แวนควิช ที่สุดจาก “แอสตัน มาร์ติน”
19 ก.พ. 57 (10:07 น.) พิมพ์
แชร์เรื่องนี้
ถ้าเอ่ยถึงค่ายรถสปอร์ตสัญชาติอังกฤษอย่างแอสตัน มาร์ติน (ASTON MARTIN) ที่ทาง แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท เฮอริเทจ มอเตอร์ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (MGC Asia) จัดงานแกรนด์โอเพนนิ่งโชว์รูมแห่งที่ 2 บนถนนพระราม 3 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ต้องยอมรับว่าแอสตัน มาร์ติน ได้รับการออกแบบทั้งด้านรูปลักษณ์และสมรรถนะให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เป็นรถระดับไฮลัคชัวรี่ สปอร์ต ทำให้มีชื่อเสียงระดับท็อปทางด้านรถสปอร์ตที่มีสมรรถนะสูงที่สุดค่ายหนึ่งในโลกยานยนต์
แอสตัน มาร์ติน มีอายุครบ 100 ปี เมื่อปีที่แล้ว เป็นรถที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ถูกเลือกให้เป็นพาหนะคู่กายของสายลับเจมส์ บอนด์ 007 ในภาพยนตร์ เพื่อปฏิบัติภารกิจแห่งองค์สมเด็จพระราชินี มาหลายยุคหลายสมัย
ล่าสุดแนะนำรุ่น แวนควิช (Vanquish) ปี 2014 เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลกได้ไม่นาน ว่ากันว่าเป็นรถยนต์ประเภทแกรนด์ทัวริ่งที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์การผลิตของแอสตัน มาร์ติน
รูปลักษณ์ภายนอกดีไซน์ล้ำสมัยสไตล์สปอร์ตหรู กระจังหน้า 2 ชั้นพร้อมตราสัญลักษณ์ประจำค่ายพร้อมด้วยกันชนด้านล่างมีพื้นที่ของช่องดัก ลมขนาดใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆ สปอยเลอร์หน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ส่องสว่างด้วยไฟด้านหน้าแบบ ไบ-ซีนอน ติดมุมซ้าย-ขวา
แวนควิชพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างตัวถังโดยการใช้วัสดุที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ในการขึ้นรูปโครงสร้างตัวถังโดยเฉพาะด้านหลังด้านหน้าเป็นอะลูมิเนียมหล่อส่งผลให้ตัวถังทนต่อแรงบิดมากขึ้น
ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหราระดับพรีเมียม มีให้เลือกทั้งแบบ 2+0 หรือ 2+2 ที่นั่ง ใช้วัสดุหนังแท้แบบ Full-Grain พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง Alcantara เบาะนั่งมาพร้อมกับระบบความจำ 3 จุด
เครื่องยนต์แบบวางหน้าขับหลัง บล็อก V12 48 วาล์ว ความจุ 5,935 ซีซี สามารถผลิตกำลังแรงม้าสูงถึง 573 แรงม้า ที่ 6,750 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร ที่ 5,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทัชทรอนิก (Touchtronic) 2 พร้อมติดตั้งลิมิเต็ด-สลิป (Limited-Slip) มาให้ ระบบไอเสียตัวใหม่ แคททาไลติก (Catalytic) ผลิตจากสเตนเลส อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใช้เวลา 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ราคา 24.9 ล้านบาท
Aston Martin DB12 ซูเปอร์คาร์ 680 ม้า ขายไทยเริ่ม 21.9 ล้านบาท
August 17, 2023

Share
แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ฉลองครบรอบ 75 ปี ของยนตรกรรมสายพันธุ์ DB เปิดตัว Aston Martin DB12 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย





เนื่องในโอกาสครบรอบ 110 ปี แห่งประวัติศาสตร์ของผู้ผลิตยนตรกรรมสปอร์ตจากประเทศอังกฤษ นับตั้งแต่การคว้าชัยชนะในการแข่ง แอสตัน ฮิลล์ ไคลม์ ไปจนถึงการนำรถเข้าแข่งรายการ ฟอร์มูลาวัน กรังด์ปรีซ์ ในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ เรายังได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปี ของยนตรกรรมสายพันธุ์ DB ที่นับเป็นต้นกำเนิดของรถ GT-Grand Tourer เปิดตัวยนตรกรรมรุ่นล่าสุด Aston Martin DB12 ผู้กำหนดนิยามใหม่ ‘The World’s First Super Tourer
เน้นความชัดเจนของเส้นสายให้กับยนตรกรรมระดับไอคอนตัวถังดีไซน์ใหม่กว้างและดูดุดันยิ่งขึ้นเน้นจุดเด่นของ Aston Martin ที่มีความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น DB ด้วย
- กระจังหน้าแบบ Single Vaned โดยมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 56% (เทียบกับ DB11 V8) รองรับพละกำลัง
- กันชนหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมแผ่นรีดอากาศด้านหน้า (front splitter)
- โลโก้สัญลักษณ์ (Aston Martin Wing Badge) แบบใหม่โดดเด่นยิ่งขึ้น และเป็นการนำมาติดตั้งเป็นรุ่นแรก
- ช่องระบายอากาศบนฝากระโปรงเพื่อระบายความร้อนจากเครื่องยนต์และเทอร์โบคู่ที่อยู่บริเวณกลางห้องเครื่อง
- ไฟหน้าแอลอีดีพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบใหม่ (6-block pattern)
- กระจกข้างทรงสปอร์ตไร้กรอบเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะช่วงความเร็วสูงด้วยแอโรไดนามิกส์ ‘Aeroblade’ โดยใช้หลักอากาศพลศาสตร์ในการสร้างแรงกด
- สปอยเลอร์หลังแบบอัตโนมัติรวมไปถึง ‘Presenting Door Handles’ เมื่อกดปุ่มปลดล็อกบนกุญแจรีโมท มือจับประตูจะเปิดขึ้นอัตโนมัติช่วยให้จับได้สะดวกยิ่งขึ้น
- ล้อฟอร์จขนาด 21 นิ้ว
- ยาง Michelin Pilot Sport S 5 แก้มยางระบุอักษร ‘AML’ บ่งบอกว่าผลิตมาพิเศษกับโครงสร้างโฟมด้านในช่วยลดเสียงรบกวนและนุ่มนวลยิ่งขึ้นขนาดหน้า-หลัง 275/35/ZR21 และ 325/30/ZR21 ตามลำดับ
- มิติตัวรถใหญ่ทั้งคันตั้งแต่ ความยาว 4,725 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,980 มิลลิเมตร ความสูง 1,295 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,805 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมัน 78 ลิตร น้ำหนักรถ 1,788 กิโลกรัม และพื้นที่สัมภาระท้าย 262 ลิตร





ห้องโดยสารยังคงความหรูหราและประณีตทุกรายละเอียดพร้อมหลากหลายแนวทางการตกแต่งห้องโดยสารจึงลงตัวกับทุกบุคลิกของผู้ครอบครอง
- ระบบอินโฟเทนเม้นท์แบบใหม่ติดตั้งจอดิจิทัลหน้าผู้ขับแบบ TFT 10.25 นิ้ว คมชัดสูงปรับแต่งการแสดงผลได้หลายแบบ
- พวงมาลัยสามก้านมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ผสมผสานความหรูหราประณีตตัดเย็บด้วยมือ
- เข้ากับปุ่มควบคุมระบบอินโฟเทนเมนท์ล้ำสมัยขณะที่จอแสดงผลอเนกประสงค์ 10.25 นิ้ว ติดตั้งกลางแดชบอร์ด เน้นความสะดวกของผู้ขับ
- เร้าใจกับปุ่มสตาร์ท/ดับเครื่องยนต์แบบใหม่
- ตัวปรับเลือกโหมดการขับแบบแป้นหมุน
- สวิตช์ควบคุมต่างๆ ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง ใช้งานได้สะดวก
ยกระดับให้กับรถ จีที สู่การเป็นยนตรกรรม Super Tourer ขึ้นทำเนียบยนตรกรรมพลังแรงที่สุดในคลาสด้วยขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร รหัส M177 ให้กำลังสูงสุด 680 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (ZF 8HP75) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม.ให้ความสำคัญสูงสุดกับผู้ขับ เน้นการใช้งานที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมรถ
การันตีการขับที่สนุกและปลอดภัยทุกสถานการณ์ ด้วย 5 โหมดการขับ คือ Wet, Individual, GT (พื้นฐาน), Sport และ Sport+ พร้อมติดตั้งระบบออกตัว (Launch Control) สำหรับการทะยานจากจุดสตาร์ท รวมถึงมีระบบควบคุมการทรงตัว (ESP-Electronic Stability Programme) ที่สามารถปรับได้ 3 แบบ คือ ON, TRACK และ OFF ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับได้สัมผัสกับความท้าทายในการควบคุมรถอย่างเป็นธรรมชาติ
อีกหนึ่งความพิเศษของคือช่วงล่างหน้า-ดับเบิลวิชโบน และหลัง-มัลติลิงค์ พร้อมโช้กอัพอะแดปทีฟ ‘BILSTEIN DTX’ ที่มีความความยืดหยุ่น นุ่มหนึบ และความละเอียดในการขับมากขึ้นถึง 500% (เทียบกับ DB11 V8) นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) กับยนตรกรรมสายพันธุ์ DB
ควบคุมรถอย่างมั่นใจด้วยคาลิเปอร์เบรกหน้า 6 พ็อต หลัง 4 พ็อต จับคู่จานเบรกโลหะเจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 400 และ 360 มิลลิเมตร ตามลำดับ พร้อมมีจานเบรกคาร์บอนเซรามิก เจาะรูระบายความร้อน หน้า-หลังขนาด 410 และ 360 มิลลิเมตร เป็นออปชัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการชะลอความเร็ว และลดน้ำหนักใต้สปริงได้ถึง 27 กก. สำหรับ Aston Martin DB12 จำหน่ายในไทยราคาเริ่มต้น 21,900,000 บาท






