• Sample Page
Film Thai
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film Thai
No Result
View All Result

T0110007 าข งก กระดาษท ชช ละม วน อะไรหร อเปล part 2

admin79 by admin79
October 1, 2025
in Uncategorized
0
T0110007 าข งก กระดาษท ชช ละม วน อะไรหร อเปล part 2

คนรวยอยากได้ ซุปเปอร์คาร์หัวใจสันดาปฯ มากกว่า ซุปเปอร์คาร์ขุมกำลังไฟฟ้าล้วน

Written by Ronnakit on 23 พฤษภาคม 2024

Rimac ได้ชื่อว่าเป็นผู้ผลิตหน้าใหม่ ที่ทำตลาดรถยนต์ระดับซุปเปอร์คาร์ต้องหวั่นไหวครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัว Rimac Nevera ซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าออกมา พร้อมกับสมรรถนะที่แม้แต่เจ้าตลาดหลายๆคันยังหวั่น แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นเมื่อถึงเวลาของการลุยตลาดจริง

เพราะจากการเปิดเผยข้อมูลโดย Mate Rimac ผู้บริหารสูงสุดของ Rimac ระบุแบบยอมรับกันตามตรงว่า Rimac Nevera รถซุปเปอร์คาร์พลังงานไฟฟ้าของแบรนด์ ไม่สามารถทำยอดขายได้ดีตามที่ตนเองหวังเท่าไหร่นัก

เพราะแม้มันจะมาพร้อมกับสมรรถนะที่แรง และเร็วกว่ารถซุปเปอร์คาร์ขุมกำลังสันดาปไปหลายคัน แถมยังครองสถิติรถโปรดักชันคาร์ที่เร็วที่สุดในเนอร์เบิร์กริง แต่จากแผนการตั้งเป้าผลิตรถขายให้ได้ราวๆ 150 คัน นับตั้งแต่วางขายจริงตั้งแต่ปี 2022 จนตอนนี้ตัวรถกลับสามารถมองหาเจ้าของที่ครอบครองมันได้เพียง 50 คันเท่านั้น และมีทีท่าว่าอัตราการเดินยอดขายจะช้าลงไปเรื่อยๆอีกด้วยหลังจากนี้

โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Rimac Nevera ไม่สามารถเดินยอดอขายได้ดีเท่าไหร่นัก แม้มันจะมีสมรรถนะตัวรถที่เจ๋งพอตัว ทาง CEO ของแบรนด์ก็ระบุว่ามันเกิดจากในมุมมองของลูกค้าซึ่งเป็นระดับอภิมหาเศรษฐีทั้งหลาย รถซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้านั้นดูมีสเน่ห์น้อยกว่าซุปเปอร์คาร์ขุมกำลังสันดาปภายใน และทำให้มันไม่เหมาะที่จะนำมาสะสมไว้ในคอลเลคชันที่ตนต้องมี

“เราเริ่มการพัฒนา Nevera ในช่วงปี 2016-2017 ซึ่งตอนนั้นรถยนต์ขุมกำลังไฟฟ้ายังถูกมองว่าเจ๋ง” Rimac กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับเหล่าสื่อ “(แต่ในตอนนี้) เรากลับพบว่าถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากำลังเตรียมจะกลายเป็นยานยนต์กระแสหลัก, ทว่ากลุ่มผู้ใช้ในระดับบนกลับต้องการสิ่งที่ทำให้พวกเขาดูแตกต่างออกไป”

https://youtube.com/watch?v=6Y2zZlXmcU8%3Ffeature%3Doembed

โดย Mate Rimac ได้ยกตัวอย่างโดยการเปรียบเทียบรถยนต์ของเขาเป็นนาฬิกาสมาร์ทวอชท์ อย่าง Apple Watch ว่าแม้มันจะมีขีดความสามารถในการใช้งานที่สูงแค่ไหน สามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์มากเท่าไหร่

แต่เหล่าเศรษฐีก็ยังคงต้องการและหลงไหลใน นาฬิกาแบบกลไก ที่แม้จะดูโบราณ (เพราะใช้กันมานาน) และมีความสามารถหลักแค่เพียงใช้บอกเวลา ซึ่งก็แม่นยำน้อยกว่า เพราะเป็นระบบกลไกที่ต้องมีการปรับตั้งค่ากันอยู่บ่อยๆ แต่นาฬิกาแบบกลไกเหล่านั้น ก็ยังดูน่าสนใจและให้คุณค่าทางจิตใจต่อลูกค้าเหล่านั้นมากกว่ามาโดยตลอดจนตอนนี้

“นาฬิกาอย่าง Apple Watch สามารถทำทุกอย่างได้ดีกว่า, มันสามารถทำสิ่งต่างๆได้ตั้งเป็นพันอย่าง, มันแม่นยำกว่ามาก, มันสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจคุณได้ด้วยซ้ำ, แต่ไม่มีใครอยากจ่ายเงิน 200,000 เหรียญ (ราวๆ 7 ล้านกว่าบาท) ให้กับนาฬิกา Apple Watch” Rimac กล่าว

เพราะแม้ท้ายที่สุด นาฬิกากลไกอาจดูโบราณ (ในรูปแบบทางเทคนิค) และมีความซ้ำซ้อนในการดูแลรักษา แต่มันกลับยังคงมีเศรษฐีมากมายที่ยอมทุ่มเงินหลายแสน หรือล้านเหรียญซื้อพวกมันไว้ในครอบครองอยู่ตลอด แม้หลายครั้งต้องแก่งแย่งคิวจองกันก็ตาม

ซึ่งสิ่งที่ Rimac ยกตัวอย่างมานั้น ก็เป็นการเปรียบเทียบที่ดีเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับภาพลักษณ์ของรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง แรงม้าเกือบ 2,000 ตัว ราคา 2 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 73 ล้านบาท ที่ตนเองขาย กับเหล่ารถซุปเปอร์คาร์ หรือไฮเปอร์คาร์ของผู้ผลิตรายอื่นที่มีราคาใกล้เคียงกันหรือแพงกว่า แต่มาพร้อมกับขุมกำลังเครื่อยนต์สันดาปภายใน ซึ่งแม้จะเป็นเทคโนโลยีที่หลายคนมองว่ามาถึงทางตันแล้ว แต่ยังคงเร้าอารมณ์และได้ใจเหล่าอภิมหาเศรษฐีเงินหนามากกว่าอยู่ดี

https://youtube.com/watch?v=rX060yNCQPg%3Ffeature%3Doembed

ด้วยเหตุนี้ ประกอบกับการที่จู่ๆกระแสความต้องการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของผู้คนทั่วโลกที่ลดลง ซึ่งไม่ใช่แค่ในระดับมหาเศรษฐี แต่ยังรวมถึงประชาชนคนชนชั้นกลาง ลงไปถึงคนรากหญ้า

จึงทำให้ตัว Mate Rimac มองว่าเขายังไม่เห็นโอกาสที่กระแสความต้องการในการครองครองรถซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าจะกลับมาพุ่งสูงอีกครั้งเหมือนตอนที่ตนเริ่มพัฒนา Rimac Nevera อีกเลยในเร็วๆนี้

และนั่นก็หมายความว่าในฝั่งผู้ผลิตที่เป็นเหมือนแบรนด์ญาติกัน (เพราะต่างสลับกันถือหุ้นไว้ในระดับครึ่ง-ครึ่ง) อย่าง Bugatti เอง ก็ไม่จำเป็นต้องรีบผันตัวมาทำซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าในเร็วๆนี้เช่นกัน

เราจึงไม่ต้องแปลกใจไป หากสุดท้ายเราจะพบว่าทางแบรนด์ยังคงทำตัวตายตัวแทน Chiron ให้มาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์สันดาปภายในต่อไปอยู่ดี แถมยังเป็นเครื่องยนต์สูบเยอะดังเดิมอีกด้วย แม้จะไม่ใช่แบบ W16 เทอร์โบ 4 ตัว แต่เป็น V16 ไร้ระบบอัดอากาศก็ตามที (แต่เครื่องยนต์ที่ว่านี้ ก็ยังคงทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในแบบไฮบริดอยู่ เพื่อการลดมลภาวะทางอากาศ ตามข้อกำหนดของภาครัฐในหลายๆประเทศ)

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่

Aston Martin Vulcan ไฮเปอร์คาร์สุดระห่ำ พร้อมเสียงเครื่อง V12 กระชากวิญญาน

6294 จำนวนผู้เข้าชม  | 

   

Aston Martin Vulcan ไฮเปอร์คาร์สุดระห่ำ พร้อมเสียงเครื่อง V12 กระชากวิญญาน

Aston Martin Vulcan รถแข่งสนามระดับไฮเปอร์คาร์ตัวโหดฝั่งผู้ดีอังกฤษ ถือเป็นรถที่บ้าบิ่นที่สุดของทางค่ายที่เคยสร้างมาเลยก็ว่าได้ มันเป็นการดึงประสบการณ์ต่างๆ ของทางแอสตันที่มีอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตอันยาวนานมาไว้ในคันนี้

Aston Martin Vulcan มาในรูปทรงที่โหดดิบ แฝงไว้ด้วยความหรูหราตามแบบฉบับแอสตัน ตัวถังเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด น้ำหนักรถเปล่าเบาเพียง 1,350 กิโลกรัม  ด้านหน้ารถเด่นด้วยสปลิตเตอร์เสริมแรงกด กับช่องลมอากาศเข้าขนาดใหญ่  กระจกบังลมหน้าและด้านข้างเป็นแบบโพลีคาร์บอเนตซึ่งจะมีความทนทานกว่ากระจกทั่วไปและน้ำหนักเบากว่าตั้งครึ่ง ท่อไอเสียถูกจัดในตำแหน่งข้างตัวรถทั้งสองฝั่ง ทำจากอินควอแนล ไทเทเนี่ยม เพื่อเซฟน้ำหนักมากที่สุด ด้านท้ายโดดเด่นด้วยไฟท้าย ‘Light Blade’ ดึงมาจากตัวคอนเซปต์ DP-100 และติดตั้ง Diffuser กับปีกท้ายปรับได้ขนาดใหญ่ช่วยในเรื่องอากาศพลศาสตร์ได้มาก

ภายในห้องโดยออกแบบได้ล้ำยุคเสมือนนั่งในยานอวกาศ มีการติดตั้ง Roll cage แบบเต็มรูปแบบเพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐาน FIA  เบาะนั่งคนขับคาร์บอนไฟเบอร์จาก Recaro แบบยึดตายตัว แต่ในส่วนที่นั่งผู้โดยสารสามารถปรับตำแหน่งได้ พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด พวงมาลัยทรงเท่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์บวกหนัง Alcantara มีปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นที่ใช้งานหลักๆ อาทิ สตาร์ทเครื่องยนต์, เข้าเกียร์ว่าง, จำกัดกัดความเร็วเวลาเข้าพิท, ไฟเลี้ยว, ไฟขอทาง, ปรับตั้งค่าระบบ ABS และ Traction control และที่ปัดน้ำฝนพร้อมก้าน Paddle Shift แบบหมุนตามพวงมาลัย ชุดมาตรวัดแบบดิจิตอลสามารถแสดงข้อมูลได้แบบละเอียดยิบ มีกล้องวีดิโอพร้อม GPS ติดตั้งไว้สำหรับวิเคราะห์และประมินความสามารถคนขับหรือเปรียบเทียบเวลารอบกับนักแข่งคนอื่นๆ ได้ และระบบ Intercom ทำให้การสื่อสารระหว่างคนขับและผู้สอนที่นั่งข้างๆ รวมถึงในพิท ทำได้ง่ายขึ้น

หัวใจหลักของ Vulcan คือเครื่องยนต์ที่พัฒนามาจากตัวแข่งในสนาม GT3 ของทางแอสตัน เป็นเครื่องวางหน้าบล๊อคใหม่ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศช่วย ขนาด 7.0 ลิตร ทำแรงม้าได้กว่า 800 แรงม้า+  เชื่อมเข้ากับระบบเกียร์ 6 สปีด ที่ทำงานได้ฉับไวและน้ำหนักเบาเพียง 70 กิโลกรัม เท่านั้น รูปแบบช่วงล่างเป็นดับเบิลวิชโบน Pushrod ทั้งหน้าและหลัง เบรกแข่งคาร์บอน-เซรามิค CCMR 6 สูบด้านหน้า และหลัง 4 สูบ พร้อมล้อ Forged ขนาด 19 นิ้ว แบบ Center Lock สวมกับยาง Pilot Sport cup2 เพื่อการยึดเกาะระดับสูง

Aston Martin Valcan เป็นรถที่ใช้งานในสนามแข่ง สร้างมาจำกัดเพียง 24 คัน เท่านั้น ด้วยราคากว่า $3.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ตีไปประมาณ 100 ล้านบาท+ แบบยังไม่รวมภาษีนำเข้า โดยลูกค้าจะได้คอร์สฝึกอบรมการขับ ดูแลโดยผู้ชนะเลอมังส์ Darren Turner ซึ้งจะทำให้ผู้ขับได้รับเทคนิคและประสบการณ์ไปแบบเต็มเปี่ยมเลยทีเดียว

บทความโดย : Team Admin Bangkoksupercar.com
ข้อมูล : Aston Martin

Previous Post

T0110017 บปลาสองม ผลจะเป นย งไง กคนน าจะร part 2

Next Post

T0110018 ตรเคด ดไม าน เพราะอยากได เง นสด นต องม อะไรแน part 2

Next Post
T0110018 ตรเคด ดไม าน เพราะอยากได เง นสด นต องม อะไรแน part 2

T0110018 ตรเคด ดไม าน เพราะอยากได เง นสด นต องม อะไรแน part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • T1901223 (ตอนจบ) แม าตลาดคนน แท เธอเป นล กสาวท านประธาน part 2
  • [ครบชุด] T2201142 เม ยมาโวยวายท บร เพราะต วเองเข าบ านไม ได p
  • [ครบชุด] T2201018 ทำไหมผ ดการ งไม นเง นเด อนให พน กงาน
  • [ครบชุด] T2201017 แม วใจร าย หร อสะใภ ไม
  • [ครบชุด] T2201013 บร ทกระจอกๆ จะส บร ทพ องไทยได ไง

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • August 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.