McLaren Has Sold 5,000 Vehicles In North America
แมคราเลน (McLaren) ทุบสถิติกวาดยอดขายรวมแตะ 5,000 คัน ครั้งแรก หลังจากทำตลาดใน อเมริกาเหนือ
McLaren ค่ายรถสมรรถนะสูงสัญชาติอังกฤษ เตรียมฉลองหลังจากประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายในทวิปอเมริกาเหนือ หลังจากกวาดยอดขายแตะ 5,000 คัน ครั้งแรก หลังจากทำตลาดในทวิปอเมริกาเหนือมา ซึ่งประสบความสำเร็จยิ่งกว่าปี 2017 ที่ผ่านมาซึ่งกวาดยอดขายไปได้ 3,340 คัน เหตุจากรถยนต์มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย และมีสมรรถนะที่ลูกค้าไว้วางใจ

หลังจากค่ายรถสมรรถนะสูงสัญชาติอังกฤษอย่าง McLaren เริ่มทำตลาดในทวิป อเมริกาเหนือ นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา เริ่มต้นด้วยรุ่น MP4-12C ตามมาด้วย 650S, 675LT, P1 และปัจจุบันมีทั้งรุ่น 570 และ 720S ซึ่งทั้งสองรุ่นหลังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในทวิปอเมริกาเหนือ
ในปัจจุบัน McLaren มีผู้จัดจำหน่าย 22 ราย ในอเมริกาเหนือ ซึ่งในช่วง 2 เดือนข้างหน้ายังมีแผนกาเปิดตัวรุ่น 720S เพื่อตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ในทวิปอีกด้วย เหตุผลที่แบรนด์ McLaren เติบโตอย่างก้าวกระโดดในทวีปอเมริกาเหนือ ส่งผลมาจากการพัฒนารถยนต์ที่มีรุ่นให้เลือกหลากหลายมากยิ่งขึ้น
รวมไปถึงการทำตลาดในทวีปอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยอนาคตยังมีแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มเติมอีกหลากหลายรุ่น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มากขึ้นในอนาคต โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโตมากกว่า 5,000 คัน ในปีหน้าอีกด้วย
ติดตามข่าวสารอัพเดตเพิ่มเติม ได้ที่นี่
ค้นหารถยนต์มือสองสภาพดีการันตีจาก วันทูคาร์ ได้ที่นี่
เปิดเบื้องหลังการออกแบบ McLaren Senna ไฮเปอร์คาร์พลังเหี้ยม (ชมคลิป)
Wongsupat | 08 March 2561 17:00
https://www.facebook.com/v16.0/plugins/like.php?action=like&app_id=&channel=https%3A%2F%2Fstaticxx.facebook.com%2Fx%2Fconnect%2Fxd_arbiter%2F%3Fversion%3D46%23cb%3Dfe841f6c2bdbed660%26domain%3Dwww.one2car.com%26is_canvas%3Dfalse%26origin%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.one2car.com%252Ff621e8bd461527b50%26relation%3Dparent.parent&container_width=0&href=https%3A%2F%2Fwww.one2car.com%2F%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%2F%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259A-mclaren-senna-%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AE%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25A1-%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%259B%2F49895&layout=button_count&locale=th_TH&sdk=joey&share=true&show_faces=true&size=small

รูปลักษณ์ภายนอกของแมคลาเรน เซนน่า อาจดูแปลกตาและไม่ถูกใจแฟนๆ หลายคน ลองมาชมความคิดเห็นของผู้อยู่เบื้องหลังไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้กันเลย
ผู้บริหารระดับสูงของแมคลาเรนยืนยันเมื่อครั้งเปิดตัวเซนน่าเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า นี่คือรถที่มีความดุดันและมีแนวคิดสุดขั้วที่สุดเท่าที่แมคลาเรนเคยผลิตมา ทุกชิ้นส่วนมีความหมายเพื่อ “มอบสมรรถนะขั้นสูง” ให้แก่ตัวรถ
ร็อบ เมลวิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและเอสเตบัน พาลาซโซ ดีไซเนอร์อาวุโสของแมคลาเรนคือสองขุนพลหลักของทีมดีไซเนอร์แมคลาเรน พวกเขาเปิดเผยว่า เซนน่าเป็นการ “ละทิ้ง” สไตล์การออกแบบดั้งเดิมของแบรนด์เพื่อก้าวสู่ “การออกแบบแนวคิดใหม่ที่สูงขึ้นอีกระดับ”
“หากคุณดูรูปลักษณ์รอบคันของเซนน่า คุณจะเห็นเรื่องราวของมัน ทั้งด้านความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์และสมรรถนะการขับขี่” พาลาซโซกล่าว “หากคุณดูที่ด้านหน้าจะเห็นว่ามีช่องรับอากาศมากมาย แต่ถ้าดูที่ด้านหลัง ตัวรถจะมีความโปร่งอย่างมากเพราะเราออกแบบมาเพื่อรีดอากาศออกไป สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่สร้างแรงกดได้ดีกว่ารถแข่งจีที นี่คืองานศิลปะที่น่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง”
ด้านเมลวิลล์เผยว่า ใครก็ตามที่เข้ามานั่งในค็อกพิทของเซนน่าเป็นครั้งแรกจะพบว่า การออกแบบมีความเรียบง่ายอย่างมากเพราะเราต้องการถอดทุกสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวรถอย่างเต็มที่”
เซนน่า ซึ่งตั้งชื่อตามไอร์ตัน เซนน่า นักขับรถเอฟวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์มาพร้อมขุมพลังบล็อกวี8 ความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร ไบเทอร์โบ พละกำลัง 789 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ด้วยน้ำหนักตัวถังแค่ 1,198 กก. จึงสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม.ต่อชม. จะอยู่ที่ 2.8 หรือ 2.9 วินาทีเท่านั้น
ผู้บริหารของแมคลาเรนทั้งสองคนชี้ว่า ไอเดียหลักของการออกแบบก็คือการดึงดูดให้ลูกค้าต้องการขับขี่รถรุ่นนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เซนน่ามีจำนวนการผลิตจำกัดเพียง 500 คันในโลกและทุกคันถูกจับจองหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว
ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
![[ครบชุด] T2909064 ดไหม นไม อยากม Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/09/image-1186.png)
![[ครบชุด] T2909060 เลวได Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/09/image-1187.png)