ซึ่งปรัชญาวิศวกรรมน้ำหนักเบาที่เป็นเอกลักษณ์ของแมคลาเรน เมื่อระบบส่งกำลังแบบไฮบริดจำเป็นต้องมีองค์ประกอบเพิ่ม เช่น มอเตอร์ไฟฟ้าและและชุดแบตเตอรี่

ความมุ่งมั่นในการรังสรรค์ยนตรกรรมน้ำหนักเบาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายคือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากทุกมิติของอาร์ทูรา จากแพลตฟอร์มแชสซี ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวสถาปัตยกรรมใหม่ของ
McLaren Artura แบรนด์ McLaren Carbon Lightweight Architecture (MCLA) ใหม่ ไปจนถึงระบบส่งกำลัง HPH ขนาดกะทัดรัดที่เป็นเอกลักษณ์ และน้ำหนักของสายเคเบิลในระบบไฟฟ้า (ซึ่งสามารถทำให้น้ำหนักเบาลงได้ถึงร้อยละ 10) ทั้งหมดนี้ทำให้อาร์ทูราเป็นยนตรกรรมที่มีน้ำหนักรถเปล่าเบาที่สุด เพียง 1,395 กก.* โดยที่น้ำหนักรวมของส่วนประกอบไฮบริดอยู่ที่ 130 กก. (ประกอบด้วยแบตเตอรี่ 88 กก. และมอเตอร์ไฟฟ้า 15.4 กก.) และน้ำหนักขณะไม่บรรทุกสัมภาระ (DIN kerb weight) อยู่ที่ 1,498 กก.* เทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์ในกลุ่มเดียวกันที่ไม่มีระบบส่งกำลังแบบไฮบริด นี่คือข้อได้เปรียบด้านน้ำหนักที่ทำให้อาร์ทูราเหนือกว่ายนตรกรรมใด ๆ
วิเคราะห์ เจาะลึก ทุกข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา กับผม นิธิ ท้วมประถม
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสาร ข่าวรถยนต์ รถใหม่ สกู๊ปพิเศษ ลองขับ อย่าลืมติดตามเรา ช่องยูทูป – auto lifethailand tv
ติดต่อโฆษณา
Project Manager (คุณแอม)
โทร. 089 533 5115

