มีเงินซื้อได้ แต่ต้องรอ ม.ค.ปีหน้าถึงได้รถ
มาแล้ว กับสุดยอดรถซูเปอร์คาร์ อย่าง Pagani (พากานี) จากแดนอิตาลี ที่จะมาโลดแล่นบนถนนเมืองไทยแน่นอน ในต้นปีหน้า
Pagani Huayra
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า บริษัท นิช คาร์ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์ อย่าง Lamborghini, Lotus , Hummer และ Mercedes Benz Lorinser จะกล้าหาญเปิดตัวสุดยอด ซูเปอร์คาร์ ชั้นยอดจากอิตาลีอย่าง Pagani Huayra (พากานี่ ฮูไอร่า) โดย นิชคาร์ นั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ พากานี่ มาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว
ชื่อของ พากานี อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหู สำหรับคอรถยนต์เมืองไทยมากนัก แต่หากเป็นคอรถซูเปอร์คาร์ ตัวกลั่นๆ แล้วชื่อของ พากานี่ ย่อมเป็นที่รู้จัก และถวิลหา อย่างแน่นอน
ล่าสุด Pagani เปิดตัว Huayra (ฮูเอร่า) ออกสู่ตลาดโลกไปได้ไม่นาน และถึงตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าคนใดในโลกนี้ที่มีโอกาสได้ครอบครองรถยนต์รุ่นนี้ เพราะรถคันแรกที่จะถูกส่งไปถึงมือลูกค้าคือเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้
หากพูดถึงที่มา ของรุ่น Huayra นั้นเริ่มมาจาก ตำนานอันแสนนานของ ชนเผ่าอินเดียนแดง ที่ชื่อ ชนเผ่าไอยมารา Aymara ในเทือกเขาแอนทิส

Huayra ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันซึ่ง Pagani ใช้เวลาการออกแบบเพียงอย่างเดียวนานถึง 5 ปี และหมดไปกับการสร้างรถต้นแบบมากถึง 8 แบบ จนกว่าจะออกมาเป็น Huayra คันจริงที่สมบูรณ์แบบ
Pagani Huayra มาในรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และยังคงสืบทอดพันธุกรรมแห่งสายพันธ์ซูเปอร์คาร์จากรุ่นก่อน Pagani Zonda R ที่ได้ฝากมรดกด้วยเอกลักษณ์ไฟแอลอีดีข้างละ 2 ดวง พร้อมกับระบบไฟส่องสว่างเพื่อวิ่งเวลากลางวัน (Daytime Running) โดยติดตั้งอยู่บริเวณเส้นขอบกันชนชายมุมด้านหน้าของตัวรถซ้าย –ขวา
ภายในสุดหรู
ด้านกันชนท้ายถูกออกแบบได้โดดเด่นตามสไตล์ Pagani ด้วยซุ้มท่อไอเสียกลางที่ประกอบด้วยท่อไอเสียขนาดใหญ่ 4 ท่อพร้อมที่จะคำรามพละกำลังให้โลกซุเปอร์คาร์ได้รับรู้ ขณะที่ชายกันชนด้านล่างได้ติดตั้งแผงรีดอากาศภายใต้ห้องเครื่องได้ดุดัน, แนบสนิทและเสริมให้รถมีหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น
ตัวถังของ Huayra เป็นแบบโมโนค็อกชิ้นเดียว โดยใช้วัสดุคาร์บอนไทเทเนียมผลิต ซึ่งให้ทั้งความแข็งแรงทนทานแต่มีน้ำหนักเบา ทำให้เป็นรถที่มีน้ำหนักเพียง 1,350 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นรถซูเปอร์คาร์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน
ที่สำคัญ Huayra ยังคงเอกลักษณ์ด้วยรูปแบบประตูห้องโดยสารแบบปีกนก ที่สามารถเปิดประตูและหลังคาได้เกือบสุดแนวกึ่งกลางหลังคา โดยประตูปีกนกนี้พื้นที่มากกว่าครึ่งของพื้นที่ห้องโดยสาร ตัวประตูถูกออกแบบให้เป็นกระจกทั้งในส่วนของหน้าต่างและหลังคา ซึ่งการออกแบบดังกล่าวต้องใช้เทคนิคในการติดตั้งพิเศษเท่านั้น ซึ่งยังไม่มีรถคันไหนในโลกที่ทำได้

Pagani Huayra วางเครื่องยนต์เทอร์โบ V12 ขนาด 5,980 ซีซี ของเมอร์เซเดส – เอเอ็มจี (รหัส M158) ที่ให้แรงม้ามากถึง 700 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลถึง 1,000 นิวตันเมตร ผ่านการทำงานด้วยเทอร์โบที่ถูกพัฒนาทางเทคนิคให้เป็นไปตามมาตรฐานเชิงคุณภาพและความต้องการของ Pagani จึงทำให้ Huayra มีบุคลิกเฉพาะที่ไม่เหมือนใครในโลกของรถแกรนด์ทัวร์ริ่ง
วิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการใหญ่ นิชคาร์ บอกว่า ตั้งราคา Pagani Huayra ไว้คร่าวๆที่ คันละ 75 ล้านบาท โดยลูกค้าจะได้รับรถประมาณเดือน มกราคา 2556 หรือ อีก 1 ปี
จะขายได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มียอดจองแล้ว 3 คัน!!
ฉลามโหดโคตรไฮเปอร์คาร์ Koenigsegg Jesko Attack
-กกก+
นี่คือไฮเปอร์คาร์สีส้ม โดยเฉพาะ Koenigsegg Jesko Attack ซึ่งสาดสีส้มสดใสตัดกับชิ้นงานคาร์บอนไฟเบอร์สีดำ สำหรับไฮเปอร์คาร์คันต้นแบบก่อนการผลิตจริงที่ใช้สำหรับการทดสอบรวบรวมข้อมูลในขั้นตอนสุดท้ายเป็นรถต้นแบบที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่เศรษฐีจะสัมผัสได้ ส่วนราคาร้อยกว่าล้านนั้น น่าจะมีคนรวยในไทยที่ไม่ชอบเปิดเผยความมั่งมี สั่งจองเอาไว้ในกลุ่มรถสะสมสมรรถนะสูง

Koenigsegg Jesko Attack ไฮเปอร์คาร์ศักยภาพสูง เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบครั้งสุดท้าย ก่อนดันขึ้นสู่สายการผลิตตามใบสั่ง ซึ่งหมายความว่า การผลิตไฮเปอร์คาร์ V8 ทวินเทอร์โบของสวีเดนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ Koenigsegg ตั้งใจที่จะสร้างรถ Jesko ถึงสองเวอร์ชัน ทั้งการขับใช้งานหรือขับเล่นบนถนนสาธารณะซึ่งถูกขนานนามว่า “Absolut” กับรุ่นที่ใช้ขับในสนามหรือ Attack โดยปรับปรุงความพิเศษสำหรับการขับในสนามแข่งที่ต้องการความเฉียบคมมากกว่าการขับเล่นบนถนนปกติ

…

Jesko ได้รับการตั้งชื่อตามพ่อของ Christian Von เจ้าของแบรนด์รถสุดพิเศษแห่งแดนไวกิ้ง ซึ่งเมื่อ CvK ยังเป็นเด็ก พ่อผู้ที่ต้องสนับสนุนลูกๆ ช่วยเขาก่อตั้งบริษัทและให้คำแนะนำที่มีอนาคตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพื่อเป็นการตอบแทนพ่อผู้มีพระคุณ Christian Von ตั้งชื่อไฮเปอร์คาร์ ที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 300 ไมล์ต่อชั่วโมง เป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นของ Koenigsegg ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อนและแอโรไดนามิก

ใช่ครับ เมื่อมีทางตรงยาวมากพอ Jesko Attack สามารถวิ่งทะลุท็อปสปีด 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (482 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) จากข้อมูลของ Koenigsegg การจำลองความสามารถของรถไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่คันนี้ ได้ก้าวข้ามเป้าหมายของแบรนด์ที่ตั้งเอาไว้ว่า จะต้องไปให้สุดเฉียดๆ 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือกว่า 310 ไมล์ต่อชั่วโมง ในย่านความเร็วระดับนั้น ระบบอากาศพลศาสตร์ของรถต้องสร้างแรงกดมหาศาลเพื่อไม่ทำให้มันเหินขึ้นสู่ท้องฟ้า!! เมื่อเร็วๆ นี้ Koenigsegg ให้รายละเอียดเกี่ยวกับนวัตกรรมบางอย่างของรถ Jesko Attack ที่เน้นการขับเร็วบนแทร็กหรือสนามแข่ง

หลังจากโผล่ออกจากไลน์ผลิต โลกใบนี้จะมี Jesko สองรุ่นสองสไตล์ให้เศรษฐีได้เลือกที่จะเล่น สำหรับรุ่น “Absolut” มีการตัดทิ้งปีกหลังขนาดมหึมาออกไป ส่วนรุ่น Attack นั้น เพื่อปรับให้ระบบอากาศพลศาสตร์ดีขึ้นในย่านความเร็วสูงสุด มีการติดตั้งวิงหลังขนาดมโหฬาร เพื่อสร้างแรงกดส่วนท้ายขณะทำความเร็วในย่านท็อปสปีด นอกจากนี้ Jesko Attack ยังมีการออกแบบซุ้มล้อหลังและบางส่วนของช่องอากาศด้านหน้าใหม่เพื่อให้สอดรับกับค่าที่แปรเปลี่ยนไปเมื่อขับเร็วเกิน 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Koenigsegg เปิดเผยว่า Jesko สเปกสนามแข่งจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับรุ่นที่วิ่งบนถนนสาธารณะ โดยเฉพาะชิ้นส่วนพวกแอร์โรพาร์ทกับการจูนช่วงล่าง รวมถึงอุปกรณ์บางอย่างใน Cockpit
…

Koenigsegg มีประสบการณ์ด้านการสร้างไฮเปอร์คาร์เจ๋งๆ มากกว่าสองทศวรรษ หรือกว่า 20 ปีแล้ว สีส้มของ Jesko Attack เป็นการเรียกอดีตที่หอมหวานของ Koenigsegg CCR รุ่นดั้งเดิม Christian Von กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ทำการคิดค้นสีส้มที่สดใสขึ้นในปี 2004 ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น (2004-2010) เกือบร้อยละ 50 ของรถ Koenigseggs ถูกสาดสีตัวถังให้เป็นสีส้ม และ “มันเป็นรถไฮเปอร์คาร์ที่นำความทรงจำดีๆ มากมายในช่วงของการก่อตั้งกลับมา” Christian Von กล่าว

…

Koenigsegg เรียกชิ้นส่วนแบบใหม่ใน Jesko Attack ว่า “Aircore” ล้อหน้าเพียงอย่างเดียวที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์มีน้ำหนักน้อยกว่า 7 กิโลกรัม หรือประมาณหนึ่งในห้าของน้ำหนักตัวหมาพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ อย่างไรก็ตาม ขอบล้อน้ำหนักเบามีต้นทุนในการผลิตสูง จึงทำให้มีราคาที่แพงมาก แต่ไม่ใช่ปัญหาของอภิมหาเศรษฐีที่อยากครอบครองรถสปอร์ตในรูปแบบ Limited Edition Koenigsegg ออกแบบชิ้นส่วนต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมในการผลิตไฮเปอร์คาร์ โดยเฉพาะระบบห้ามล้อ ที่ต้องรับมือกับแรงบิดมหาศาล ก้ามเบรกหรือคาลิเปอร์แบบมอนสเตอร์ ติดตั้งลูกสูบสแตนเลส พร้อมแผงป้องกันความร้อนเพิ่มเติม ในขณะที่บล็อกของคาลิเปอร์เบรกนั้นมีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา จานเบรกเซรามิกช่วยทำให้เบรกในย่านความเร็วสูงได้ดีขึ้น ช่วยลดอาการเบรกเฟรด (เบรกไม่อยู่) เนื่องจากปัญหาของอุณหภูมิในระบบเบรกที่สูงขึ้นเมื่อใช้เบรกอย่างต่อเนื่อง Christian Von กล่าวว่า ล้อคาร์บอนในชิ้นส่วน Aircore นั้นหุ้มด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup R รุ่นล่าสุด “โดยใช้หลักการ พัฒนารถในลักษณะ เริ่มจากยางขึ้นไปหาช่วงล่าง ทุกอย่าง ต้องเชื่อมโยงกับการสร้างความเสถียรและการยึดเกาะในระดับสูงสุด Christian Von Koenigsegg กล่าว สปริตเตอร์ด้านหน้าขนาดมหึมา ทำหน้าที่รับมวลอากาศที่บริเวณส่วนหน้า เพื่อสร้างแรงกดด้านหน้าที่ดีขึ้น ฝากระโปรงหน้า สำหรับการจัดเก็บหลังคาที่ถอดออกได้ในขณะเดินทาง หรือเก็บสิ่งของที่จำเป็นซึ่งอาจมีขนาดใหญ่กว่าแปรงสีฟัน! เช่น กระเป๋าเดินทางใบเล็กหรือกระดานเซิร์ฟบอร์ดติดล้อ
…

Koenigsegg มีชื่อเสียงในการใช้โช้คอัพตัวที่สาม ติดตั้งในแนวนอนผ่านระบบกันสะเทือนด้านหลัง ย้อนหลังไปในปี 2010 ระบบกันสะเทือนแบบดังกล่าว ติดตั้งในรถรุ่น Agera เพื่อปรับสมดุลให้รถมีความเตี้ยมากยิ่งขึ้น ควบรวมกับพลัง ภายใต้อัตราเร่งที่หนักหน่วง การยึดเกาะกับถนนของ Jesko Attack นั้น ต้องออกมาในลักษณะยอดเยี่ยม โช้คอัพแบบสามตำแหน่งนี้ ถูกติดตั้งที่ด้านหน้าด้วย Koenigsegg กล่าวว่า “แรงกดบนรถสูงมากจนเราต้องการระบบรองรับแบบ Triplex ซึ่งใช้โช้คและสปริงถึงสามชุด เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุดขณะทำความเร็ว นอกจากนี้ ยังมีตัวปรับการทำงานของโช้คอัพไฮดรอลิกเพิ่มเติมบริเวณด้านหน้า เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง โช้คและสปริงแบบ Triplex ของค่าย Ohlins มีความซับซ้อนในการติดตั้งอย่างไม่น่าเชื่อ

ระบบระบายไอดีของเครื่องยนต์ ใช้ท่อไอดีแบบคู่ นำอากาศไหลลงมาที่ส่วนจุดระเบิด โดยมีการปรับให้อากาศบริสุทธิ์ ผ่านเข้าไปจุดระเบิดในกระบอกสูบของเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 5.0 ลิตร การวางตำแหน่งของเครื่องยนต์ที่สมบูรณ์แบบและสอดคล้องกับรูปทรงของรถ นับเป็นครั้งแรกที่รถ Koenigsegg มีมุมมองด้านหลังเหมาะสมมากกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา กระจกบังลมหน้าได้รับการออกแบบให้กว้างขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ที่คล้ายกับกระจกห้องนักบิน โดยมีการปรับปรุงด้านทัศนวิสัยให้ดีขึ้นกว่าเดิม ตัวถังแบบ Monocoque ในส่วนของเสาหน้า ถูกยืดออกด้านข้างอีก 50 มม. เพื่อสร้าง Koenigsegg ที่กว้างขวางที่สุดเท่าที่เคยมีมา สามารถใส่คนตัวใหญ่ๆ ไว้ในรถคันนี้ได้อย่างสบาย มันมีแม้กระทั่งช่องเก็บของหน้ารถ ส่วนจัดเก็บตรงกลางที่มีจุดเสียบ USB-C สามจุด ที่วางแก้วคู่หนึ่ง สำหรับการจิบกาแฟชั้นเยี่ยมบนไฮเปอร์คาร์ กำลัง 1,600 แรงม้า ที่ความเร็ว 300 ไมล์ต่อชั่วโมง!



การสร้างดาวน์ฟอร์ซด้านหลัง เพื่อเพิ่มเติมประสิทธิภาพและศักยภาพของส่วนท้ายใน Jesko Attack รุ่นสนามแข่ง ระบบส่งกำลัง “Light Speed Transmission” ได้รับการกล่าวขานว่า ให้การตอบสนองในการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วดุจสายฟ้า เครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตร ทำงานในรอบสูง ให้ความรู้สึกของการตอบสนอง เหมือนเครื่องยนต์ของรถแข่ง Formula One ในอดีต รถสปอร์ตที่มีความพิเศษสูงสุดอย่าง Koenigsegg Jesko ช่วยให้เศรษฐีสามารถเปิดเผยความร่ำรวยของตนเอง ผ่านยานพาหนะที่มีความร้อนแรง ในราคาที่ไม่เป็นมิตรกับใครทั้งนั้น.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
![[ครบชุด] T0210048 จะโดนเม ยฟ องหย าย งไม](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-49.png)
![[ครบชุด] T0210050 แม าควงผ ชสยไม ำหน](https://filmthai1.huongrung.net/wp-content/uploads/2025/10/image-50.png)