• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0110022 เป นผ หญ องหาผ ชายรวยๆมาเล ยงด จะได สบาย part 2

admin79 by admin79
October 1, 2025
in Uncategorized
0
T0110022 เป นผ หญ องหาผ ชายรวยๆมาเล ยงด จะได สบาย part 2

Rimac Nevera ไฮเปอร์คาร์เจ้าพายุทะลุทุกความแรง

โดยพีรวิชช์ อนันตศิรรัตน์

16 ธันวาคม 2564

     หากจะพูดถึงอะไรที่มัน ‘สุด’ บนท้องถนน แทบทุกคนคงต้องนึกถึง ‘ซูเปอร์คาร์’ และ ‘ไฮเปอร์คาร์’ ที่เหนือกว่าซูเปอร์คาร์ในหลายๆ ดีเทล และก็คงจะนึกถึงแบรนด์สุดยอดรถจากอิตาลีบ้าง เยอรมนีบ้าง อังกฤษบ้าง สวีเดนบ้าง

     แต่ใครจะไปนึกออกแต่แรกว่า ‘โครเอเชีย’ ก็มี ‘ของดี’ ‘ของแรง’ ที่สามารถแซงขึ้นไปนำบนถนนได้เหมือนกัน

    ดินแดนพระจันทร์เสี้ยวในยุโรปที่เต็มไปด้วยอารยธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติงดงาม รวมถึงมรดกโลก 10 แห่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลากหลายให้ไปเยี่ยมเยือนนั้นอาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงด้านยนตรกรรมนำหน้า แต่ขอบอกว่าเจ้ารถคันที่เราจะพูดถึงนั้น ‘จัดจ้าน’ และจะทำให้วงการรถแรงต้องสั่นสะเทือนแน่นอน

     เรากำลังพูดถึงริแมค ออโตโมบิล (Rimac Automobili) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติโครเอเชียที่ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 2009 และกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พวกเขาเปิดตัวไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าคันใหม่ในชื่อ ‘เนเวร่า’ (Nevera) และมันว้าวมากเลยทีเดียว

     โดยยนตรกรรมชิ้นเอกนี้ ถูกพัฒนาให้สมบูรณ์แบบมากขึ้นจากรถรุ่นก่อนหน้าในทุกมิติ จนกลายมาเป็น ‘ไฮเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในโลก’ 

     จุดเริ่มต้นความแรงของริแมค เนเวร่า เกิดขึ้นที่เมืองซาเกร็บ ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งโรงงานและสำนักงานใหญ่ของริแมค ออโตโมบิล โดยทีมผู้สร้างและวิศวกรตั้งใจออกแบบรถยนต์คันนี้ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของคนรักความเร็วจากทั่วทุกมุมโลก ก่อนลงมือพัฒนาคอนเซ็ปต์ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าอย่าง ‘ริแมค ซีทู (Rimac C Two)’ แบบยกเครื่องใหม่ทุกชิ้นส่วน จนกระทั่งกลายเป็นริแมค เนเวร่า ที่ทั้งหล่อเหลา มีสมรรถนะสูง และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีสนับสนุนการขับขี่สุดล้ำ

     เริ่มจากดีไซน์ภายนอก ริแมค เนเวร่ามาในรูปทรงปราดเปรียวและทรงพลังจากโครงสร้างแบบโมโนค็อก (Monocoque) โดดเด่นด้วยช่องลมขนาดใหญ่ ซึ่งถูกวางตำแหน่งเอาไว้ได้อย่างลงตัว ทั้งด้านหน้าและด้านข้างตัวรถ รวมถึงส่วนฝากระโปรง

     แต่นอกเหนือจากประโยชน์ในเรื่องความสวยงาม การปรับเปลี่ยนดีไซน์ครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบแอโรไดนามิกทำงานดีขึ้นถึง 34 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับรถรุ่นต้นแบบ โดยอุปกรณ์เสริมอย่างดิฟฟิวเซอร์ แผ่นปิดอากาศใต้ท้องรถ และสปอยเลอร์หลัง ทั้งหมดสามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าได้อย่างอิสระ 

     แต่ที่โดดเด่นและดึงดูดสายตามากไม่แพ้กัน คงหนีไม่พ้นประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ที่ช่วยเพิ่มความหล่อให้กับการเข้าออกรถได้หลายขุม รวมถึงล้ออัลลอยน้ำหนักเบาพิเศษ

     ด้านงานออกแบบภายในห้องโดยสาร ถูกสร้างให้เรียบง่ายแต่ทันสมัยและสะดวกสบายภายใต้คอนเซ็ปต์สไตล์มินิมัล มาพร้อมเบาะคนขับและเบาะผู้โดยสารที่ถูกแบ่งส่วนกันอย่างชัดเจนด้วยแผงคอนโซลขนาดใหญ่ รวมถึงจอแสดงผล 3 ตำแหน่ง ได้แก่จอแสดงผลสำหรับคนขับ จอแสดงผลในส่วนคอนโซลกลาง และจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสาร

     ด้านขุมพลังของริแมค เนเวร่า ไฮเปอร์คาร์คันนี้ พลังไฟฟ้าจากแบตเตอรีจะถูกส่งต่อไปยังมอเตอร์ 4 ตัว ซึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อทั้งหมด โดยมีกำลังสูงถึง 1,914 แรงม้า! และแรงบิด 2,360 นิวตันเมตร! 

     ทำให้ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าคันนี้ มีอัตราการเร่งจาก 0-60 ไมล์ ต่อชั่วโมง ในเวลาเพียง 1.85 วินาที (กระพริบตาสองที) สามารถวิ่งระยะควอเตอร์ไมล์ด้วยเวลา 8.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 258 ไมล์ ต่อชั่วโมง หรือ 412 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

     สำหรับแหล่งพลังงาน เนเวร่าติดตั้งแบตเตอรีที่ผลิตจากลิเธียมนิกเกิลแมงกานีสโคบอลต์ออกไซด์ (NMC) ขนาด 120 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ซึ่งสามารถให้พลังงานสูงถึง 1.4 เมกะวัตต์ ซึ่งในส่วนตำแหน่งของแบตเตอรี ถูกเลือกวางเอาไว้ตรงกลางตัวรถเพื่อช่วยกระจายน้ำหนักรถหน้า-หลังให้สมดุลกัน นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อนของแบตเตอรีที่ช่วยให้ส่งพลังงานไฟฟ้าได้มากและนานขึ้นกว่าเดิม โดยการชาร์จหนึ่งครั้ง สามารถขับได้ไกลถึง 550 กิโลเมตร และใช้เวลาชาร์จไฟจาก 0-80 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียง 19 นาทีเท่านั้น

     อีกหนึ่งระบบใหม่ที่น่าสนใจในรถคันนี้คือ Rimac’s All-Wheel Torque Vectoring 2 (R-AWTV 2) ซึ่งใส่เข้ามาแทนที่ระบบ Traction Control รุ่นก่อนหน้า โดยระบบ R-AWTV 2 จะเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน รวมถึงคำนวณแรงบิดที่จะส่งไปยังล้อทั้ง 4 อย่างสมดุลและแม่นยำ อีกทั้งยังมีโหมดรองรับการขับขี่มากถึง 6 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Sport Mode, Drift Mode, Comfort Mode, Range Mode, Track Mode และ Custom Mode

     ไฮเปอร์คาร์คันนี้ยังเสริมประสบการณ์ในการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยอีกหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นระบบสนับสนุนคนขับอัจฉริยะอย่าง Al Driving Coach ปัญญาประดิษฐ์ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว ที่จะค้นหาอัตราเร่ง จุดเบรก และองศาการหมุนพวงมาลัยอย่างเหมาะสม โดย Driving Coach จะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ทั้ง 12 ตัว กล้อง 13 ตัว และเรดาร์ 6 ตัว ก่อนคำนวณอย่างแม่นยำผ่านระบบปฏิบัติการ NVIDIA Pegasus อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในปี 2022

     นอกจากนี้ คนที่ครอบครองริแมค เนเวร่า ยังสามารถเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนเข้ากับรถได้ง่ายๆ ผ่านระบบ Rimac M2M และแอปพลิเคชั่น ซึ่งจะคอยเก็บข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง GPS ไปจนถึงสถานะของแบตเตอรีและข้อมูลในการชาร์จ โดยรองรับการใช้งานทั้งระบบ Android และ iOS นอกจากนี้ เจ้าของรถยังจะได้พบกับโปรแกรมแต่งรถส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เปิดโอกาสให้เลือกวัสดุสำหรับผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ตามต้องการ มีทั้งสไตล์ GT, Signature และ Timeless รวมถึง Bespoke สำหรับคนที่ต้องการออกแบบรถของตัวเองให้แตกต่างและมีเพียงคันเดียวในโลก

     สำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของ เช่นเคยครับ ไม่ใช่แค่มีเงินก็จะสามารถเป็นเจ้าของได้ เพราะริแมค ออโตโมบิล มีแผนจะผลิตริแมค เนเวร่าออกมาทั้งหมด 150 คัน โดยเตรียมเปิดให้สั่งจอง รวมถึงวางขายผ่านตัวแทนจำหน่ายของริแมคทั้ง 19 สาขา ซึ่งกระจายครอบคลุมตามหัวเมืองใหญ่ในทวีปยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งป่านนี้ก็ไม่แน่ใจครับว่า ยังโเหลืออยู่กี่คันให้จับจอง

     รอดูว่า ‘พายุ’ ลูกนี้จะขึ้นฝั่งบ้านเราหรือไม่CARS

GQ พาทัวร์ 4 ศูนย์ Mercedes-Benz ในกรุงเทพฯ พร้อมแนะนำรถหลายรุ่นที่คุณต้องโดน

โดย GQ Thailand

02 ธันวาคม 2564

สำหรับ EP.2 ของการทัวร์ศูนย์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ในกรุงเทพมหานคร ‘ส้วม’-สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์ GQ MAN 2019 พาเยี่ยมชมโชว์รูมศูนย์เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป (Benz BKK Group) ที่ถนนบางนา-ตราด กับดีไซน์ Co-working Space แบบครบครัน นอกจากนี้ยังพาไปสัมผัสยนตรกรรมสำหรับสายสปอร์ต Mercedes-AMG C 43 Coupe ที่มาพร้อมชุดแต่ง AMG แบบ Body Styling – สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของ Mercedes-AMG C 43 Coupe ศูนย์เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป เตรียมโปรโมชั่นจัดเต็ม ประกันชั้น 1 นานสูงสุดถึง 4 ปี พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันกับงาน Motor Expo 2021

ใน EP.3 นี้ ‘ส้วม’-สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์ GQ MAN 2019 ขอตอบโจทย์ผู้ชายสายลุยที่ยังคงต้องการหรูหราดูบ้าง กับการพารีวิวรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) รุ่น GLA ที่โชว์รูมเบนซ์พระราม 3 (Benz Praram 3) รถยนต์สไตล์ SUV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมดีไซน์คล่องตัว ภายในออกแบบทันสมัย 5 ที่นั่งสามารถเก็บสัมภาระได้ในขนาดที่เหมาะสม จะใช้เป็นรถครอบครัวก็ได้หรือใช้สำหรับแคมปิ้งในช่วงสุดสัปดาห์ก็เวิร์ก – Mercedes-Benz GLA พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้วที่โชว์รูมเบนซ์พระราม 3 ในเงื่อนไขเดียวกับงาน Motor Expo 2021 ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mercedes-Benz Protection นานถึง 3 ปี เพิ่มเติมกับบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท เมื่อทำสัญญากับ My Star

สำหรับ EP.4 นี้ ‘ส้วม’-สุขพัฒน์ โล่ห์วัชรินทร์ GQ MAN 2019 พาคุณบุกโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ชื่อดังย่านพัฒนาการกับโชว์รูม TTC Motor พร้อมนำเสนอรถยนต์ที่เหมาะกับวิถีชีวิตคนเมืองอย่างรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) รุ่น A200 AMG Dynamic ที่มาในดีไซน์เท่ สนุก ทันสมัยและโฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่ง AMG มาพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ 1.3 ลิตรเทอร์โบ ภายในโดดเด่นด้วยหน้าจอดิจิทัลแบบใหม่ที่เชื่อมตั้งแต่โซนคนขับถึงคอนโซลกลาง และระบบสั่งงานด้วยเสียง – สามารถมาแวะทดลองขับ Mercedes-Benz A200 AMG Dynamic ได้แล้วที่โชว์รูม TTC Motor ย่านพัฒนาการ หรือโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาพร้อมขอเสนอให้คุณเป็นเจ้าของเดียวกับงาน Motor Expo 2021

มีเงินซื้อได้ แต่ต้องรอ ม.ค.ปีหน้าถึงได้รถ

มาแล้ว กับสุดยอดรถซูเปอร์คาร์ อย่าง Pagani (พากานี) จากแดนอิตาลี ที่จะมาโลดแล่นบนถนนเมืองไทยแน่นอน ในต้นปีหน้า

“Pagani Huayra” กับค่าตัว 75 ล้านPagani Huayra

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า บริษัท นิช คาร์ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ อย่าง Lamborghini, Lotus , Hummer และ Mercedes Benz Lorinser จะกล้าหาญเปิดตัวสุดยอด ซูเปอร์คาร์ ชั้นยอดจากอิตาลีอย่าง Pagani Huayra (พากานี่ ฮูไอร่า) โดย นิชคาร์ นั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ พากานี่ มาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว 

ชื่อของ พากานี อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหู สำหรับคอรถยนต์เมืองไทยมากนัก แต่หากเป็นคอรถซูเปอร์คาร์ ตัวกลั่นๆ แล้วชื่อของ พากานี่ ย่อมเป็นที่รู้จัก และถวิลหา อย่างแน่นอน

ล่าสุด Pagani เปิดตัว Huayra (ฮูเอร่า) ออกสู่ตลาดโลกไปได้ไม่นาน และถึงตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าคนใดในโลกนี้ที่มีโอกาสได้ครอบครองรถยนต์รุ่นนี้ เพราะรถคันแรกที่จะถูกส่งไปถึงมือลูกค้าคือเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้

หากพูดถึงที่มา ของรุ่น Huayra นั้นเริ่มมาจาก ตำนานอันแสนนานของ ชนเผ่าอินเดียนแดง ที่ชื่อ ชนเผ่าไอยมารา Aymara ในเทือกเขาแอนทิส

“Pagani Huayra” กับค่าตัว 75 ล้าน

Huayra ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันซึ่ง Pagani ใช้เวลาการออกแบบเพียงอย่างเดียวนานถึง 5 ปี และหมดไปกับการสร้างรถต้นแบบมากถึง 8 แบบ จนกว่าจะออกมาเป็น Huayra คันจริงที่สมบูรณ์แบบ

Pagani Huayra มาในรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และยังคงสืบทอดพันธุกรรมแห่งสายพันธ์ซูเปอร์คาร์จากรุ่นก่อน Pagani Zonda R ที่ได้ฝากมรดกด้วยเอกลักษณ์ไฟแอลอีดีข้างละ 2 ดวง พร้อมกับระบบไฟส่องสว่างเพื่อวิ่งเวลากลางวัน (Daytime Running) โดยติดตั้งอยู่บริเวณเส้นขอบกันชนชายมุมด้านหน้าของตัวรถซ้าย –ขวา

“Pagani Huayra” กับค่าตัว 75 ล้านภายในสุดหรู

ด้านกันชนท้ายถูกออกแบบได้โดดเด่นตามสไตล์ Pagani ด้วยซุ้มท่อไอเสียกลางที่ประกอบด้วยท่อไอเสียขนาดใหญ่ 4 ท่อพร้อมที่จะคำรามพละกำลังให้โลกซุเปอร์คาร์ได้รับรู้ ขณะที่ชายกันชนด้านล่างได้ติดตั้งแผงรีดอากาศภายใต้ห้องเครื่องได้ดุดัน, แนบสนิทและเสริมให้รถมีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น

ตัวถังของ Huayra เป็นแบบโมโนค็อกชิ้นเดียว โดยใช้วัสดุคาร์บอนไทเทเนียมผลิต ซึ่งให้ทั้งความแข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักเบา ทำให้เป็นรถที่มีน้ำหนักเพียง 1,350 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน

ที่สำคัญ Huayra ยังคงเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบประตูห้องโดยสารแบบปีกนก ที่สามารถเปิดประตูและหลังคาได้เกือบสุดแนวกึ่งกลางหลังคา โดยประตูปีกนกนี้พื้นที่มากกว่าครึ่งของพื้นที่ห้องโดยสาร ตัวประตูถูกออกแบบให้เป็นกระจกทั้งในส่วนของหน้าต่างและหลังคา ซึ่งการออกแบบดังกล่าวต้องใช้เทคนิคในการติดตั้งพิเศษเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีรถคันไหนในโลกที่ทำได้

“Pagani Huayra” กับค่าตัว 75 ล้าน

Pagani Huayra วางเครื่องยนต์เทอร์โบ V12 ขนาด 5,980 ซีซี ของเมอร์เซเดส – เอเอ็มจี (รหัส M158) ที่ให้แรงม้ามากถึง 700 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลถึง 1,000 นิวตันเมตร ผ่านการทำงานด้วยเทอร์โบที่ถูกพัฒนาทางเทคนิคให้เป็นไปตามมาตรฐานเชิงคุณภาพและความต้องการของ Pagani จึงทำให้ Huayra มีบุคลิกเฉพาะที่ไม่เหมือนใครในโลกของรถแกรนด์ทัวร์ริ่ง

วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการใหญ่ นิชคาร์ บอกว่า ตั้งราคา Pagani Huayra ไว้คร่าวๆที่ คันละ 75 ล้านบาท โดยลูกค้าจะได้รับรถประมาณเดือน มกราคา 2556 หรือ อีก 1 ปี

จะขายได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มียอดจองแล้ว 3 คัน!!

Previous Post

T0110016 การได วหน างานท เจ านายด อโชคด ของการทำงาน part 2

Next Post

T0110017 บปลาสองม ผลจะเป นย งไง กคนน าจะร part 2

Next Post
T0110017 บปลาสองม ผลจะเป นย งไง กคนน าจะร part 2

T0110017 บปลาสองม ผลจะเป นย งไง กคนน าจะร part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.