7 เรื่องน่ารู้ของ Bugatti แบรนด์รถไฮเปอร์คาร์ราคา 500 ล้าน!
หลายๆ คน รู้จักรถซูเปอร์คาร์หลายแบรนด์ จนคิดว่านี่คือที่สุดของยานยนต์แล้วใช่ไหมครับ แต่วันนี้เราจะขอแนะนำ บูกัตติ (Bugatti) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ผลิตแต่รถยนต์ Hyper Car!! มาพร้อมกับราคามหาโหดถึงหลัก 100 ล้านบาท!! เมื่อรวมกับภาษีนำเข้าของประเทศไทย ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท เรามาดูกันว่าเพราะอะไรบูกัตติถึงครองใจผู้คนมาได้ยาวนานถึง 110 ปี!
1. บูกัตติ (Bugatti) มีจุดกำเนิดจากครอบครัวที่หลงใหลในศิลปะ
บุคคลผู้ให้กำเนิดแบรนด์รถบูกัตตินี้มีชื่อว่า Ettore Bugatti หรือชื่อเต็มว่า Ettore Arco Isidoro Bugatti เกิดเมื่อ 15 กันยายน 1881 ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เขาเกิดมาในครอบครัวที่รักในศิลปะ ซึ่งคุณพ่อของเขาเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังระดับประเทศ สามารถวาดรูป ออกแบบ และผลิตเฟอนิเจอร์
แต่ใจของ Ettore Bugatti ไม่ได้คิดที่จะตามรอยพ่อ เพราะเขาหลงใหลในวิศวกรรมยานยนต์อย่างมาก จึงอยากมีแบรนด์รถยนต์เป็นของตัวเอง พ่อของเขาจึงได้ส่งไปฝึกงานที่ PRINETTE & STUCCI บริษัทผลิตจักรยานสามล้อและสี่ล้อ จนกลายมาเป็นรถยนต์ในปัจจุบัน
รูปภาพจาก: motorvalley.it
2. Bugatti แจ้งเกิดที่ฝรั่งเศส แต่จริงๆ แล้วเป็นแบรนด์รถสัญชาติอิตาลี
ในอดีต Ettore Bugatti ได้ทำรถขึ้นมามากมาย แต่รถคันแรกของเขาที่ได้รับรางวัลเป็นรุ่นที่มีชื่อว่า TYPE 2 ภายใต้แบรนด์ PRINETTE & STUCCI ซึ่งได้เปิดตัวที่ฝรั่งเศส ในฐานะวิศวกรรมยานยนต์หน้าใหม่ เขาก็ได้รับรางวัลจาก ACF หรือ Automobile Club de France ที่ประเทศฝรั่งเศส และย้ายไปเติมโตในบริษัทอื่นๆ สร้างผลงานถึงรุ่น Type 8 และ Type 9
เมื่อถึงจุดอิ่มตัวหลังจากที่เขาสั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ก็พร้อมแล้วที่จะผลิตรถแบรนด์ของตัวเองในนาม Bugatti ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงเวลานั้น ที่ประเทศฝรั่งเศสถือว่ากำลังบูมมากๆ ผิดกับที่อิตาลี ทำให้ปารีสเป็นศูนย์รวมของยานยนต์ในขณะนั้น
รูปภาพ Bugatti Type 2 จาก: robbreport.com
3. การเสียชีวิตของลูกชาย และผลจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ Bugatti ร่วงถึงจุดต่ำสุด
จุดต่ำสุดของ Ettore Bugatti คือ ช่วงที่สูญเสียลูกชายคนโต Jean Bugatti เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1939 ที่ประสบอุบัติเหตุจากการทำสอบรถแข่งที่เขาได้ออกแบบเอง รุ่น Type 57 tank-bodied racer เป็นรถแข่งชนะรางวัล 24 Hours of Le Mans ในปี 1939
รูปภาพบูกัตติ Type 57 จาก: bugatti.com
เหตุการณ์ในวันนั้นมีจักรยานขับตัดหน้าระหว่างที่รถกำลังทดสอบและวิ่งมาด้วยความเร็ว Jean จึงหักหลบและเข้าชนต้นไม้ เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที และหลังจากนั้นโรงงานของ Bugatti ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงจำเป็นต้องย้ายไปตั้งฐานการผลิตใหม่ที่ปารีส แต่ในเวลาต่อมา Ettore Bugatti ก็ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 21 สิงหาคม 1947
4. บูกัตติ (Bugatti) กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ภายใต้ Volkswagen Group
Roland Bugatti ลูกชายของ Ettore Bugatti ได้พยายามหาทางกู้บริษัทให้กลับมาอีกครั้ง แต่ก็ต้องจำใจขายบริษัทให้อยู่ภายใต้ชายคาของหลากหลายธุรกิจ ส่งผ่านเปลี่ยนมือไปหลายบริษัท
จนในที่สุดในปี 1998 ก็มาถึงมือของ Volkswagen Group ก็ได้ทำการเข้าซื้อแบรนด์นี้อีกครั้ง และได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ชื่อ Bugatti Automobiles S.A.S.
โดยในช่วงที่อยู่ภายใต้เครือ Volkswagen Group แบรนด์ Bugatti ก็กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง จากการเปิดตัวรถรุ่นดังอย่าง Veyron และ Chiron
5. รถเรือธงในยุครุ่งเรืองของ Bugatti คือ Bugatti Veyron EB 16
บูกัตติ (Bugatti) ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของ VOLKSWAGEN GROUP ได้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งกับรถที่มีราคาแพงและเร็วที่สุดในโลก นั่นก็คือ Bugatti Veyron EB 16.4 โดยมีราคาอยู่ที่ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำความเร็วสูงสุด 431.07 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่สำคัญเขายังถือโอกาสให้รถรุ่นนี้เป็นของขวัญครบรอบวันคล้ายวันเกิด 125 ปี ให้กับ Ettore Bugatti ภายใต้คอนเซปต์ “งานศิลป์แห่งยานยนต์” อีกด้วย
6. Chiron Super Sport 300+ เป็นรุ่นรถที่เร็วที่สุดของ Bugatti
Hypercar ที่เร็วที่สุดของ Bugatti มีชื่อว่า ชิรอน ซูเปอร์ สปอร์ต 300+ (Chiron Super Sport 300+) เกิดขึ้นเพราะต้องการที่จะทำลายสถิติที่ตัวเองเคยทำไว้ในรุ่นก่อนหน้า มาพร้อมกับเครื่องยนต์แบบเทอร์โบ 4 ลูก ความจุ 8 ลิตร W16 สูบ พละกำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า เร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 2.4 วินาที
ทำความเร็วได้สูงสุด 483 กิโลเมตร/ชั่วโมง แอนดี้ วอลเลซ นักขับทดสอบ Bugatti สามารถทำความเร็วสูงสุดของไฮเปอร์คาร์คันนี้ได้ถึง 490 กม./ชม. โดย Bugatti Chiron Super Sport 300+ ผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัดเพียง 30 คันในโลก ซึ่งความพิเศษและความแรร์ไอเทมนี้ทำให้มันเป็นรถที่มหาเศรษฐีหลายคนอยากครอบครองนั่นเอง
7. Bugatti La Voiture Noire คือหนึ่งในรถที่แพงที่สุดในโลก
บูกัตติ ลา วัวตูร์ นัวร์ (Bugatti La Voiture Noire) เป็น 1 ใน 5 ของรถที่แพงที่สุดในโลก ปี 2023 ซึ่งมีราคา 18.7 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ตีเป็นเงินไทยประมาณ 598,000,000 บาท ผลิตเพียงคันเดียวในโลก
จุดมุ่งหมายในการผลิตรถคันนี้เพราะต้องการระลึกถึงสุดยอดยานยนต์ของค่ายที่สูญหายไปอย่าง Type 57 SC Atlantic ในตำนาน มาพร้อมเครื่องยนต์ W16 สูบ quad-turbocharged ขนาด 8.0 ลิตรแบบเดียวกับ Chiron ให้กำลัง 1,479 แรงม้า เรื่องความแรงไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นปกติของรถแบรนด์นี้
เชื่อว่าเรื่องราวของบูกัตติน่าจะทำให้หลายคนอึ้ง! โดยเฉพาะเรื่องราคาที่จัดว่าแพงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Rolls-Royce Boat Tail (890 ล้านบาท) รวมถึงการเป็น Hypercar ที่เป็นสุดยอดรถยนต์ และจำนวนที่มีจำกัด จึงทำให้ใครหลายคนอยากได้มาครอบครอง โดยเฉพาะเหล่ามหาเศรษฐีทั้งหลายที่มองว่ามันไม่ใช่รถที่ใช้ขับ แต่คืองานศิลปะแห่งยานยนต์ต่างหาก จะเห็นว่าแทบไม่มีใครขาย บูกัตติ มือสอง เลย เพราะใคร ๆ ก็อยากเก็บไว้
ซื้อขายรถมือสองออนไลน์ ต้องที่ ตลาดรถมือสอง One2car ซื้อรถง่าย ขายรถไว ทั้งรถเก๋งมือสอง รถตู้มือสอง รถกระบะมือสอง ราคาดี ฟรีดาวน์ ผ่อนถูก คุณภาพพร้อมใช้งาน
อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้ที่ Autospinn.com

