- Yangwang U9 Xtreme ทำความเร็วสูงสุดได้ 496.22 กม./ชม. กลายเป็นรถยนต์จากสายการผลิต (Production Car) ที่เร็วที่สุดในโลก แซงหน้าสถิติเดิมของ Bugatti Chiron Super Sport 300+
- Yangwang U9 Xtreme มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ 4 ตัวเกือบ 3,000 แรงม้า ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม 1,200V, ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-X และแบตเตอรี่ Blade Battery เกรดสนามแข่ง ทำให้รถมีสมรรถนะสูงทั้งทางตรงและในสนามแข่ง
- ความสำเร็จของ Yangwang U9 Xtreme เป็นการประกาศศักยภาพของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ที่สามารถก้าวขึ้นมาท้าชิงความเป็นผู้นำในตลาดไฮเปอร์คาร์ ซึ่งเคยถูกครอบครองโดยแบรนด์จากยุโรปมาโดยตลอด
Yangwang U9 Xtreme ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจาก BYD เทคโนโลยียานยนต์จากจีน ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยความเร็วสูงสุด 496.22 กม./ชม. แซงหน้า Bugatti ทำลายสถิติสนาม Nürburgring
BYD สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการไฮเปอร์คาร์ระดับโลกอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Yangwang U9 Xtreme ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่เน้นการใช้งานในสนามแข่ง
ซึ่งได้ทุบสถิติความเร็วสูงสุดของรถยนต์ประเภทโปรดักชันที่เคยบันทึกไว้ ด้วยตัวเลขอย่างเป็นทางการที่ 496.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (308.4 ไมล์ต่อชั่วโมง) ไม่เพียงเท่านั้น ยังสร้างสถิติใหม่ในสนามระดับตำนานอย่าง Nürburgring Nordschleife อีกด้วย
CREDIT : carnewschina
ในการทดสอบที่สนาม Automotive Testing Papenburg (ATP) ในประเทศเยอรมนี เมื่อเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา Yangwang U9 Xtreme ได้ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุด ทำความเร็วได้เหนือกว่าสถิติเดิมของ Bugatti Chiron Super Sport 300+ ที่เคยทำไว้ 490.5 กม./ชม. อย่างไม่เป็นทางการในปี 2019
https://youtube.com/watch?v=SGisz5gLShg%3Fenablejsapi%3D1%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.springnews.co.th
การประกาศครั้งนี้ทำให้ U9 Xtreme กลายเป็นรถยนต์จากสายการผลิตที่เร็วที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำว่ายุคของไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าได้มาถึงอย่างเต็มตัว
ก่อนหน้านี้ Yangwang U9 รุ่นมาตรฐานได้สร้างสถิติเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วที่สุดในจีนด้วยความเร็ว 472.41 กม./ชม. มาแล้ว แต่การมาของรุ่น Xtreme คือการยกระดับสมรรถนะขึ้นไปอีกขั้นเพื่อท้าชิงความเป็นหนึ่งในเวทีโลกโดยเฉพาะ
นอกเหนือจากความเร็วทางตรงแล้ว U9 Xtreme ยังพิสูจน์ความเหนือชั้นในสนามแข่งสุดโหดอย่าง Nürburgring Nordschleife ด้วยการทำเวลาต่อรอบได้เพียง 6:59.157 นาที
ทำลายสถิติเดิมของรถยนต์ไฟฟ้าที่ Xiaomi SU7 Ultra เคยทำไว้ที่ 7:04.957 นาที แสดงให้เห็นถึงความสมดุลอันยอดเยี่ยมทั้งในด้านพละกำลัง แอโรไดนามิก และเทคโนโลยีการควบคุมตัวรถ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
- BYD Seagull ผลิตไปแล้ว 1 ล้านคัน จ่อเปิดตัวรุ่นใหม่ วิ่งได้ไกลขึ้น03 Jul 2025
- Ford ลงทุน 2,000 ล้าน ทิ้งสายพาน ปั้น Assembly Tree สู้ศึก EV จีน19 Aug 2025
- Samsung SDI ผงาด โชว์ขุมพลัง Lucid Air ทุบสถิติโลก 1,205 กม. ต่อชาร์จ10 Aug 2025
CREDIT : BYD
หัวใจของ Yangwang U9 Xtreme คือเทคโนโลยี e⁴ Platform ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอิสระ 4 ตัว ทำงานบนสถาปัตยกรรม 1,200V Silicon Carbide สร้างพละกำลังรวมมหาศาลถึง 2,220 กิโลวัตต์ หรือเกือบ 3,000 แรงม้า พร้อมระบบ Torque Vectoring ที่ปรับการส่งกำลังไปยังล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระมากกว่า 100 ครั้งต่อวินาที
ตัวถังถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง มาพร้อมชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ทั้งสปลิตเตอร์หน้าขนาดใหญ่ ฝากระโปรงแบบ Dual-Channel และปีกหลังทรงคอหงส์ (Swan-neck) ขนาดใหญ่เพื่อสร้างแรงกดมหาศาล
นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-X Active Body Control System ที่ใช้ระบบกันสะเทือนแบบ Dual-valve ปรับการเคลื่อนที่ของล้อในแนวดิ่งแบบเรียลไทม์ เพิ่มการยึดเกาะสูงสุดในทุกสภาวะ
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่โดดเด่นคือ Blade Battery เกรดสนามแข่ง ที่มีระบบระบายความร้อนแบบสองชั้น (Dual-layer cooling) รองรับการคายประจุพลังงานสูงถึงระดับ 30C ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการความร้อนและส่งมอบพละกำลังได้อย่างต่อเนื่องขณะทำความเร็วสูงสุด
แม้ Yangwang U9 Xtreme จะมีสมรรถนะที่ก้าวข้ามไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์สันดาปหลายรุ่น แต่ก็ยังมีความแตกต่างในด้านการยอมรับสถิติ
โดยสถิติความเร็วสูงสุดอย่างเป็นทางการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (เช่น Guinness World Records) มักต้องการการวิ่งทดสอบสองทิศทางแล้วหาค่าเฉลี่ย ซึ่งการทดสอบของ U9 Xtreme เป็นการวิ่งทิศทางเดียวในสนามวงรีความเร็วสูง
อย่างไรก็ตาม สถิติที่บันทึกได้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพทางวิศวกรรมที่น่าทึ่ง และเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาดอย่าง Koenigsegg Jesko Absolut (531 กม./ชม. จากการคำนวณ) หรือ SSC Tuatara (474.8 กม./ชม.)
แล้ว Yangwang U9 รุ่นมาตรฐานกลับมีราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ามาก โดยเริ่มต้นที่ 1.68 ล้านหยวน (ประมาณ 8.4 ล้านบาท) ในขณะที่ไฮเปอร์คาร์จากยุโรปและอเมริกามีราคาสูงกว่าหลายเท่าตัว
CREDIT : BYD
สำหรับ Yangwang U9 Xtreme จะถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะมีราคาสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน
ที่มา : CarNewsChina
Bugatti L’Ultime หรือก็คือ Chiron Super Sport คันสุดท้าย
โพสโดย : kraisorn / วันที่ : 31 พฤษภาคม 2024
หมวดหมู่ : Bugatti Hypercar Supercar ข่าวรถใหม่

Bugatti L’Ultime หรือก็คือ Chiron Super Sport คันสุดท้าย

Bugatti เผยโฉมคันสุดท้ายของ Chiron รถไฮเปอร์คาร์ ที่เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Geneva Motor Show 2016 เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งรถคันนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า L’Ultime ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็คือ Chiron Super Sport ที่ผ่านโปรแกรมปรับแต่งเฉพาะบุคคล Sur Mesure และเป็นคันสุดท้ายในจำนวน 500 คัน ตามที่จำกัดจำนวนการผลิตไว้ของ Chiron นั่นเอง

ไฮเปอร์คาร์สุดพิเศษคันนี้ ผสมผสานเฉดสี French Racing Blue ดั้งเดิมของ Chiron และสีน้ำเงิน Atlantic Blue เข้าด้วยกัน แม้ว่าจะสลับกันแต่ก็มีการไล่ระดับของสีที่โดดเด่นของทั้งสองสี นอกจากนี้ล้อหน้าและล้อหลังยังได้รับการทาสีที่แตกต่างกัน และตรา Bugatti บนกระจังหน้ารูปเกือกม้ายังตกแต่งเป็นสีน้ำเงินอีกด้วย

ด้านข้างตัวรถมีการตกแต่งลวดลายกราฟฟิกที่เขียนด้วยลายมือ ที่เป็นชื่อสถานต่าง ๆ ที่มีความสำคัญในการพัฒนา Bugatti Chiron ไม่ว่าจะเป็นเมือง Geneva, Chantilly, สนามแข่ง Paul Ricard, สนามแข่ง Ehra-Lessien, Château Saint Jean, Cape Canaveral และ Molsheim บ้านเกิดของ Bugatti

นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์ #500 ที่เขียนด้วยลายมือ ซึ่งบ่งบอกถึงหมายเลขการผลิตของ L’Ultime ติดตั้งอยู่เหนือสเกิร์ตข้าง, ใต้สปอยเลอร์ปีกหลัง, ฝาครอบเครื่อง และมีตัวเลข 500/500 ที่ล้อ อีกทั้งยังมีสีสันของธงชาติฝรั่งเศสบนฝาครอบกระจกที่แสดงถึงประเทศต้นกำเนิดของ Bugatti อย่างภาคภูมิใจ

ภายในผสมผสานเบาะหนังสีน้ำเงิน Deep Blue เข้ากับวัสดุเสริม Blue Carbon Matt และเน้นสีฟ้า French Racing Blue การตกแต่งพิเศษ ได้แก่ สัญลักษณ์ L’Ultime และ #500 ในตำแหน่งต่างๆ และป้ายหนัง ตัดเย็บและทอด้วยมือ บนแผงประตู

ส่วนขุมกำลังคาดว่าจะยังคงเป็นเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร แบบ Quad-Turbo ซึ่งให้กำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า PS เหมือนกับ Chiron Super Sport คันอื่น ๆ
Chiron ยังสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะโมเดลการผลิตรุ่นแรกที่ทำความเร็วเกิน 482.8 กม./ชม. และมีสถิติความเร็วสูงสุดอย่างไม่เป็นทางการที่ 490.484 กม./ชม. บนสนามทดสอบ Ehra-Lessien เมื่อปี 2019

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นั้นมา Bugatti ได้ประกาศว่าจะไม่แสวงหาสถิติความเร็วอีกต่อไป ซึ่งบ่งชี้ว่ารุ่นในอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องมุ่งหวังที่จะก้าวข้ามความสำเร็จนี้
นอกเหนือจาก Chiron รุ่นมาตรฐานแล้ว ยังมีการเปิดตัวไฮเปอร์คาร์หลายรุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Sport, Pur Sport, Super Sport และ Super Sport 300+ รวมถึงรุ่น Limited-Edition อีกหลายรุ่น และรุ่นที่ผลิตขึ้นเพียงคันเดียว
Christophe Piochon ประธานบริษัท Bugatti Automobiles กล่าวอำลา Chiron พร้อมยืนยันการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในเดือนหน้า
โดยกล่าวว่า “รถยนต์ Chiron คันที่ 500 ซึ่งเป็นคันสุดท้ายนี้เป็นการอำลาที่เหมาะสมซึ่งรวบรวมมรดกที่กำหนดไว้ ซึ่งจะฝังแน่นอยู่ในยานยนต์ตลอดไป ประวัติศาสตร์และปูทางไปสู่บทใหม่ที่สดใส การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการผลิต Bolide และ W16 Mistral และดำเนินต่อไปด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของเราในเดือนมิถุนายน”

ผู้สืบทอดของ Bugatti Chiron จะเปลี่ยนจากระบบส่งกำลังเครื่องยนต์ W16 แบบ Quad-Turbo อันเป็นเอกลักษณ์ ไปเป็นระบบส่งกำลังไฮบริดพร้อมเครื่องยนต์ V16 และไฮเปอร์คาร์คันนี้ปรากฏตัวครั้งแรกในรูปแบบลายพรางหลังจากเปิดเผยในการประชุมส่วนตัวกับลูกค้าของ Bugatti
สุดท้ายนี้ ถ้าหากทางทีมงานทราบข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติม จะนำมารายงานให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งนะครับ

