MG เตรียมพร้อมเปิดตัว New MG IM6
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายรถยนต์ MG (เอมจี) ในประเทศไทย เผยหนึ่งในโมเดลเรือธงจากเครือ SAIC Motor Corpo ration อย่าง IM6 (ไอเอม 6) ที่พร้อมเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการยานยนต์ไทย หลังจากปรากฏตัวอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดกับเวอร์ชันพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยในงาน Motor Expo 2024 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ล่าสุด IM6 พร้อมแล้วที่จะขยายตลาดสู่ระดับสากล โดยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศแรกต่อจากประเทศจีนที่เปิดตัวรุ่นนี้ภายใต้ชื่อ “New MG IM6″ ซึ่งเป็น E-SUV อัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ
MG เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไทย เตรียมนำ New MG IM6 ซึ่งเป็นยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมในเครือ SAIC Motor Corporation ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีนเข้าสู่ตลาดยานยนต์ไทย โดย IM6 เป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ด้วยการผสานนวัตกรรมขั้นสูงเข้ากับงานออกแบบที่เหนือระดับ โดย IM6 ยังชูจุดเด่นในการเป็นยนตรกรรมอีวีระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความหรูหรา เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัยสำหรับผู้ใช้งาน

ความเชื่อมโยงระหว่าง MG และ IM6
IM6 ถือเป็นยานยนต์ที่เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ร่วมกันของบริษัทยักษ์ใหญ่ 3 ราย ได้แก่ SAIC Motor Corporation ผู้ถือหุ้นใหญ่ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ MG, Zhangjiang Hi-Tech และ Alibaba Group การผนึกกำลังครั้งนี้รวมความเชี่ยวชาญจากหลากหลายด้าน ทั้งประสบการณ์การผลิตรถยนต์อันยาวนานของ SAIC Motor Corporation เทคโนโลยีขั้นสูงจาก Zhangjiang Hi-Tech และความเป็นผู้นำด้านดิจิทอลของ Alibaba Group นับเป็นก้าวใหม่สู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (Electrification) และเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Intelligent Technologies) ด้วยเหตุนี้ IM6 จึงถือกำเนิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Intelligence in Motion” โดยมุ่งมั่นที่จะไม่เพียงสร้างสรรค์ยานยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังตั้งเป้าปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย โดยวางรากฐานการพัฒนาบนเสาหลัก 3 ประการ ได้แก่
Intelligent Driving Experience-เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือชั้น ด้วยการผสานระบบควบคุมการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงเข้ากับระบบช่วงล่างดิจิทอลที่สามารถปรับตัวได้ตามสภาพถนน ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเหมือนกำลังควบคุมรถสมรรถนะสูง ไม่ว่าจะขับขี่ในเส้นทางใดก็มั่นใจได้ในสมรรถนะ และความปลอดภัย
Futuristic Safety Technology-เทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบให้ฉลาดล้ำยุค ด้วยระบบ AI ที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้ขับขี่ พร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์รอบคัน เพื่อคาดการณ์ และสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน
Advanced Electrification-นำเสนอนวัตกรรมขั้นสูงด้านพลังงานไฟฟ้า เริ่มจากพแลทฟอร์มไฟฟ้า 800V ที่ชาร์จได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์พลังสูงที่ให้อัตราเร่งระดับซูเปอร์คาร์ พร้อมแบทเตอรีรุ่นใหม่ และระบบระบายอากาศรุ่นล่าสุดที่มีความปลอดภัยสูง และอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้ ผู้ขับขี่มั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
นอกจากดีไซจ์นรถยนต์ที่ล้ำสมัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยความอัจฉริยะแล้วนั้น IM6 ยังสะท้อนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผ่านโลโก้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หน้ารถ โดยนำตัวอักษร “IM” มาเปลี่ยนเป็นเลขฐานสอง (Binary Code) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทอล สะท้อนปรัชญาการออกแบบได้อย่างลงตัว
นอกจากยนตรกรรมที่เป็นที่น่าจับตามองแล้ว IM6 ยังสามารถคว้ารางวัลมากมายในอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ว่าจะเป็น รางวัล Red Dot Design Award ปี 2021 และ 2024 ประเทศเยอรมนี จากระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ IM OS สาขา Brand & Communication Design และรางวัล Product Design Award จาก IM6 ตามลำดับซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศในศาสตร์แห่งการออกแบบ สะ ท้อนความหรูหรา และตอกย้ำความมั่นใจในระบบความปลอดภัย ด้วยการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก C-NCAP (China-New Car Assessment Programme) อีกด้วย
ความสำเร็จของ IM6 ที่เดบิวท์ในตลาดจีน
IM6 ปรากฏตัวครั้งแรกในงาน Geneva Motor Show 2024 โดยเป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์อัจฉริยะที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของชาวเมืองด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซจ์นที่ผสานความสง่างาม และทรงพลัง โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชน และผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ จากทั่วทุกมุมโลก พิสูจน์ได้จากยอดจองที่พุ่งสูงทะลุ 6,000 คันในช่วงเวลาเพียง 12 ชั่วโมงแรกของการเปิดจอง

นับเป็นความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายน คศ. 2024 ยอดขายสะสมได้พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 61,450 คัน ครองสัดส่วนถึง 57 % ของยอดขายทั้งหมดของแบรนด์ ตัวเลขความสำเร็จอันน่าประทับใจนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงของผู้บริโภคที่มีต่อรถ E-SUV ไฟฟ้าขนาดกลางถึงใหญ่รุ่นนี้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจุดเด่นสำคัญหลายประการที่ได้รับการกล่าวถึงของยนตรกรรมรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่ผสานความหรูหรา และความทันสมัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ ระบบขับขี่อัจฉริยะที่ใช้งานง่าย และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ นั่นคือ ระยะเวลาการชาร์จไฟที่รองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุดถึง 396 กิโลวัตต์
เตรียมพร้อมบุกตลาดไทยด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยภายใต้ชื่อ “New MG IM6”
ในฐานะที่ MG เป็นผู้บุกเบิกในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย MG จึงตัดสินใจนำยนตรกรรมรุ่นเรือธง IM6 เข้ามาทำเปิดตลาดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “New MG IM6” เพื่อยกระดับตลาดรถ ยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทยเทียบชั้นอุตสาหกรรมยานยนต์โลก
การเปิดตัว New MG IM6 อย่างเป็นทางการในประเทศไทยจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ และ MG พร้อมจะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้บริโภคชาวไทยให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ล้ำสมัยระดับโลก พร้อมตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างครบครัน
Lamborghini เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรก ปี 2565
26 Nov 2022

Automobili Lamborghini พุ่งทะยานสู่การเติบโตที่รวดเร็วยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 สูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี พร้อมกันนี้ บริษัท ซูเปอร์คาร์แห่ง ซาน ตากาตา ยังได้กล่าวอำลาต่อเครื่องยนต์สันดาปแบบ “บริสุทธิ์” รุ่น V12 เพื่อให้สอดคล้องตามแผนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในปีหน้า และมุ่งสู่การผลิตรถยนต์กลุ่มไฮบริดทั้งหมดภายในปี 2024 สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Automobili Lamborghini กล่าวว่า ผลประกอบการตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่าบริษัทส่งมอบรถยนต์จำนวน 7,430 คัน (+8 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2021) โดยทั้ง 3 ภูมิภาคหลักทั้งอเมริกา เอเชียแปซิฟิค รวมถึงกลุ่มภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา มีการเติบโตตามสัดส่วนที่คาดการณ์ไว้ โดยกลุ่มตลาดอ้างอิงยังคงประ กอบด้วยสหรัฐฯ (+8 %) ตามมาด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ (+5 %) เยอรมนี (+16 %) สหราชอาณาจักร (+20 %) และญี่ปุ่น (+26 %) โดยผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกสูงถึง 193 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 30.1 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2021 ผลกำไรจากการดำเนินงานยังแสดงว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นที่ 68.5 % อยู่ที่ 570 ล้านยูโร โดยมีผลตอบแทนจากการขาย (ROS) เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 29.6 % จาก 22.8 % ของช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งผลกำไรที่เพิ่มขึ้นนี้เกิดจากยอดจำหน่ายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งการเติบโตของรายรับต่อคันโดยเฉลี่ย (ซึ่งมาจากอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมในรถยนต์และรายการปรับแต่งรถยนต์เฉพาะบุคคล Ad Personam ที่เพิ่มสูงขึ้น) และแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ดี โดยอัตราการเติบโตที่มั่นคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Lamborghini ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้รับคำสั่งซื้อต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2024 ซึ่งทำ ให้เราสามารถดำเนินงานไปได้อย่างมั่นใจ และพร้อมรับความท้าทายที่รอคอยเราอยู่ในอนาคต อาทิ ก้าวแรกสู่เครื่องยนต์ไฮบริดตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป เปาโล โพมา กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน Automobili Lamborghini กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีความผันผวนอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งบริษัทของเราก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวที่ฉับไวผ่านการเติบโตทั้งในธุรกิจหลัก และตัวชี้วัดทางการเงินทั้งหมด โดยเราคาดว่าจะสามารถปิดปีการเงินนี้ได้ดีกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ทุกรุ่น รถยนต์ในตระกูล Huracan มีการเติบโตมากกว่าด้วยจำนวนการส่งมอบทั่วโลกมากถึง 2,378 คัน เพิ่มขึ้น 11 % เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกัน รถยนต์ตระ กูล Urus ก็มียอดการส่งมอบสูงถึง 4,834 คัน ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน (+7 %) ซึ่งถือเป็นการส่งมอบรถยนต์ประเภทซูเพอร์เอสยูวีในระยะเวลา 9 เดือนแรกของปีที่มีจำนวนมากที่สุดของบริษัท นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 สำหรับเครื่องยนต์ V12 ในตระกูล Aventador ก็ได้ปิดรอบการผลิตเป็นที่เรียบร้อย โดย Lamborghini ต้องอำลาต่อ Aventador รุ่นสุดท้ายเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ท่ามกลางความตื้นตันของบรรดาผู้ที่เคยปฏิบัติงานในสายการผลิตนี้มาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่ง Aventador ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในฐานะรถยนต์ระดับ Iconic รุ่นหนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์ของ Lamborghini ในปี 2022 บริษัทมีโครงการริเริ่มใหม่ขึ้นมากมาย สืบเนื่องจากการเฉลิมฉลองเครื่องยนต์สันดาปภายในเมื่อปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การเริ่มส่งมอบ Huracan STO ตามมาด้วยการเปิดตัว Huracan Tecnica ไปจนถึงการนำเสนอการปรับโฉมของ Urus ในรุ่น Urus S และ Urus Performante ที่ได้รับการพิสูจน์สมรรถนะด้วยการทำลายสถิติการขับขี่ของรถยนต์ประเภทเอสยูวีบนเส้นทางทดสอบสุดหฤโหดอันเลื่องชื่อที่ Pikes Peak สหรัฐฯ การอำลาเครื่องยนต์สันดาปครั้งสุดท้ายจะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ที่นิทรรศการ Art Basel ไมอามี สหรัฐฯ โดยจะมีการจัดแสดงรถยนต์สุดแกร่งตระกูล Huracan ซึ่งได้ถือกำเนิดมาเพื่อมอบความประทับใจ และสร้างสรรค์รถ ยนต์กลุ่มใหม่ให้แก่โลกซูเพอร์สปอร์ท


