• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T2909116 เส ยสละให องเร ยนต แต องกล บทำแบบน บพ

admin79 by admin79
September 29, 2025
in Uncategorized
0
T2909116 เส ยสละให องเร ยนต แต องกล บทำแบบน บพ

Aston Martin DB12 ซูเปอร์ทัวเรอร์คันแรกของโลก ขุมพลัง V8 รีดม้าได้ถึง 671 ตัว

Aston Martin DB12 MY2024 ซูเปอร์ทัวเรอร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ด้วยเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร ที่ผลิตโดย Mercedes เค้นกำลังได้มากถึง 671 แรงม้า เร่ง 0 – 100 กม./ชม. ในเวลา 3.6 วินาที

Aston Martin DB12

Aston Martin แบรนด์รถหรูแรงจากเกาะอังกฤษ ได้เปิดตัว New Aston Martin DB12 ซูเปอร์ทัวเรอร์ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ที่ได้รับการอัปเกรดจาก DB11 โฉมปัจจุบัน ในทุกด้านทั้งรูปลักษณ์ และพละกำลัง โดยทางผู้ผลิตเผยว่า New Aston Martin DB12 ตัวใหม่คันนี้ เป็นซูเปอร์ทัวเรอร์คันแรกของโลกที่สมบูรณ์แบบที่สุด ในประวัติศาสตร์ของทางแอสตันมาร์ติน โดยมากับขุมพลังขุมพลัง V8 ที่ให้กำลังมากถึง 671 แรงม้า เร่ง 0 – 100 กม./ชม. เพียง 3.6 วินาที 

Aston Martin DB12

Aston Martin DB เป็นรถตระกูล Grand Tourer สำหรับรหัส DB นั้นถูกนำมาใช้ครั้งแรกในรุ่น DB2 ที่เปิดตัวในปี 1950 

New Aston Martin DB12

สำหรับ New Aston Martin DB12 นั้นได้รับการออกแบบมาเพื่อฉลองครบรอบ 110 ปี ของแบรนด์รถยนต์หรูสัญชาติอังกฤษ โดยพื้นฐานของตัวรถนั้นถูกสร้างขึ้นจาก DB11 ในรุ่นปี 2016 งานออกแบบเน้นความโฉบเฉี่ยวมาและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

Aston Martin DB12
Aston Martin DB12

ด้านหน้าจะมากับกระจังหน้าที่ปรับให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED แบบใหม่ มาพร้อมกับกันชนหน้าออกแบบให้รับกับสปลิตเตอร์ที่ปรับดีไซน์ใหม่ นอกจากนั้นในส่วนฝากระโปรงหน้า และตราโลโก้ Aston Martin ก็ได้รับการดีไซน์ใหม่  

Aston Martin DB12
Aston Martin DB12
Aston Martin DB12

ด้านข้างยังดีเทลเหมือกับในรุ่น DB11 แต่ปรับเปลี่ยนในส่วรนกระจกมองข้างที่ออกแบบให้เล็ก และบางลง มาพร้อมมือเปิดประตูแบบราบเรียบไปกับตัวรถ เสริมด้วยล้อดีไซน์โฉบเฉี่ยวสีน้ำตาลไหม้ขนาด 21 นิ้ว ที่เบากว่า DB11 เดิมถึง 8 กก. รัดด้วยยาง Michelin Pilot 5s ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเฉพาะรุ่นซึ่งมีโฟมโพลียูรีเทนป้องกันเสียงรบกวน ช่วยลดเสียงยางเข้าสู่ห้องโดยสารลง 20% ขณะที่ด้านท้ายมากับชุดไฟท้ายแบบ C-Shape

Aston Martin DB12
Aston Martin DB12

ภายในห้องโดยสารก็ยังคงรายละอียดที่เป็นเอกลักษณ์ของทาง Aston Martin แต่ในส่วนแผงคอนโซลหน้าได้รับติดตั้งจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 10.25 นิ้ว ใหม่ล่าสุด รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay รวมถึงการเชื่อมต่อ 4G ระบบสั่งงานด้วยเสียง และรองรับการอัพเดทผ่านระบบ Over the Air 

Aston Martin DB12
Aston Martin DB12

นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับจอเรือนไมล์ดิจิทัล, สวิตช์เกียร์ใหม่, แป้นควบคุมแบบหมุนดีไซน์ใหม่ และวัสดุตกแต่งภายในใหม่ที่สามารถเลือกได้ทั้งในแบบวัสดุลายไม้, อะลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่ภายในห้องโดยสารทั้งตัวเบาะที่นั่ง แผงประตู และส่วนต่าง ๆ ถูกหุ้ทด้วยหนัง Alcantara สีน้ำตาล-ส้ม 

Aston Martin DB12

อีกทั้งยังได้รับชุดเครื่องเสียงพรีเมี่ยมพร้อมลำโพง 11 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน หรือจะเปลี่ยนเป็นชุดเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่งจาก Bowers & Wilkins รวมถึงเบาะที่นั่งจะมีทั้งแบบ Sports Plus และ Carbon Fiber Performance ให้เป็นตัวเลือก 

Aston Martin DB12
Aston Martin DB12
Aston Martin DB12

ส่วนขุมพลังใต้ฝากระโปรงหน้าของ New Aston Martin DB12 จะได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ จาก Mercedes ที่ได้รับการปรับเซทใหม่ รีดกำลังแรงม้าได้มากถึง 671 แรงม้า  แรงบิด 800 นิวตันเมตร ส่งต่อกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดถึง 325 กม./ชม.

Aston Martin DB12
Aston Martin DB12

อีกทั้งเพื่อรองรับพละกำลังที่แรง และเร็วมากขึ้นทาง Aston Martin ก็ปรับในส่วนระบบช่วงล่างใหม่ด้วยการปรับแชสซีให้มีความแข็งแรงขึ้น 7% ด้วยการปรับเปลี่ยนคานขวางเครื่องยนต์ รวมถึงถาดรองด้านหน้า และด้านหลังใหม่ รวมถึงคานขวางด้านหน้า และแผ่นกั้นด้านหลัง

Aston Martin DB12

นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิปที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่สภาพตามถนนจริง และสามารถเลือกปรับเองได้ถึง 3 รูปแบบได้แก่ โหมด GT, Sport และ Sport+ ขณะที่ชุดเบรกจะเป็นแบบดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิกน้ำหนักเบา ที่ช่วยลดน้ำหนักตัวลดได้ถึง 27 กก. 

Aston Martin DB12

สำหรับราคาอย่างเป็นทางการของ New Aston Martin DB12 จะถูกเปิดเผยอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2023 นี้

Aston Martin DBX ซูเปอร์คาร์ในร่างSUV

เผยแพร่: 11 ก.ค. 2564 21:33   ปรับปรุง: 11 ก.ค. 2564 21:33   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

3,423

แอสตัน มาร์ติน หนึ่งในแบรนด์หรูหราสัญชาติอังกฤษที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันในการสร้างรถสปอร์ต โดยเฉพาะในส่วนของดีไซน์ที่มักจะได้รับคำชื่นชมและรางวัลด้านการออกแบบที่สวยสดงดงามอยู่เสมอ

ด้วยสภาพตลาดและความนิยมของผู้ใช้งานในปัจจุบันทำให้แอสตัน มาร์ติน ขยับขยายการสร้างสรรค์ผลงานจากรถสปอร์ตเพียงอย่างเดียว หันมาเจาะตลาดเอสยูวี ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น DBX กับการทุ่มเทเวลาวิจัยและพัฒนานานกว่า 5 ปี รวมถึงทุ่มทุนสร้างโรงงานประกอบแห่งใหม่เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น

สำหรับ แอสตัน มาร์ตินในประเทศไทยอยู่ภายใต้การดูแลของ แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ในเครือของ MGC-ASIA ซึ่งได้เปิดตัว DBX ด้วยราคาเริ่มต้น 19,900,000 บาท พร้อมให้ทดลองขับอย่างเป็นทางการเรียบร้อย ทีมงานเอ็มจีอาร์ มอเตอริ่ง ไม่พลาดการนำเสนอ

ad

ซูเปอร์คาร์ในร่างSUV

แนวคิดหลักของการสร้าง DBX ของทีมงานแอสตัน มาร์ติน คือ การสร้างรถสปอร์ตระดับซูเปอร์คาร์บนพื้นฐานของการเป็นรถอเนกประสงค์แบบเอสยูวี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทีมงานตั้งทำขึ้นคือ โครงสร้างตัวถัง เพราะนี่คือหัวใจของการขับขี่ โดยเป็นโครงสร้างแบบใหม่สร้างขึ้นมาเฉพาะรุ่น DBX เท่านั้น ทำจากอะลูมิเนียมเพื่อให้มีน้ำหนักเบาและแข็งแรง รวมๆ แล้ว DBX มีน้ำหนักเพียง 2,245 กิโลกรัม ถือว่าพอๆ กับรถซีดานระดับหรูทั่วไป

ส่วนการออกแบบภายนอกยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์เอาไว้ ด้านหน้าใช้แนวทางของรุ่น DB5 รถสปอร์ตระดับตำนานของแบรนด์ มีช่องดักลมให้ทะลุผ่านซุ้มล้อ และฝากระโปรงหน้าเพื่อช่วยสร้างแรงกดอากาศ ขณะที่ด้านท้ายมีรูปทรงเหมือนตูดเป็ดตามสไตล์ของแวนเทจ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของอากาศพลศาสตร์

หัวใจบรรจุเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ตัวแรงรหัส M177 จาก Mercedes-AMG เช่นเดียวกับรถรุ่นอื่นๆ ของแอสตัน มาร์ติน แต่ทว่าเครื่องยนต์ที่ประจำการใน DBX ได้รับการปรับแต่งให้มีกำลังมากที่สุดด้วยพิกัด 550 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร

ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่แอสตัน มาร์ตินภาคภูมิใจนำเสนอ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่า สุดที่พวกเขาคิดค้นขึ้นทำงานผ่านการควบคุมด้วย อิเล็กทรอนิกส์ในชื่อ eDiff ที่สามารถกระจายแรงบิดของล้อหลังได้อย่างอิสระและแม่นยำ

ด้านการออกแบบภายใน เน้นในเรื่องของความประณีตและการใช้วัสดุคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นหนังหรือปุ่มต่างๆ ส่วนการออกแบบ ยอมรับว่าคล้ายกับรุ่น DBS แต่จะแตกต่างในส่วนของช่องแอร์และปุ่มปรับเกียร์ที่ย้ายมาอยู่ทางด้านบนสุด คอนโซลกลางติดตั้งชุดควบคุมการปรับค่าแสดงผลต่างๆ ผ่านจอขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple Carplay พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา และไฟในห้องโดยสารปรับได้ 64 เฉดสี คงไม่ต้องบอกว่าเป็นออพชันเดียวกับรถยี่ห้ออะไร

ช่วงล่างเทพ หนึบ สนุก

การขับขี่ในคราวนี้ออกตัวก่อนว่า เป็นการขับที่สั้นเกินกว่าจะได้ทราบถึงสมรรถนะแบบแท้จริง เนื่องจากรถยนต์ลักษณะเช่นนี้ เหมาะกับการวิ่งทางยาวเพื่อการเดินทางไกลเป็นสำคัญ การขับเพียงสั้นจะพอได้เพียงความรู้สึกเบื้องต้นเท่านั้น แต่อาจจะเพียงพอสำหรับการตัดสินใจของลูกค้าที่มีธงอยู่ในใจแล้ว

เริ่มต้นด้วยการออกตัวจากโชว์รูมแบบกดมิดคันเร่งตัวรถตอบสนองอย่างทันใจไม่แตกต่างจากการขับซูเปอร์คาร์เท่าใดนัก ยิ่งเมื่อหันไปดูสเปคตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เคลมไว้ที่ 4.5 วินาที ทำได้อย่างที่กล่าวไว้แน่นอน ส่วนความเร็วสูงสุด 291 กม./ชม. เราคงไม่มีพื้นที่ในการลองขับได้ขนาดนั้น

สิ่งที่ทำให้ประทับใจผู้เขียนมากที่สุดคือ ระบบช่วงล่างสามารถดูดซับแรงสะเทือนจากหลุมของถนนที่เกิดจากการก่อสร้าง ขับรูดผ่านได้อย่างสบายๆ เรียกว่าเป็นรถที่เหมาะกับการลุยได้อย่างไม่น่าห่วง ตอบขอบคุณการออกแบบระบบช่วงล่างแบบถุงลม Adaptive Triple Air Suspension ซึ่งมาพร้อมกับระบบ eARC ที่ใช้เทคโนโลยี 48 โวลต์ในการควบคุมสั่งการ

การเลือกใช้ระบบช่วงล่างแบบถุงลม ข้อดีนอกจากความสบาย ยังมีในส่วนของการปรับระดับความแข็งและความสูงของตัวรถที่สามารถปรับให้ลดลงได้ถึง 55 มิลลิเมตร (ปรับอัตโนมัติเมื่อขับตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น) และปรับสูงขึ้นได้ 45 มิลลิเมตร ช่วยให้สามารถลุยน้ำลึกได้ 500 มิลลิเมตร โดยไม่เกิดความเสียหายแต่ประการใด

การบังคับควบคุมรถค่อนข้างคล่องตัว แม้ตัวรถจะดูมีขนาดใหญ่ น้ำหนักพวงมาลัยเบามือเมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ และจะหนักมือเมื่อขับด้วยความเร็วสูง โดยมีระยะฟรีแบบพอรู้สึกได้ เข้าโค้งแม่นยำ ความเร็วที่ขับส่วนใหญ่จะอยู่ราว 100-120 กม./ชม. รถทรงตัวหนึบดีมาก จังหวะเร่งแซง DBX พุ่งดีมากให้ความรู้สึกไม่ต่างจากซูเปอร์คาร์ระดับ 20 กว่าล้านบาท โดยเฉพาะเมื่อปรับเข้าโหมด S+ รอบเครื่องยนต์ขึ้นมารอพร้อมเสียงคำรามจากท่อไอเสีย

ความเร็วสูงสุดที่เราทดลองขับอาจจะไม่มาก แต่เพียงพอที่จะสรุปแบบมั่นใจได้ว่า แม้จะขับด้วยความเร็วสูง ตัวรถยังคงนิ่ง เกาะถนนแบบหนึบแน่น ไร้อาการลอย การทรงตัวยอดเยี่ยม เรียกว่าเป็นรถที่สมดุลดี ช่วงล่างหนึบและแรงเหมือนกำลังขับขี่รถสปอร์ตระดับซูเปอร์คาร์ โดยแตกต่างเพียงรูปร่างภายนอก

ทั้งนี้ไม่ว่ารถจะแรงขนาดไหนระบบเบรกจะถูกออกแบบให้หยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเบรกของ DBX จัดอยู่ในระดับอลังการเบรกหน้า 6 พ็อตและเบรกหลังแบบพ็อตเดียวแต่เป็นขนาดใหญ่ที่สุดของรถยนต์ที่ใช้พอร์ตเดียว ส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันยอมรับว่า ไม่ได้สังเกตุเพราะจิตใจจดจ่ออยู่กับการจับความรู้สึกของการขับขี่และด้วยระยะทางการขับที่สั้นเพียงไม่กี่กิโลเมตรทำให้ไม่สามารถใช้ตัวเลขมานำเสนอได้

เหมาะกับใคร

หากมองไปที่คู่แข่งโดยตรงอย่าง ลัมโบร์กินี่ อูรูส และ โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ที่โดดเด่นไปคนละด้าน เปรียบให้เข้าใจง่ายๆ แอสตัน มาร์ติน คือจุดสมดุลระหว่างความแรงและความสบายของทั้งสองคู่แข่ง ตอบโจทย์คนที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ที่มีความแรงแบบซูเปอร์คาร์แต่ทว่าใช้งานได้ทุกวัน

Previous Post

T2909115 แต งงานใหม งท เม ยต วเองท องอย

Next Post

T2909117 เอาผ กเป นค าเส ยหายท ชนรถค ณได ไหมคร บ!!!

Next Post
T2909117 เอาผ กเป นค าเส ยหายท ชนรถค ณได ไหมคร บ!!!

T2909117 เอาผ กเป นค าเส ยหายท ชนรถค ณได ไหมคร บ!!!

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.