[Test Drive]MCLAREN 720S ที่สุดแห่ง ซุปเปอร์คาร์
โดย วรัญญู ยอดพรหม
โพสต์เมื่อ 05 October 2561
ซุปเปอร์คาร์ McLAREN 720S คือรถสปอร์ตที่ก้ามข้ามความเป็น ซุปเปอร์คาร์ ไปแล้วด้วยการรวมเอาเทคโนโลยีที่ใช้ในรถ F1 มารวมอยู่ใน 720s ถ้าคุณหลงไหลในความเร็วและอารมณ์ในการขับสุดยอดรถยนต์

นิช คาร์ กรุ๊ป ผู้นำเข้าตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ระดับซุปเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ หนึ่งในรถยนต์ที่เป็นตัวแทน คือ แมคลาเรน (McLaren) ได้จัดกิจกรรม ทดสอบ McLaren 720s ที่สุดแห่ง ซุปเปอร์คาร์ โอกาสคงมีไม่มากนักกับการได้ขับรถ ซุปเปอร์คาร์ เมื่อได้รับโอกาส ที่จะได้สัมผัสรถยนต์ที่ทุกคนฝันในวัยเด็กก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นในการทดสอบครั้งนี้

ถ้าพูดถึง ซุปเปอร์คาร์ในโลก แมคลาเรน ถึงเป็นหนึ่งยี่ห้อที่ผลิตรถ ซุปเปอร์คาร์ อย่างจริงจังพร้อมเทคโนโลยีที่ได้มาจาก F1 เพราะเป็นหนึ่งในบริษัทที่พัฒนาร่วมกับรถแข่งจริงๆพร้อมทั้งใส่เทคโนโลยีต่างๆที่ใช้ในการแข่งขันลงมาใช้ในรถจริงที่ผลิตออกขาย

McLaren 720s ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ไฟหน้า Static Adaptive Headlight ประกอบด้วย LED จำนวน 17 หลอด/ข้าง โดย LED 5 หลอด ถูกใช้เป็นระบบส่องสว่างปกติ และ 12 หลอดที่เหลือ สามารถปรับเปลี่ยนลำแสงในการส่องสว่างได้ตามทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ ซึ่งเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็วตามพวงมาลัย หลักการออกแบบเน้นหลักอากาศพลศาสตร์ ตั้งแต่ช่องด้านหน้าที่ออกแบบให้รับลมเย็นทางช่องหน้ารถแทน การผ่านซุ้มล้อ เหมือนรุ่นเดิมเพื่อให้ได้อากาศที่เย็นสุด เป้าหมายก็คือการดักให้ลมไหลเข้าส่วนที่ระบายความร้อนเช่นหม้อน้ำได้ดีที่สุด หม้อน้ำอยู่ลึกกว่า 15 มิลลิเมตร มีแค่แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์บางๆ เท่านั้นที่กั้นระหว่างหม้อน้ำกับอากาศภายนอก วิศวกรของ McLAREN พยายามมากในการออกแบบเพื่อกำจัดแบบบอดี้ส่วนที่ไม่จำเป็นออก ส่วนอื่นไม่ว่าจะเป็นตัวถัง เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบเบรกและเทคนิคของการปรับรูปทรงให้เชื่อมโยงกับหลักอากาศพลศาสตร์ที่ถูกต้อง

เมื่อมองจากด้านข้างตัวรถ ตามปกติ ซุปเปอร์คาร์จะต้องมีช่องรับอากาศด้านข้างโตๆ โดยเฉพาะพวกที่วางตำแหน่งเครื่องยนต์เอาไว้ที่กลางลำตัว แต่รูปทรงของ 720S กลับแบนราบและไหลลื่นจนมองไม่เห็นเครื่องยนต์ทั้งจากด้านหลังและด้านข้าง เราจะต้องเดินเข้ามาใกล้ๆ รถแล้วมองลงไปที่กลางรถ ถึงจะเห็นว่าเครื่องยนต์ของรถอยู่ที่ตำแหน่งกลางรถ ในการเดินทางของอากาศเข้ามาสู่ห้องเครื่องนั้นทาง วิศวกรรม McLAREN ได้ออกแบบให้อากาศเดินทางผ่านช่องของประตูคาร์บอนที่ออกแบบให้มันกลวง เพื่อนำอากาศเดินทางมายังห้องเครื่อง ถือเป็นการออกแบบที่ฉลาดมาก

McLaren 720s ใช้เครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร ตัวเทอร์โบเป็นแบบ Twin Scroll มีรอบในการหมุน 160,000 รอบต่อนาที ชุด Wastegates หรือส่วนควบคุมวงจรการทำงานของเทอร์โบ ปรับจูนมาเป็นการควบคุมด้วยไฟฟ้า เครื่องใหม่นี้ทาง McLaren เคลมว่าชิ้นส่วนเกือบ 50% เป็นชิ้นใหม่ที่ไม่ได้ยกมาจากรถรุ่นอื่นๆ เช่น ท่อร่วมไอดี ลูกสูบ เพลาข้อเหวี่ยง ฝาสูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ และระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มี 2 หัวฉีดต่อ 1 สูบ เป็นการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงในท่อร่วมไอดี การทำงานของหัวฉีดไฟฟ้า จะเป็นการทำงานแค่ 8 หรือ 16 หัวฉีด ขึ้นตรงกับการประมวลผลของ ECU การปรับท่อระบายไอเสียมาใช้โลหะไทเทเนียม พร้อมชุดเฮดเดอร์แบบแยกสองวงจร จัดวางในรูปแบบไขว้ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคจากรถแข่ง F1 ชุดท่อไอเสียไทเทเนียมลดน้ำหนักได้อีก 1.1 กิโลกรัม แรงม้าสูงสุด 720 แรงม้า (BHP หรือ 720PS) ที่ 7,500 รอบต่อนาที แรงบิด 568lb ft หรือ 770 Nm ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที กำลังที่เพิ่มขึ้นกับน้ำหนักที่ลดลง ทำให้สร้างอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลา 2.9 วินาที 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.8 วินาที และควอเตอร์ไมล์ภายใน 10.3 วินาที เกียร์ของ 720S เป็นแบบ 7 สปีด ‘คลัตช์คู่’ โดยผู้พัฒนาเกียร์ลูกนี้คือบริษัท Graziano จากอิตาลี การทำงานของเกียร์ควบคุมด้วยซอร์ฟแวร์ SSG (Seamless Shift Gearbox) ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์รวดเร็วและต่อเนื่องแถมท้ายด้วยฟังก์ชั่น Pre-cog รับหน้าที่จับสัมผัสที่ผู้ขับกระทำกับ Paddle Shift หลังพวงมาลัยทั้ง 2 ฝั่ง โดยระดับและความเร็วในการกด Paddle จะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นการปรับระยะฟรีโหลดในการกดคลัตช์ ส่งผลต่อเนื่องไปยังความเร็วในการทำงานของคลัตช์ สร้างความแตกต่างในการคอนโทรลคลัตช์ได้ใกล้เคียงการเหยียบคลัตช์แบบดั้งเดิม
ภายในรถ เมื่อคุณเปิดประตูเข้าไปนั่ง ประตูเป็นแบบปีกนกและเพื่อให้ใช้งานง่ายต่อการปิด ได้ติดตั้งระบบดูดประตูเข้าไปด้วย เหมือนรถระดับหรูกันเลย การวางตำแหน่งของประตูและความสูงของตัวรถนั้นมีความพอดีทำให้เข้าออกรถได้อย่างง่ายดาย เบาะนั่งคาร์บอนหุ้มหนังกลับที่บางเฉียบ โอบรับกับตัวผู้ขับขี่มองจากตำแหน่งคนนั่ง จะเข้าใจในกฎการออกแบบของ McLaren ว่าทำอย่างไรให้ผู้ขับรู้สึกไม่อึดอัด สิ่งที่ทำให้โปรงคือหลังคาด้านหลังเป็นกระจก ทำให้การมองโล่งให้ทัศนวิสัยที่ดีมาก ต้องชมทีมงานการออกแบบที่เข้าใจในผู้ขับขี่



พวงมาลัยของ McLaren เรียบง่ายชนิดที่ไม่มีอะไรให้กดบนพวงมาลัยเลย เป็นความตั้งใจในการออกแบบ เพื่อให้ผู้ขับตั้งใจในการขับขี่มากที่สุดดังนั้นการออกแบบจะเป็นแบบเรียบง่าย รวมทั้งหน้าปัดสามารถพับเก็บลงได้ เพื่อไม่ให้ปังสายตาแต่ก็ยังจะโชว์ เฉพาะค่าที่จำเป็นต่อการขับซิ่งจริงๆ เหมือนกับพวกรถ F1 ถ้ากางหน้าปัดออกมา คุณจะได้ข้อมูลทุกอย่างที่ต้องการ ขึ้นอยู่กับว่าจะปรับไปโหมดไหน ถ้าเป็นโหมด Comfort มันจะโชว์ค่าน้อยลงทำให้มองแล้วสบายตา แต่ถ้าไปที่โหมด Track สำหรับการขับซิ่งในสนามแข่ง ค่าอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการซัดรถก็จะโชว์ข้อมูลครบมากขึ้น แต่ถ้ากดโหมด Active Dynamic Panel ส่วนของหน้าปัดไปที่ Track หรือกดปุ่มพับหน้าปัดเอง ตัวแผงมาตรวัดจะล้มตัวมาข้างหน้าแล้วเลื่อนเข้าเก็บ เหลือเพียงจอโชว์ค่าบางค่าที่จำเป็น เพื่อให้ผู้ขับไม่เสียสมาธิ





ด้วยความแรงระดับ 720 แรงม้า และน้ำหนัก 1,283 kg มันต้องการแรง กดหรือ Downforce เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก และด้วยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรถแข่ง F1 อย่างค่าย McLAREN ทำให้เรียนรู้การออกแบบเพื่อให้ใช้ลมในการสร้างแรงกดเพื่อให้รถอยู่ติดพื้นตลอดเวลา สปอยเลอร์หลังปรับองศาได้ตามการขับขี่ และมีความกว้างซ้ายจรดขวายาวจนสุดของบอดี้ วิงหลังมีขนาดที่โตกว่าของ 650S สามารถกางขึ้นตั้งตรงเป็นแนวชันเพื่อกลายร่างเป็นเบรกอากาศได้ภายในเวลาแค่ครึ่งวินาทีไม่เกินนั้นเมื่อคนขับกระทืบแป้นเบรกแบบเต็มเหนี่ยว การทำงานของวิงหลังก็ไม่ได้มีค่าที่ตายตัว มันจะกางตั้งชันมากหรือน้อยอยู่ที่เซนเซอร์และกล่องสมองกลอิเล็กทรอนิกส์ที่รับหน้าที่ในการสั่งงาน โดยทำการคำนวณจากค่าของความเร็วและอาการต่างๆ ที่รถส่งถ่ายออกมา รวมถึงการถ่ายน้ำหนักของตัวรถ วิงหลังแบบ Active มอบแรงกดส่วนท้ายหรือ Downforce มากขึ้นกว่าเดิมอย่างมหาศาล!

สิ่งทีเพิ่มความตื่นเต้นในการขับขี่คือระบบ Variable Drift Control ซึ่งเหมือนกับระบบที่ใช้ใน AMG GT R แต่ในขณะที่ AMG เป็นสวิตช์หมุน ของ McLaren ทำเป็นจอดิจิทัล การทำงานคือแบบที่เข้าใจง่ายคือการดริฟท์นั้นเองแต่ที่ เจ๋งคือมันสามารถคุมได้ว่าจะให้ท้ายออกมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือผู้ขับขี่ด้วย

ช่วงล่างของ McLaren 720S จัดเป็น Adaptive Suspension หรือกันสะเทือนที่ปรับการตอบสนองได้ตามรูปแบบการขับขี่ ถูกควบคุมด้วยระบบ ‘ProActive Chassis Control’ เจเนอเรชั่นที่ 2 หรือ ‘PCC II’ แนวคิดของระบบนี้ จาก McLaren อาจทำให้ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์หลายค่ายต้องทึ่ง วัตถุประสงค์คือ “การแยกความนุ่มนวลในการขับขี่ออกจากอาการโคลง ขณะรถเข้าโค้ง” McLaren 720S จึงไม่จำเป็นต้องมีเหล็กกันโคลงมาช่วยสร้างน้ำหนักส่วนเกินอีกต่อไป ช็อคอัพทั้ง 4 ล้อ ของ McLaren 720S ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านวงจรไฮดรอลิค ความคล่องตัวในการไหลของของไหล (Fluid) ภายในวงจร จะเป็นตัวแปรหลักต่อการตอบสนองของระบบกันสะเทือนทั้งระบบ ซึ่งจะถูกคอนโทรล ‘ผ่านวาล์ว’ ภายใต้การควบคุมการทำงานโดยสมองกลอีกทีอาการ ‘ยุบตัว’ หรือ ‘ยืดตัว’ ของช็อคอัพตัวใดตัวหนึ่งจึงส่งผลต่อเนื่องไปยังช็อคอัพตัวอื่นๆ ได้ตามการประมวลผล ซึ่งซอฟต์แวร์ในส่วนของงานแชสซี ถูกออกแบบผ่านแบบจำลองทางคณิตศาสตร์โดยความร่วมมือของMcLaren กับ University of Cambridge เพื่อให้ได้ ‘อัลกอริทึม’ ในระดับก้าวหน้า (Advanced Algorithms) รองรับตัวแปรจากการทำงานของช่วงล่างในทุกสภาพถนน จากเซ็นเซอร์จำนวน 12 ตัว ทุกสัญญาณอาทิ อัตราเร่ง, องศาการหักเลี้ยวของพวงมาลัย, แรงดันภายในช็อคอัพแต่ละล้อ จะถูกนำมาวิเคราห์และประมวลผลก่อนสั่งปรับแต่งอาการของรถ ด้วยเวลาในทุกขั้นตอนเพียง 0.002 วินาที




สำหรับการทดสอบในพีระเซอร์กิตช่วงสั้นๆ แค่ 2 รอบ สนามอาจน้อยไปสำหรับการทดลองแต่อย่างน้อยก็ได้สัมผัสความรู้สึกของพลังงานเครื่องจักรในแบรนด์ MCLAREN ที่โด่งดัง เริ่มการทดสอบในรอบแรกเป็นการทำให้ผู้ขับชินกับตัวรถเพราะสิ่งที่ ผู้บรรยายให้ความรู้นั้นบอกมาว่ารถ 720s นั้นถูกออกแบบมาให้ขับทั้งสองเท้าถ้าขับขี่ในแทรก ซึ่งมันขัดกับการใช้ชีวิตส่วนใหญ่ของผู้ขับโดยทั่วไปมากถ้าคุณไม่ใช้นักแข่งรถ วนในรอบแรกทดลองการใช้เบรคที่เท้าด้านซ้าย จริงอย่างที่ instructor ได้บอกไว้เพราะการวางตำแหน่งของแป้นเบรคนั้นสามารถวางเท้าซ้ายได้อย่างถนัด ขับไปได้หนึ่งรอบก็พร้อมที่จะรับพลังจากเครื่องยนต์ 720 แรงม้า ในรอบจริงถึงทางตรงของสนาม กดคันเร่งเต็มกำลัง บอกได้คำเดียวว่าแรง จี ที่ออกมาจากเครื่องยนต์นั้นเหมือนกับร่างกายของคุณจะหลุดออกจากตัวรถ มันเป็นเรื่องจริงเพราะ ตัวผมซึ่งเป็นนักทดสอบรถสัมผัสรถยนต์มาหลากหลายแต่ก็ไม่เคยรู้สึกกลัวเหมือนในครั้งนี้ แต่มันก็เต็มไปด้วยความสนุก พอถึงทางโค้งกระทืบเบรคเท้าซ้ายอย่างแรงตัวรถชลออย่างมั่นคงไม่เสียอาการเรียกว่าเบรคตามเท้าแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพเบรคที่ดีมาก(เข้าใจได้ว่าทำไมต้องเบรคด้วยเท้าซ้ายเพราะแรง จี ที่เกิดขึ้นในการขับขี่คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนเท้าได้ทันในการแข่งขัน อารมณ์ในการขับขี่เหมือนคุณขับโกคาร์นั้นเอง) การบังคับเลี้ยวในทางโค้งนั้นคมมากตามพวงมาลัย ด้วยระบบที่ออกแบบมาอย่างฉลาด ทุกครั้งที่คุณเลี้ยว เช่น เลี้ยวขวาเบรคจะจับล้อหน้าด้านขวาเบาๆเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างรวดเร็วนั้นเอง วิ่งไปตามแทรกเมื่อผ่านถนนที่ไม่เรียบระบบช่วงล่างก็แสดงให้เห็นว่าการเกาะถนนที่ดีมาพร้อมกับความนุ่นนวลนั้นทำได้จริง จบสำหรับการขับหมดเวลาแล้ว
มาถึงรอบที่ นักแข่งของทีม MCLAREN เป็นผู้ขับขี่ให้เรานั่ง บอกได้คำเดียวว่าเราดูเด็กมาก เขาสามารถเรียกกำลังของตัวรถได้ออกมาอย่างเต็มที่ตามแรงม้าที่โรงงานให้มา แสดงให้เห็นถึงอัตราเร่ง การเบรคในจุดที่ลึกมากแต่อยู่ เกียร์ที่เปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วให้การตอบสนองที่ดี แสดงให้เห็นว่า 720S นั้นสุดแค่ไหน
สรุปบอกได้เลยว่า 720S นั้นถ้ารถในกลุ่มเดียวกัน ด้วยราคา เริ่มต้นที่ 26 ล้านบาท ไปจนถึง 30 ล้านบาท นั้น MCLAREN ก้าวข้ามผ่านคำว่า ซุปเปอร์คาร์ ไปแล้วมันควรจะเป็น ไฮเปอร์คาร์ ด้วยระบบต่างๆที่ถ้านั่งพูดกันว่ามีระบบพิเศษอะไรบ้างนั้นน่าจะพูดได้ทั้งวัน คงไม่ต้องบอกว่าดีตรงไหนเพราะมันดีไปหมดถ้าคุณพร้อมที่จะจ่าย
เช็คราคารถใหม่ และโปรโมชั่น ได้ที่นี่ ที่นี่
ต้องการซื้อรถมือสอง ตรวจสอบราคารถยนต์มือสอง เชิญที่นี่
มาร่วมแชร์ความเห็นของคุณบนเวบบอร์ด Autospinn คลิกที่นี่
เปิดตัวรถหรูรุ่นใหม่ รับปีเสือ! พาส่อง 5 แบรนด์ รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ที่มาแรงที่สุดในปี 2022
ปีเสือทอง 2022 นี้ สำหรับตลาด รถหรู ซุปเปอร์คาร์ คาดว่าปีนี้น่าจะเป็นที่หลายแบรนด์รถหรู จะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือด และจะเป็นปีที่แบรนด์รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ได้ผลิตรถหรูรุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย ที่มีสมรรถนะ เครื่องยนต์ เทคโนโลยี ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ล้ำสมัยมากขึ้นทุกวัน
รวมถึงก็มีแบรนด์ซุปเปอร์คาร์ รถหรูหลายรุ่นที่เป็นรถโฉมใหม่ ไม่เคยเผยหน้าตาออกสู่สื่อมาก่อน ได้วางกำหนดการเปิดตัวรถในปีนี้เอาไว้ด้วยแล้วเช่นกัน ซึ่งแอบกระซิบว่าแบรนด์รถหรู ซุปเปอร์คาร์แต่ละคันที่มีคิวกำลังจะเปิดตัวในปีนี้ มีแต่แบรนด์ดังขวัญใจคนรักรถหลาย ๆ คนแน่นอน
ในบทความนี้ Prime Cars Rental เลยขอพาทุกท่านมาส่อง 5 แบรนด์ รถหรู ซุปเปอร์คาร์ รุ่นใหม่ ที่มาแรงที่สุดในปี 2022 ว่าจะมีแบรนด์รถหรู ซุปเปอร์คาร์รุ่นไหนที่จะเปิดตัวออกมาให้ผู้ที่รักในรถหรู ซุปเปอร์คาร์ และชื่นชอบในความเร็ว ได้อัปเดตเทรนด์กันเป็นที่แรกในปีนี้
(โดยข้อมูล รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ทั้งหมดอ้างอิงจากตลาดต่างประเทศ ดังนั้น ในบางรุ่นหากต้องการซื้อในเมืองไทย อาจจะต้องรอสักระยะถึงจะมีเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ)
รถหรูรุ่นใหม่ 2022! พาส่อง 5 แบรนด์ รถหรู ซุปเปอร์คาร์ รุ่นใหม่ ที่มาแรงที่สุดในปีนี้
Aston Martin Valkyrie AMR Pro 2022

ภาพจาก renderhub
Aston Martin Valkyrie AMR Pro 2022 คือสุดยอดรถหรูระดับไฮเปอร์คาร์ จากแบรนด์สัญชาติอังกฤษอย่าง Aston Martin มีจุดเด่นที่สุดในเรื่องของการทำความเร็วของเครื่องยนต์ที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 1,000 แรงม้า เรียกว่าการทำความเร็วได้สูสีกับรถแข่งประเภท Formula1 เลยทีเดียว
โดย Aston Martin Valkyrie AMR Pro 2022 มาพร้อมการดีไซน์ที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยวกว่าเดิมด้วยสปอยเลอร์ปีกหลังที่ออกแบบมาใหม่ให้มีขนาดใหญ่ที่ใหญ่ขึ้น, แชสซีคาร์บอนไฟเบอร์ ก็เปลี่ยนใหม่ให้รับกับระยะฐานล้อเพิ่มขึ้นเป็น380 มม.
ส่วนด้านหน้ารถทาง Aston Martin ออกแบบให้มีขนาดที่กว้างขึ้น 96 มม. เช่นเดียวกับด้านท้ายที่กว้างขึ้น 115 มม. และความยาวตัวรถเพิ่มขึ้น 266 มม. รวมถึงปรับปรุงแอโรไดนามิกให้มีประสิทธิภาพเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้น
ภาพจาก motortrend
และที่แตกต่างจาก Aston Martin Valkyrie ในซีรีส์อื่น ๆ ก็คือการเพิ่มสปริตเตอร์ด้านหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ ซุ้มล้อพร้อมครีบหน้าใหม่ กระจกมองข้าง ช่องระบายอากาศด้านท้ายแบบครีบฉลาม ฝาครอบล้อโฉมใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างแรง Downforce ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งช่วยทำให้รถเกาะติดกับพื้นถนนได้ดีขึ้น แม้จะขับด้วยความเร็วสูง
ส่วนเครื่องยนต์ของ Aston Martin Valkyrie AMR Pro 2022 ก็มาในระดับไฮเปอร์คาร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยเครื่องยนต์ 6.5 ลิตร V12 ที่พัฒนาโดย Cosworth สามารถทำรอบได้ 11,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 2.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยราคาของ Aston Martin Valkyrie AMR Pro 2022 ถึงตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยแต่เชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท (หรือมากกว่า)
Ferrari 296 GTB 2022

ภาพจาก carbuzz
Ferrari 296 GTB 2022 รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2022 จากค่าย “ม้าลำพอง” Ferrari ที่เปิดตัวมาด้วยสีแดงสุดร้อนแรง อันเป็นสีเอกลักษณ์ของแบรนด์ Ferrari โดยจุดเด่นของ Ferrari 296 GTB 2022 ก็ยังคงหนีไม่พ้นในเรื่องของความเร็วและขุมพลัง ที่มาในรูปแบบ Plug-in Hybrid กำลังสูงสุดอยู่ที่ 830 แรงม้า
ดีไซน์ของ Ferrari 296 GTB ยังคงคอนเซปต์มาในสไตล์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ในทุกส่วนของรถ เช่นโป่งล้อที่ดูแข็งแรงขึ้น, เสาหลังคาและกระจกหลังแนวตั้งแบบใหม่ พร้อมกับมีการปรับขนาด ช่องดักลมให้ใหญ่ขึ้น ส่วนด้านท้ายของรถจะมีการติดตั้งสปอยเลอร์หลัง แบบ Active ที่สามารถสร้างแรงกดอากาศได้มากถึง 360 กก. เมื่อวิ่งด้วยความเร็วถึง 250 กม./ชม และในส่วนเสา B (B-pillar blind spot)กับหลังคาถูกแยกส่วนออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อเผยให้เห็นในส่วนของขุมพลัง V6 ที่อยู่ด้านท้ายของรถอย่างชัดเจน

ภาพจาก carbuzz
ส่วนต่อมาคือไฮไลท์ของ Ferrari 296 GTB 2022 ก็คือเรื่องของขุมกำลังเครื่องยนต์ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 2,992 ซี.ซี. เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ให้กำลังอีก 164 แรงม้า แรงบิด 314 นิวตันเมตร ชุดเกียร์ DCT 8 ส่งกำลังความแรงไปยังล้อหลัง ส่งผลทำให้มีกำลังรวมสูงสุดที่ 830 แรงม้า แรงบิดมากถึง 740 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 330 กม./ชม. เร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 2.9 วินาที
และอีกหนึ่งความพิเศษของ Ferrari 296 GTB 2022 อย่างที่กล่าวไปว่า Ferrari เป็น Plug-in Hybrid Cars ทำให้สามารถขับขี่แบบใช้ไฟฟ้า 100% ได้โดยไม่ต้องพึ่งกำลังของเครื่องยนต์ (แต่จะสามารถวิ่งได้ประมาณ 25 กิโลเมตร)
โดย Ferrari 296 GTB 2022 จะมีกำหนดการส่งมอบรถคันแรกในช่วงต้นปี 2022 นี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10.2 – 11.45 ล้านบาท แต่คาดการณ์ว่าราคาอาจจะมีการขยับขึ้นอีกเมื่อมีการวางขายอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย

Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae 2022

ภาพจาก carbuzz
Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae 2022 คือ รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ในรุ่น Aventador ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีนี้ จาก Lamborghini ถือว่าเป็นซีรีส์ Aventador ตัวสุดท้ายของแบรนด์ โดยคำว่า Ultimae เป็นภาษาละตินที่แปลว่า “สุดท้าย” ซึ่งจุดเด่นของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae 2022 คือเรื่องของความเร็ว และขุมพลังของรถที่มีสูงถึง 780 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบ Coupé และ Roadster
ภายนอกของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae 2022 ให้อิสระแก่ผู้ครอบครองด้วยการเลือกสีของตัวรถ ที่มีให้เลือก 18 สี และมากกว่า 300 เฉดสีผ่านโปรแกรมปรับแต่ง Ad Personam ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับ Custom ดีไซน์ของตัวรถแบรนด์ Lamborghini ที่จะทำให้คุณเลือกสีรถที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนความเป็นตัวตนของคุณได้มากที่สุด
ทั้งยังมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 และ 21 นิ้ว (เลือกได้) ช่วยในการเพิ่มตัวเลือกในการตกแต่งที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถเลือกติดตั้งยาง Pirelli PZero Corsa ได้ด้วย ส่วนภายนอกของตัวรถ ยังสามารถตกแต่งเพิ่มเติมด้วยลายเส้นตัดกับสีตัวรถ เช่น สีขาว, สีเงิน หรือสีบรอนซ์ ช่วยเพิ่มพลังความดุดันให้รถได้มากยิ่งขึ้น
ภายในรถ ก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทาง Lamborghini จัดมาให้ผู้ขับขี่มากมาย เช่น จอ TFT สำหรับแสดงข้อมูลการขับ, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay รับสาย คุยโทรศัพท์ เปิดแผนที่ ได้ในคลิกเดียว นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้ง Lamborghini Telemetry ที่เป็นตัวช่วยในการบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลในการขับขี่ได้ (กรณีถ้าต้องใช้ในการขับแข่ง)

ภาพจาก motor1
มาดูกันที่ขุมพลังของ Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae 2022 ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์เด่นกันบ้าง โดย Lamborghini Aventador LP 780-4 Ultimae 2022 ใช้เครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร รุ่นปรับปรุง ขับเคลื่อนกำลังด้วยเกียร์ Independent Shifting Rod แบบ 7 จังหวะ แรงบิดอยู่ที่ 720 นิวตัน-เมตร ใช้ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.05 วินาที แรงม้าสูงสุด 780 แรงม้า โดยสามารถเร่งความเร็ว 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 355 กม./ชม.
แต่ในรุ่น Roadster จะมีประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าในด้านการทำความเร็วเล็กน้อยเนื่องจากขนาดตัวถังที่มีน้ำหนักมากกว่า สำหรับ Aventador LP 780-4 Ultimae 2022 นั้นเผยโฉมมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปีนี้ ส่วนราคาจะมีความแตกต่างกันตามประเภทรถ โดยรุ่น Coupé ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 42 ล้านบาท และราคาเริ่มต้นของรุ่น Roadster อยู่ที่ 45 ล้านบาท (ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ)
Maserati MC20

ภาพจาก carbuzz
Maserati MC20 รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ที่กำลังมีคิวจะเปิดตัวในปีนี้ จาก Maserati สุดยอดแบรนด์ซุปเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี ที่เพียงแค่ได้ยินชื่อก็จะสัมผัสได้ถึงความเร็วแรง และดีไซน์ที่สวยงามสะดุดตาผู้พบเห็น โดย Maserati MC20 มีจุดเด่นรอบด้านทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่เป็น Signature ของ Maserati ในทศวรรษใหม่และขุมพลังตัวเครื่อง V6 ทวินเทอร์โบขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 630 แรงม้า ผ่านวิธีการพัฒนาเสมือนจริงผ่านระบบจำลอง Virtual Vehicle Dynamics Development ที่ทีมงานของ Maserati ใช้เวลาในการวิจัยถึง 2,000 ชั่วโมง
Maserati MC20 มีการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในทุกส่วนรอบคัน สร้างความสะดุดตาด้วยอุปกรณ์ชุดแต่งบริเวณกันชนหน้าที่เสริมความโดดเด่น ประตูข้างที่เปิดขึ้นแบบปีกนก ที่ดูภายนอกเวลาเปิดแล้วจะให้ความรู้สึกสง่างาม แต่ก็ใช้เข้า-ออกรถได้อย่างสบาย และเพิ่มตัวเลือกของสีตัวถังเข้ามาอีก 6 สี เช่น สีแดง Rosso Vincente, สีน้ำเงิน Blu Infinito, สีดำ Nero Enigma, สีเหลือง Giallo Genio ฯลฯ

ภาพจาก newsblinding
ภายในของ Maserati MC20 ออกแบบห้องโดยสารที่เน้นความเรียบง่าย และคำนึงถึงประสบการณ์การใช้งานของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ ออกแบบด้วยโทนสีดำทั้งหมด การสั่งการทำได้ผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว จำนวน 2 จอ โดยจอแรกสำหรับระบบขับขี่ รวมถึงปรับโหมดการขับขี่เป็นแบบต่าง ๆ ส่วนอีกจอจะเอาไว้สำหรับควบคุมระบบอำนวยความสะดวกในห้องโดยสาร และบริเวณบนพวงมาลัยมีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ด้านซ้าย และ ปุ่มควบคุมระบบ Launch Control
ต่อมาน่าจะเป็นจุดไฮไลท์ที่หลายคนสนใจ นั่นก็คือเรื่องของเครื่องยนต์ของ Maserati MC20 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 ทวินเทอร์โบขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 630 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่ 3,000 – 5,500 รอบ/นาที มีการพัฒนาระบบเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้ล้ำสมัยมากขึ้น โดยนำไอเดียมาจากรถแข่ง Formula1 เกียร์อัตโนมัติ DCT 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อคู่หลัง อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม. โดย Maserati MC20 มีราคาจำหน่ายเป็นราคาไทยเริ่มต้นอยู่ที่คันละ 21 ล้านบาท และนำเข้ามาในประเทศไทยเป็นรอบ ๆ เท่านั้น

Acura NSX Type S 2022

ภาพจาก carbuzz
Acura NSX Type S 2022 คือรถหรู ซุปเปอร์คาร์ จากแบรนด์ Acura ที่เป็นแบรนด์ รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ที่ต่อยอดไลน์การผลิตมาจาก Honda NSX ที่เราคุ้นเคย โดย Acura NSX Type S 2022 ถือเป็นนวัตกรรมซุปเปอร์คาร์แห่งอนาคตมีการปรับปรุงแพคเกจแอโรไดนามิคส์ใหม่รอบคัน และบูสต์ขุมพลังของเครื่องยนต์ไปที่ 600 แรงม้า เรียกได้ว่าอัปเกรดใหม่ทั้งภายในและภายนอก เพื่อเพิ่มสมรรถนะความดุดันในการขับขี่เป็นอย่างดี
โดยภายนอกของ Acura NSX Type S 2022 จะคล้ายคลึงกับ Honda NSX ในซีรีส์ก่อน ๆ แต่จะมีการออกแบบบางส่วนใหม่ ให้ดูภายนอกรถมีความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับดีไซน์ในส่วนกันชนหน้าและส่วนช่องดักอากาศให้ใหญ่ กว้างขึ้น ติดตั้งสปลิตเตอร์หน้าที่ปลายกันชนหน้า หลังคารถเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ช่องลมด้านข้างปรับให้ดูบางลง เพิ่มความดุดัน ปราดเปรียว ซึ่งเป็นดีไซน์ใหม่ที่ยังไม่มีใน NSX ตัวไหนมาก่อน
ภายในห้องโดยสาร Acura NSX Type S 2022 จะมาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ แบบ TFT ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว และหน้าจอสัมผัสอินโฟเทนเมนท์ขนาด 7 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto เบาะนั่งเป็นแบบทูโทนดำ-แดง หุ้มด้วยหนังแท้ และหนังกลับเกรดพรีเมี่ยม พร้อมสกรีนชื่อรุ่น NSX เพิ่มความหรูหราให้ห้องโดยสารภายในรถ
และไฮไลท์อย่างขุมพลังของ Acura NSX Type S 2022 ก็บอกได้เลยว่าขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว กำลังรวมกันได้สูงสุด 600 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 667 นิวตันเมตร แรงกว่า NSX ในซีรีส์ก่อน ๆ ทุกตัว ตัวเครื่องยนต์ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ DCT 9 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาในเรื่องความรวดเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ (จูนใหม่ทั้งหมด) ใช้หัวฉีดใหม่ช่วยให้อัตราการไหลดีขึ้น 25% รวมถึงแบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีความจุเพิ่มขึ้น 20% ช่วยในเรื่องของการกระจายไฟฟ้าไปยังตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดย Acura NSX Type S 2022 มีตัวเลือกในการซื้อของรถรุ่นนี้ 2 แบบได้แก่แบบปกติและ Lightweight Package หรือแบบที่ใช้วัสดุน้ำหนักเบาในการผลิต (ลดน้ำหนักลงกว่าเดิม 26.2 กก.) และ Acura NSX Type S 2022 ถูกผลิตขึ้นมาเพียงแค่ 350 คันทั่วโลกเท่านั้น ซึ่ง 300 คันจะถูกล็อคไว้สำหรับการจำหน่ายในทวีปอเมริกา และอีก 50 คันจะกระจายอยู่ทั่วโลก

ราคาของ Acura NSX Type S 2022 มีตัวเลือกของสีให้เลือกกว่า 10 สี โดยสีที่ได้รับความนิยม ก็มีอย่างเช่น สีแดง Curva Red, สีดำ Berlina Black, สีน้ำเงิน Long Beach Blue Pearl สีเหลือง Indy Yellow Pearl และ สีเทาเมทัลลิกเคลือบด้าน Gotham Grey (มีจำนวนเพียง70คันเท่านั้น) เป็นต้น ส่วนราคาจำหน่ายของ Acura NSX Type S 2022 จะเริ่มต้นที่ 5.65 ล้านบาทในรุ่นปกติ และ 6 ล้านบาทในรุ่น Lightweight Package
data:text/html,%3C%21DOCTYPE%20html%3E%3Chtml%3E%3Cbody%20style%3D%22margin%3A0%3B%22%3E%3Ca%20onclick%3D%22window.parent.postMessage%28%26%23039%3Bseraph-accel-lzl-v%3A1%26%23039%3B%2C%26%23039%3B%2A%26%23039%3B%29%3B%22%20style%3D%22cursor%3Apointer%3Bposition%3Aabsolute%3Bwidth%3A100%25%3Bheight%3A100%25%3Bbackground%3Acenter%20%2F%20cover%20no-repeat%20url%28https%3A%2F%2Fwww.primecarsrentalthailand.com%2Fwp-content%2Fcache%2Fseraphinite-accelerator%2Fs%2Fm%2Fd%2Fimg%2F17aa287e2f78e22b202a56fb0e6c159f.2901.jpg%29%3B%22%3E%3C%2Fa%3E%3Cspan%20style%3D%22position%3Aabsolute%3Bleft%3A50%25%3Btop%3A50%25%3Bwidth%3A68px%3Bheight%3A48px%3Bmargin-left%3A-34px%3Bmargin-top%3A-24px%3Bpointer-events%3Anone%3B%22%3E%3Csvg%20height%3D%22100%25%22%20version%3D%221.1%22%20viewBox%3D%220%200%2068%2048%22%20width%3D%22100%25%22%3E%3Cpath%20class%3D%22ytp-large-play-button-bg%22%20d%3D%22M66.52%2C7.74c-0.78-2.93-2.49-5.41-5.42-6.19C55.79%2C.13%2C34%2C0%2C34%2C0S12.21%2C.13%2C6.9%2C1.55%20C3.97%2C2.33%2C2.27%2C4.81%2C1.48%2C7.74C0.06%2C13.05%2C0%2C24%2C0%2C24s0.06%2C10.95%2C1.48%2C16.26c0.78%2C2.93%2C2.49%2C5.41%2C5.42%2C6.19%20C12.21%2C47.87%2C34%2C48%2C34%2C48s21.79-0.13%2C27.1-1.55c2.93-0.78%2C4.64-3.26%2C5.42-6.19C67.94%2C34.95%2C68%2C24%2C68%2C24S67.94%2C13.05%2C66.52%2C7.74z%22%20fill%3D%22%23f00%22%3E%3C%2Fpath%3E%3Cpath%20d%3D%22M%2045%2C24%2027%2C14%2027%2C34%22%20fill%3D%22%23fff%22%3E%3C%2Fpath%3E%3C%2Fsvg%3E%3C%2Fspan%3E%3C%2Fbody%3E%3C%2Fhtml%3E
คุณเองก็สัมผัสประสบการณ์ขับ รถหรู ซุปเปอร์คาร์ จากแบรนด์ชั้นนำของโลกเหล่านี้ได้ที่ Prime Cars Rental
เปิดประสบการณ์ขับรถหรู ซุปเปอร์คาร์ ระดับพรีเมียม จากแบรนด์ระดับโลกเหล่านั้น แบบไม่ต้องรอ ที่ Prime Cars Rental บริการเช่ารถหรู ซุปเปอร์คาร์ ที่มีรุ่นรถหรูให้คุณเลือกเช่ามากมายกว่า 10 ยี่ห้อระดับโลก ทั้ง เช่ารถเบนซ์ Mercedes Benz , เช่ารถเฟอรารี่ Ferrari หรือ เช่ารถแลมโบกินี Lamborghini และยี่ห้ออื่น ๆ ที่เป็นรถไมล์น้อย รุ่นท็อป ที่มีให้เลือกมากกว่า 50 คัน เช่าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ง่าย ๆ ใช้เอกสารน้อย เดินเรื่องไว ไม่วุ่นวายถามข้อมูลส่วนตัวเยอะ
และในช่วงโควิด เราใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญ มีการทำความสะอาดรถหรูทั้งภายในและภายนอก ก่อนส่งมอบ ได้กุญแจมาก็ขับได้เลย ไม่มีการสอดแนมลูกค้า รักษาความเป็นส่วนตัวในการใช้งานรถหรู ของลูกค้า Prime Cars Rental ทุกคนสอบถามรุ่น รถหรู ซุปเปอร์คาร์ ที่ต้องการเช่าได้เลยตอนนี้ เพียงโทร 081-954-2451 หรือ Line ID: @primecarsrental แล้วให้ปี 2022 นี้เป็นปีที่น่าจดจำสำหรับคุณ
![[ครบชุด] T2909060 เลวได Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/09/image-1187.png)

![[ครบชุด] T2909059 อย าค ดว าผ หญ งโง Ep.2](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/09/image-1188.png)