Ferrari 849 Testarossa สานต่อ SF90 การกลับมาของชื่อในตำนาน พลัง PHEV สุดโหด 1,035 แรงม้า!
โดย Nuttanon P.20 วันที่แล้ว110ดู
Ferrari 849 Testarossa สานต่อ SF90 การกลับมาของชื่อในตำนาน พลัง PHEV สุดโหด 1,035 แรงม้า!
เปิดตัว Ferrari 849 Testarossa รถซุปเปอร์คาร์รุ่นใหม่ พร้อมใช้ชื่อในตำนานอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการมาแทนที่ SF90 Stradale แต่ยังคงใช้แพลตฟอร์มเดิม ขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่ได้รับการอัปเกรดเพียบ


ดีไซน์ภายนอก
Ferrari 849 Testarossa โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ที่เร้าใจกว่า SF90 Stradale
- ด้านหน้ามีแถบสีดำคาดแนวกว้าง เหมือน Ferrari 12Cilindri และ F80
- ด้านข้างมีแถบสีเข้มแนวตั้ง ที่บริเวณหลังประตู
- ด้านหลังได้แรงบันดาลใจจาก Ferrari 512S ยุค 1970s พร้อมสปอยเลอร์คู่ Delta Wings และปีกเสริมที่กางออกได้
- ท่อไอเสียคู่เจาะทะลุตัวถังเพิ่มความดุ


แม้จะใช้ชื่อ Testarossa แต่ไม่มีการออกแบบซี่แนวนอนที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นยุค 1980 แต่ทาง Ferrari ยืนยันว่าถ้าได้เห็นคันจริงแล้วจะสวยสะกดตาอย่างแน่นอน


Ferrari 849 Testarossa Spider (เปิดประทุน)
ภายในห้องโดยสาร
- แผงหน้าปัดดิจิทัล พร้อมหน้าจอเสริมด้านผู้โดยสาร
- คันเกียร์ออกแบบให้คล้ายคันเกียร์เก่าแบบ Gated manual แต่ยังคงใช้เกียร์ Dual-clutch 8 สปีด
- ปุ่มควบคุมบนพวงมากลับมาเป็นปุ่มกดจริง หลังจาก SF90 คนต่างวิจารณ์เรื่องปุ่มสัมผัส
- เบาะ และอุปกรณ์ทั้งหมดออกแบบตามมาตรฐานซุปเปอร์คาร์ยุค 2025

ภายในรุ่น Coupé

ภายในรุ่น Spider เปิดประทุน
ขุมพลัง Plug-in Hybrid 1,035 แรงม้า
Ferrari 849 Testarossa ใช้เครื่องยนต์ V8 (F154) ที่ได้ปรับปรุงใหม่ มาพร้อมเทอร์โบขนาดใหญ่ และลูกปืนแรงเสียดทานต่ำ
- พละกำลัง: 819 แรงม้า (เพิ่มขึ้นจาก SF90)
- มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว: เพิ่มพละกำลัง 216 แรงม้า
- กำลังรวม: 1,035 แรงม้า
แบตเตอรี่ขนาด 8.0 kWh ชาร์จจากปลั๊กได้ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ 24 กม. ในย่านความเร็วไม่เกิน 130 กม./ชม.

สมรรถนะ
- อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 2.2 วินาที
- อัตราเร่ง 0–200 กม./ชม.: 6.3 วินาที
- ความเร็วสูงสุด: มากกว่า 330 กม./ชม.
- น้ำหนักตัวถัง : 1,570 กก. (Spider หนักกว่า 90 กก.)
มาพร้อมระบบซอฟต์แวร์ใหม่ FIVE (Ferrari Integrated Vehicle Estimator) สามารถเรียนรู้รูปแบบการขับในสนามแข่ง เพื่อจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมระบบเข้าควบคุมได้อย่างแม่นยำ รองรับการชาร์จไฟกลับสูงสุด 120 kW (160 แรงม้า)
ชุดแต่ง Assetto Fiorano
มี Option ชุดแต่ง Assetto Fiorano ลดน้ำหนักได้ 30 กก. เบาะน้ำหนักเบา ล้อคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมอัปเกรดแอโรไดนามิกส์ เช่น Vortex generator และปีกเสริมบนสปอยเลอร์หลัง สร้างแรงกดเพิ่สูงสุดถึง 415 กก.


การกลับมาของชื่อ Testarossa
Ferrari ยืนยันว่าไม่ได้เลือกชื่อนี้เพราะต้องการย้อนสู่อดีต แต่เพราะ Testarossa เคยเป็นชื่อรุ่นที่ทรงพลังที่สุดของ Ferrari โดยในรุ่นใหม่นี้ ฝาครอบแคมชาฟท์ของเครื่องยนต์ V8 ก็ถูกทำเป็นสีแดง สมกับความหมายของคำว่า “Testa Rossa” (Red Head)

การเปิดตัว และการวางขาย
- Ferrari 849 Testarossa Coupe เริ่มส่งมอบกลางปีหน้า
- รุ่น Spider หลังคาแข็งพับได้ ตามมาในอีกไม่กี่เดือนถัดไป
- ราคาสำหรับตลาดสหรัฐฯ ประกาศในวันเริ่มขาย
ที่มา : Road and Track
BYD เปิดตัว Denza N9 SUV รุ่นปรับปรุงใหม่ อัปเกรดห้องโดยสาร พร้อมราคาเริ่มต้นเท่าเดิม
โดย Sakura P.12 วันที่แล้ว110ดู
Denza แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมียมของ BYD ได้เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) รุ่น N9 ที่ปรับปรุงใหม่ โดยยังคงราคาเริ่มต้นเท่าเดิม แต่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์ SUV หรูขนาดใหญ่
BYD เปิดตัว Denza N9 SUV รุ่นปรับปรุงใหม่ อัปเกรดห้องโดยสาร พร้อมราคาเริ่มต้นเท่าเดิม
รถยนต์ Denza N9 รุ่นปี 2026 ยังคงมีราคาเริ่มต้นที่ 389,800 หยวน หรือประมาณ 1.95 ล้านบาท โดยมีการอัปเกรดหลายอย่าง เช่น ชิปประมวลผลในห้องโดยสารที่ทันสมัยขึ้น, หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น, และดีไซน์ภายนอกและภายในที่ปรับปรุงใหม่

การอัปเกรดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รุ่นนี้เปิดตัวได้เพียง 6 เดือน ทำให้เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับการปรับปรุงเร็วที่สุดภายใต้แบรนด์ BYD
รถยนต์ Denza N9 รุ่นใหม่มี 3 รุ่นย่อยให้เลือก โดยมีราคาดังนี้
- 389,800 หยวน (ประมาณ 1.95 ล้านบาท)
- 409,800 หยวน (ประมาณ 2.05 ล้านบาท)
- 449,800 หยวน (ประมาณ 2.25 ล้านบาท)
เปรียบเทียบกับรุ่นก่อน รุ่นเดิมมี 2 รุ่นย่อย ราคา 389,800 หยวน และ 449,800 หยวน
รายละเอียดตัวรถและคุณสมบัติ
ขนาดตัวรถ
รถยนต์ SUV ไฮบริดแบบ 6 ที่นั่งรุ่นนี้ ยังคงเป็นรุ่นเรือธงของ Denza และมีขนาดตัวถังเท่าเดิม คือ ยาว 5,258 มม., กว้าง 2,030 มม., สูง 1,830 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,125 มม.

ขุมพลัง
ใช้เทคโนโลยี e3 ของ BYD ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ได้ใน 3.9 วินาที
แบตเตอรี่และระยะทางขับขี่
ใช้แบตเตอรี่ Blade Battery ของ BYD สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 230 กม. เมื่อเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จแบตเตอรี่เต็ม จะวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 1,330 กม.

ระบบช่วยเหลือการขับขี่
มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ God’s Eye B ของ BYD เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า มีฮาร์ดแวร์ประกอบด้วย LiDAR ที่ติดตั้งอยู่บนหลังคา รองรับฟังก์ชันการขับขี่อัตโนมัติในเมือง (City NOA)
ระบบช่วงล่างและการควบคุม
ระบบช่วงล่างอัจฉริยะ
- มาพร้อมระบบควบคุมตัวถัง DiSus-A
- มีระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air suspension)
- มีระบบ Road Preview ที่สามารถปรับความแข็งของช่วงล่างได้ล่วงหน้าตามสภาพถนน
ความคล่องตัวในการขับขี่
- รองรับระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-wheel steering)
- มีโหมดการเลี้ยวแบบเข็มทิศ (Compass turn)
- มีโหมดการขับขี่แบบ “ปู” (Crab-walk mode)
ยอดขายเดือนสิงหาคม Denza ขายรถยนต์ได้ 11,993 คันในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 20.06% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 5.43% จากเดือนกรกฎาคม โดยแยกตามรุ่น ได้ดังนี้
- รุ่น D9 (MPV) ขายได้ 8,712 คัน
- รุ่น Z9 ขายได้ 1,102 คัน
- รุ่น N9 ขายได้ 2,021 คัน
- รุ่น N7 ขายได้ 158 คัน
ยอดขายสะสมของรุ่น N9 นับถึงสิ้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 20,136 คัน
ที่มา cnevpost

