“ดิ ออล-นิว อาร์ทูรา” คือยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (High-Performance Hybrid – HPH) รุ่นแรกของแมคลาเรนที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาด Supercar (series production) เป็นการรังสรรค์ที่กลั่นจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแมคลาเรนกว่าครึ่งศตวรรษในด้านวิศวกรรมยานยนต์สำหรับสนามแข่ง F1 และยานยนต์สำหรับท้องถนน ผสมผสานสมรรถนะที่น่าตื่นเต้น พลวัตในการขับขี่ และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV)
McLaren Artura เป็นยนตรกรรมรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด
“McLaren Carbon Lightweight Architecture – MCLA” ซึ่งได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษให้สอดรับกับระบบส่งกำลังของซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (HPH) เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้น ณ ศูนย์ McLaren Composites Technology Center (MCTC) ของบริษัท ในเมืองเชฟฟิลด์ (Sheffield)

ตัวถังน้ำหนักเบาที่ประกอบขึ้นด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียมแบบซูเปอร์ฟอร์ม อวดโฉมสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของซูเปอร์คาร์ และปรัชญาการออกแบบ “form follows function” ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นตัวนำรูปแบบ ทำให้ยนตรกรรมมีรูปลักษณ์แบบฟิล์ม shrink wrap ที่เรียบหรูและสมดุล อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม 488PS/ตัน* (วัดจากน้ำหนักรถเปล่าเมื่อเบาที่สุดที่ 1,395 กก.*)
วิศวกรรมที่เน้นน้ำหนักเบาเป็นพิเศษทำให้อาร์ทูรามีน้ำหนักเบาที่สุดในยนตรกรรมระดับเดียวกัน
โดยมีน้ำหนักรถแบบไม่บรรทุกสัมภาระ (DIN) เพียง 1,498 กก.* ระบบส่งกำลังประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.0 ลิตรเทอร์โบคู่แบบใหม่ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า (E-Motor) และชุดแบตเตอรี่พลังสูง ซึ่งให้กำลังขับรวมที่ 680PS (671bhp) และ 720Nm (530lb ft) กำลังขับ 585PS (577bhp) (เข้าใกล้ 200 แรงม้าต่อลิตร) และ 585Nm จากเครื่องยนต์ V6 ใหม่

มอเตอร์ไฟฟ้า 95PS ให้แรงบิดทันทีสูงสุด 225Nm เพื่อการตอบสนองต่อคันเร่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในซูเปอร์คาร์จากแมคลาเรน พร้อมอัตราเร่งที่ดุเดือด 0-100 กม./ชม. ใน 3 วินาที* 0-200 กม./ชม. ใน 8.3 วินาที* และ 0-300 กม./ชม. ใน 21.5 วินาที*
อาร์ทูราเป็นยนตรกรรม แมคลาเรน ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดเท่าที่เคยมีมา (อัตราการใช้เชื้อเพลิง 50+ ไมล์ต่อแกลลอน อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์รวม 129 กรัม/กม. วัดจากมาตรฐาน EU และ WLTP*) มีแบตเตอรี่ขนาด 7.4 kWh รองรับการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 30 กม.* รับประกันยานพาหนะ 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่ 6 ปี และรับประกันตัวถัง 10 ปี
ระบบเกียร์ 8 สปีดน้ำหนักเบาใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับระบบดิฟเฟอเรนเชียลแบบอิเล็กทรอนิกส์ E-DIFF ตัวแรกของแมคลาเรน ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบใหม่ และพวงมาลัยไฮดรอลิก และระบบกันสะเทือนแบบปรับไฟฟ้าอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ความเสถียรและสมรรถนะที่มีพลวัตยาง Pirelli P ZERO™ CORSA รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเทคโนโลยี Pirelli Cyber Tyre® มอบระดับการยึดเกาะที่เทียบเท่ากับยาง P ZERO™ Trofeo R ในรุ่น 600LT

การตกแต่งภายในโฉมใหม่มาพร้อมปุ่มควบคุมที่ไม่ต้องยกมือออกมาจากพวงมาลัย ระบบอินโฟเทนเมนต์ หน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 8 นิ้วที่ช่วยให้สามารถตั้งค่าระบบช่วยขับขั้นสูง (ADAS) และระบบแชร์หน้าจอจากสมาร์ทโฟน (smartphone mirroring)
สถาปัตยกรรมไฟฟ้าที่ล้ำสมัยช่วยให้สามารถทำการอัปเดตผ่านดาวเทียม (Over-The-Air หรือ OTA) ได้ มีระบบติดตามยานพาหนะที่ถูกโจรกรรมในตัว (มีในยนตรกรรมที่วางจำหน่ายบางตลาดเท่านั้น) และระบบที่รองรับการอัปเกรดในอนาคต

McLaren Artura “ดิ ออล-นิว แมคลลาเรน อาร์ทูรา” เปิดตัวแล้วในวันนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทั้งสำหรับตัวบริษัทเองในฐานะผู้บุกเบิกยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ระดับหรู และทั้งสำหรับยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีและสมรรถนะของยานยนต์ซูเปอร์คาร์
ยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ไฮบริดสมรรถนะสูง (High-Performance Hybrid – HPH) รุ่นแรกของแมคลาเรนที่ผลิตขึ้นสำหรับตลาด Supercar (series production) นี้
เกิดจากการหลอมรวมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์สำหรับสนามแข่งและสำหรับท้องถนนกว่าครึ่งศตวรรษของบริษัท ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความทุ่มเทของแมคลาเรนที่มีต่อผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
หยั่งรากอยู่บนปรัชญาทางวิศวกรรมของแมคลาเรนว่าด้วยยนตรกรรมน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ “ดิ ออล-นิว อาร์ทูรา” คือผลลัพธ์ที่กลั่นออกมาจากทุกอณูของความเป็นแมคลาเรน ทั้งการออกแบบที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือกว่า ความเป็นเลิศทางพลวัติการขับขี่ และนวัตกรรมด้านวิศวกรรม แล้วนำมาผสานเข้ากับระบบไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มข้อได้เปรียบให้กับยานยนต์ผ่านคันเร่งที่ด้วยการตอบสนองไวยิ่งขึ้น การปล่อยควันพิษที่ต่ำลง และความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 30 กม.* เพื่อการเดินทางที่ไร้มลภาวะ
ด้วยการปรับโฉมใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า “อาร์ทูรา” ได้เปิดโอกาสให้วิศวกรและนักออกแบบของแมคลาเรนใช้พลังสร้างสรรค์ และตอบโจทย์ที่ท้าทายที่สุดนั่นคือ จะทำอย่างไรเพื่อคงไว้ซึ่งปรัชญาวิศวกรรมน้ำหนักเบาที่เป็นเอกลักษณ์ของแมคลาเรน เมื่อระบบส่งกำลังแบบไฮบริดจำเป็นต้องมีองค์ประกอบเพิ่ม เช่น มอเตอร์ไฟฟ้าและและชุดแบตเตอรี่

ความมุ่งมั่นในการรังสรรค์ยนตรกรรมน้ำหนักเบาซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายคือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากทุกมิติของอาร์ทูรา จากแพลตฟอร์มแชสซี ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวสถาปัตยกรรมใหม่ของ
McLaren Artura แบรนด์ McLaren Carbon Lightweight Architecture (MCLA) ใหม่ ไปจนถึงระบบส่งกำลัง HPH ขนาดกะทัดรัดที่เป็นเอกลักษณ์ และน้ำหนักของสายเคเบิลในระบบไฟฟ้า (ซึ่งสามารถทำให้น้ำหนักเบาลงได้ถึงร้อยละ 10) ทั้งหมดนี้ทำให้อาร์ทูราเป็นยนตรกรรมที่มีน้ำหนักรถเปล่าเบาที่สุด เพียง 1,395 กก.* โดยที่น้ำหนักรวมของส่วนประกอบไฮบริดอยู่ที่ 130 กก. (ประกอบด้วยแบตเตอรี่ 88 กก. และมอเตอร์ไฟฟ้า 15.4 กก.) และน้ำหนักขณะไม่บรรทุกสัมภาระ (DIN kerb weight) อยู่ที่ 1,498 กก.* เทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์ในกลุ่มเดียวกันที่ไม่มีระบบส่งกำลังแบบไฮบริด นี่คือข้อได้เปรียบด้านน้ำหนักที่ทำให้อาร์ทูราเหนือกว่ายนตรกรรมใด ๆ
วิเคราะห์ เจาะลึก ทุกข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา กับผม นิธิ ท้วมประถม
ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสาร ข่าวรถยนต์ รถใหม่ สกู๊ปพิเศษ ลองขับ อย่าลืมติดตามเรา ช่องยูทูป – auto lifethailand tv
ติดต่อโฆษณา
Project Manager (คุณแอม)
โทร. 089 533 5115
Email : autolifethailand@gmail.com
หรือ Inbox ได้ทาง Facebook Fanpage https://www.facebook.com/autolifethailand.tv
รีวิวรถยนต์ ข่าวแบรนด์รถยนต์ ไลฟ์สไตล์ รถใหม่
ส่อง 5 รถหรู “ไฮเปอร์คาร์-ซูเปอร์คาร์” ราคารวม 100 ล้าน
ฐานเศรษฐกิจ
05 ก.พ. 2567 | 19:51 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ก.พ. 2567 | 20:04 น.
ส่อง 5 รถหรู ไฮเปอร์คาร์-ซูเปอร์คาร์ ราคารวม 100 ล้าน เข้าฉาก MV เพลง “เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง (MONEY)” ที่ขึ้นแท่นเอ็มวีทุ่มทุนสร้างราคาแพง แต่สอดแทรกปรัชญาสอนใจ
ขึ้นแท่นเป็นมิวสิกวิดีโอ (MV) สุดแพงแห่งปี กับซิงเกิลใหม่ “เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง (MONEY)” ของศิลปิน “แอ็คมี่-วรวัฒน์ นาคแนวดี และ แชมป์-ธนัช เมทะนะยานนท์ แห่งวง DoubleDeep ภายใต้สังกัด Great Begins Records

สร้างความฮือฮาเพราะยกทัพ Super Props สุดแพงสุด Luxury รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท มาใช้เป็นพร็อพส์เข้าฉากเพลงเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง ที่สอดแทรกปรัชญาสอนใจแบบเจ็บลึกตามชื่อเพลงไปถึงคนรุ่นใหม่ผ่านทาง Music Streaming ทั้ง JOOX, Spotify, iTunes, Deezer, YouTube Music, Tidal และอื่น ๆ

หรูชนิดที่ว่าต้องจัดบอดี้การ์ดมาเฝ้าไม่ว่าจะเป็น ไฮเปอร์คาร์-ซูเปอร์คาร์-ลักซ์ชูรีคาร์ ที่มีทั้ง Porsche, Bentley, McLaren นาฬิกาหรู Richard Mille, Patek Phillippe, Rolex รวมถึง Accessory ราคาแพง และกระเป๋าแบรนด์เนมราคาหลักล้าน ตามคอนเซปต์ของเพลง “เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง”
ฐานเศรษฐกิจ จะพาไปส่องรถหรูทั้ง 5 คันที่นำมาเข้าฉากใน MV ที่มีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท มาดูกันว่ามีรถรุ่นไหนและราคาเท่าไหร่กันบ้าง
1. McLaren 765LT
รถซูเปอร์คาร์จากแดนผู้ดี ที่มีเพียง 765 คันในโลกเท่านั้น มาพร้อมดีไซน์ภายนอกมีลักษณะเหมือนยานอวกาศ มีน้ำหนักเบา การขับขี่ที่ดุดันจากเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ทำให้มีพละกำลังสูงสุด 765 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 800 นิวตันเมตร ภายในห้องโดยสารพื้นรถและเบาะใช้คาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบามาก ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 48 ล้านบาท
McLaren 765LT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
GWM ไทย ดันส่งออก TANK ORA ทะลุ 3,000 คัน ขยายตลาดอีก 9 ประเทศ
รีวิว Mazda CX-30 ESSENTIAL ผู้ขายไม่ท้อ คนซื้อก็ได้ ICE สมรรถนะดี
เจาะยอดขายรถ 8 เดือนปี 68 เช็กเลยรถยนต์แบรนด์ใดขายดี 10 อันดับแรก
OMODA&JAECOO มั่นใจปี’69 ขาย 2.5 หมื่นคัน เปิดรถใหม่ 4 รุ่น C3 ผลิตไทย
ซูซูกิ เปิดตัว Suzuki Fronx ราคา 6.89 – 7.99 แสนบาท นำเข้าอินโดนีเซีย
2. Bentley Flying Spur First Edition W12
รถตัวท็อปดีไซน์สุดล้ำสมัยได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากรถต้นแบบ EXP100 GT ขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีเครื่องยนต์ W12 ขนาด 6.0 ลิตร มีพละกำลังสูงสุด 635 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 900 นิวตันเมตร ภายในห้องโดยสารนั่งได้สบายพร้อมด้วยวัสดุคุณภาพในระดับหรูหราประณีตผสมผสานระบบไฮเทคต่าง ๆ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 25,990,000 บาท
Bentley Flying Spur First Edition W12
3. Bentley Flying Spur V8
รถซีดานสุดหรูระดับไฮคลาส มีดีไซน์ที่หรูหราผสมผสานความโฉบเฉี่ยวและความคล่องตัว ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ พละกำลังสูงสุด 542 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 770 นิวตันเมตร ภายในห้องโดยสารทำจากวัสดุคุณภาพสูงจากคาร์บอนไฟเบอร์ผสมผสานลายไม้หรูสุดคลาสสิก เบาะนั่งสามารถปรับนวด-ปรับอุณหภูมิได้ และออฟชั่นสุดว้าวอีกมากมาย ถือเป็นรถเก็บสะสมของคนรัก Luxury Car เนื่องจากรถรุ่นนี้ไม่มีการผลิตออกมาแล้ว ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 18 ล้านบาท
Bentley Flying Spur First Edition W12
4. Porsche 718 Cayman GT4
รถสายหล่อแม้จะตัวเล็กแต่ขุมกำลังไม่เล็ก มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร NA flat-six มีพละกำลังสูงสุด 493 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร และมีการใช้วัสดุ Reinforced Plastic Carbon Fiber ความแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา มาพร้อมหลังคาประทุนน้ำหนักเบาพับเก็บลงภายใต้ฝากระโปรงท้ายได้อย่างรวดเร็ว ภายในห้องโดยสารเรียบหรูดูแพงมาพร้อมกับวัสดุคุณภาพระดับ Premium ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 9 ล้านบาท

5. Porsche Cayenne Platinum Edition
รถรูปทรงเท่พร้อมดึงดูดทุกสายตา ดีไซน์สุดประณีตและผสมผสานความหรูหรา มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Cayenne E-Hybrid มีพละกำลังสูงสุด 462 แรงม้า หรือ 340 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 700 นิวตันเมตร ภายในห้องโดยสารดีไซน์ที่สัมผัสถึงความหรูหรา มาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่ง Aluminium Interior Package และชิ้นงานภายในสีเงิน Silver-Coloured Trims ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 8.9 ล้านบาท
Porsche Cayenne Platinum Edition
![[ครบชุด] T2909050 นขอต วแทนได Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/09/image-1199.png)
![[ครบชุด] T2909048 นขอต วแทนได Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/09/image-1200.png)