CHERY (เชอรี) แบรนด์ชั้นนำภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ก้าวสู่การเดินทางอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ “CHERY THAILAND GRAND PREMIERE LAUNCH” พร้อมประกาศราคา V23 รถยนต์ไฟฟ้า EV ดีไซน์เท่สำหรับคนเมือง และเปิดตัว TIGGO8 CSH พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่
ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นสุดเร้าใจ
ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ ที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ UOB Live ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ในวันอังคารที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาบรรยากาศในงานจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “From Global Presence to a Lifelong Journey with Thailand” สะท้อนความยิ่งใหญ่และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ผ่านเทคโนโลยีแสง สี เสียง และจอ LED ขนาดยักษ์กว่า 40 เมตร รวมถึงนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ตั้งแต่ปี คศ.1997 ถึงปัจจุบัน สู่คำมั่นสัญญาที่จะเติบโตเคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน
มร. ชุย จวิ้นหยวน ประธาน เชอรี (ประเทศไทย) กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความสำคัญของตลาดประเทศไทยว่า “ประเทศไทยคือหัวใจสำคัญของภูมิภาคอาเซียน สำหรับ CHERY การเปิดตัวในวันนี้ไม่ใช่เพียงการนำรถยนต์เข้ามาจำหน่าย แต่คือการแสดงความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของเราที่จะนำเทคโนโลยีระดับโลกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาสู่ผู้บริโภคชาวไทย เราเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดและพร้อมที่จะเติบโตเคียงข้างไปกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน”
ด้าน มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งนี้ว่า “วันนี้เป็นก้าวที่สำคัญที่สุดอีกก้าวหนึ่งของเรา ผมขอขอบคุณคนไทยสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น CHERY พร้อมแล้วในการเปิดตัวยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมทั้ง 2 รุ่น พร้อมราคาที่ทุกคนรอคอย ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทยทุกคน”
โดยในงาน CHERY ได้การประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรถยนต์ V23 ทั้ง 3 รุ่นย่อย โดย V23 เป็นเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องสไตล์เรโทร (Boxy Design) ที่สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน โดย CHERY V23 มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
- CHERY V23 2WD PLAY และ CHERY V23 2WD PLUS ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 93 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 360 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 11 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม.
- ราคา V23 2WD PLAY: 699,900 บาท / V23 2WD PLUS: 759,900 บาท
- CHERY V23 4WD PEAK ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 76 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 430 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ให้ อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 7.5 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ราคา V23 4WD PEAK: 889,900 บาท
พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ
- รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท*
- อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%*
- ฟรี! Wall Charge พร้อมติดตั้ง*
และข้อเสนอสุดคุ้มอื่นๆ
- ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี*
- ฟรี! สายชาร์จฉุกเฉิน*
- ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)*
- ฟรี! ชุดพรมปูพื้น*
- รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ระยะเวลาโปรโมชัน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ต.ค. 68 สีที่วางจำหน่าย: Dynamic Green, Vibe Orange, Sporty White, Ignite Black และ Sparkle Silver
รวมถึงการเปิดตัว TIGGO8 CSH พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง CSH (Chery Super Hybrid) แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางและเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะครบครัน CHERY TIGGO8 CSH มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่
- CHERY TIGGO8 CSH PHEV 2WD ESTEEM ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ระยะการขับทั้งระบบสูงสุด 1,200 กิโลเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 5 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
- CHERY TIGGO8 CSH PHEV 4WD ELITE ให้กำลังสูงสุด 358 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ระยะการขับทั้งระบบสูงสุด 1,200 กิโลเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 8 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
สำหรับ TIGGO8 CSH จะมีสีที่วางจำหน่าย: Aura Green, Crystal Black, Emerald Gray และ Ivory White
เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ CHERY TIGGO8 CSH ขยายระยะเวลาแคมเปญจองสิทธิ์ล่วงหน้า พร้อมมอบส่วนลดมูลค่า 10,000 บาท* และพิเศษยิ่งขึ้นด้วยของขวัญมูลค่า 5,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2568
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
นอกจากนี้ในงานยังมีโซน Special Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและทดลองนั่งรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมและรับโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถภายในงานอีกด้วยเช่นกันใครที่สนใจก็สามารถดูได้ที่ตัวแทนจำหน่าย
Toyota Yaris Ativ เป็นรถอีกรุ่นที่เรียกว่าขวัญใจคนไทยมายาวนาน เพราะทั้งเป็นรถที่ทรงสวยขับใช้ได้และค่าดูแลถูก แต่ถ้าจะเทียบกับคนอื่นก็ทำไปเยอะแล้ววันนี้ Sanook Auto จะทำเทียบระหว่าง Ativ Premium ราคา 6.69 แสนบาท และ Ativ Premium HEV ตัวเริ่มกับราคา 7.19 แสนบาท (จนถึงสิ้นปี 2568) ตัวเลือกไหนที่ใช่สุดวันนี้มาดูกัน
Toyota Yaris Ativ HEV VS Yaris Ativ Premium

“ราคา”ที่ต่างกัน
แน่นอนว่าปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณาคือราคาค่าตัว ซึ่งเป็นจุดตัดสินใจแรกของใครหลายคนรู้ในข้อแรกคือ ราคา
- Toyota Yaris Ativ 1.2 Premium: ราคาประมาณ 669,000 บาท
- Toyota Yaris Ativ HEV Premium: ราคาประมาณ 719,000 บาท
“ขุมพลังและสมรรถนะ”
แม้จะใช้ตัวถังเดียวกัน แต่อารมณ์การขับขี่และพละกำลังนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Yaris Ativ Premium (เครื่องเบนซิน)

- เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร (3NR-FKE) Dual VVT-iE
- พละกำลัง: 94 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
- แรงบิด: 110 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i
- ฟีลลิ่ง: เป็นขุมพลังที่คุ้นเคย เน้นความนุ่มนวล ราบรื่น อัตราเร่งมาแบบเรื่อยๆ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและขับขี่ทางไกลแบบไม่รีบร้อน มีความทนทานและดูแลรักษาง่ายตามสไตล์เครื่องยนต์เบนซินของโตโยต้า
Yaris Ativ HEV Premium (ไฮบริด)
- เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร (M15A-FXE) + มอเตอร์ไฟฟ้า
- พละกำลัง (รวมทั้งระบบ): 111 แรงม้า
- แรงบิด (มอเตอร์ไฟฟ้า): 141 นิวตันเมตร
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติ E-CVT
- ฟีลลิ่ง: จุดเด่นคือ อัตราเร่งช่วงออกตัวและช่วงความเร็วต่ำที่ดีกว่าชัดเจน จากแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่มาทันที ไม่ต้องรอรอบ ทำให้การขับขี่ในเมืองคล่องตัวสูงมาก ในช่วงความเร็วต่ำสามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้า (EV Mode) ได้ ซึ่งเงียบและนุ่มนวลสุดๆ การตอบสนองโดยรวมทันใจกว่าอย่างรู้สึกได้

“อัตราสิ้นเปลือง” ใครประหยัดกว่ากัน?
ใครที่มองเรื่องอัตคราสิ้นเปลืองต้องบอกว่าอันนีั้จะมีความต่างกันแล้ว
- Yaris Ativ Premium (เครื่องเบนซิน) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย: ประมาณ 23.3 กม./ลิตร (ตาม Eco Sticker)
- Yaris Ativ HEV Premium (ไฮบริด) อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย: ประมาณ 29.4 กม./ลิตร (ตาม Eco Sticker)
จากที่เห็น รุ่น HEV ประหยัดกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่รถติดๆ หยุดๆ บ่อยครั้ง ระบบไฮบริดจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากคุณเป็นคนที่ขับรถเยอะ วิ่งในเมืองเป็นประจำ ส่วนต่างค่าน้ำมันในระยะยาวจะช่วยให้คุณคืนทุนค่าตัวรถที่แพงกว่าได้อย่างแน่นอน ส่วนถ้าวิ่งทางไกลแล้ว ถ้าเป็นคนขับเรื่อยๆ ไฮบริตจะประหยัดกว่าเล็กน้อยแต่ทั้งหมดก็ขึ้นกับสภาพการขับขคี่ี

ออปชั่นและฟังก์ชัน เหมือนหรือต่าง?
ในฐานะที่เป็นรุ่น “Premium” ทั้งคู่ ออปชั่นหลักๆ จึงให้มาใกล้เคียงกันมาก ไม่ว่าจะเป็น
- หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แต่ถ้า HEV จะได้จอ 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto
- ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) ที่ HEV จะมีระบบประคองในเลนส์
- กล้องมองภาพรอบคัน (Panoramic View Monitor)
- เบาะหนังสังเคราะห์
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) พร้อม Auto Brake Hold
จุดที่ Yaris Ativ HEV Premium อาจมีเพิ่มเข้ามาเล็กน้อย คือ
- หน้าจอเรือนไมล์แบบ Digital ที่แสดงผลการทำงานของระบบไฮบริดโดยเฉพาะ
- ปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ (EV Mode / Drive Mode)
โดยรามให้เห็นภาพชัดๆ
| คุณสมบัติ | Yaris Ativ 1.2 Premium | Yaris Ativ HEV Premium |
| เครื่องยนต์ | 1.2L เบนซิน Dual VVT-iE | 1.5L เบนซิน + มอเตอร์ไฟฟ้า |
| กำลังสูงสุด | 94 แรงม้า | 111 แรงม้า (ทั้งระบบ) |
| แรงบิดสูงสุด | 110 นิวตันเมตร | 141 นิวตันเมตร (มอเตอร์) |
| อัตราสิ้นเปลือง | 23.3 กม./ลิตร | 29.4 กม./ลิตร |
| เบรกมือไฟฟ้า | มี | มี |
| Toyota Safety Sense | มี | มี + ประคองรถในเลนส์ |
| ราคา (โดยประมาณ) | 669,000 บาท | 719,000 บาท (ปกติ 729,000 บาท) |
เลือกคันไหนให้เหมาะกับคุณ?
การตัดสินใจเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ ขึ้นอยู่กับ “ไลฟ์สไตล์การขับขี่และงบประมาณ” ของคุณเป็นหลัก โดยเราขอสรุปดังนี้
เลือก Toyota Yaris Ativ 1.2 Premium ถ้า… คุณต้องการรถที่คุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ส่วนต่างเกือบสองแสนสามารถนำไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะ ใช้งานในเมืองเป็นหลัก วิ่งระยะทางต่อวันไม่ไกลมาก หรือไม่ได้ขับรถทุกวัน ต้องการรถที่ดูแลรักษาง่าย ไม่ซับซ้อนตามมาตรฐานเครื่องยนต์เบนซิน และ คุณได้ออปชั่นความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครันในราคาที่ย่อมเยากว่า เพราะจ่ายไม่ข้าม 7 แสนก็ได้แล้ว
เลือก Toyota Yaris Ativ HEV Premium ถ้า… “วิ่งเยอะ”: ขับรถทุกวัน เดินทางไกลบ่อย หรือใช้รถเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตรต่อปี ความประหยัดน้ำมันจะช่วยคุณประหยัดเงินในระยะยาวได้จริง หรือขับในเมืองต้องผจญกับสภาพรถติดเป็นประจำ ระบบไฮบริดจะแสดงศักยภาพความประหยัดได้สูงสุด ต้องการอัตราเร่งที่ทันใจ ขับสนุก คล่องตัว และชอบความเงียบของโหมดไฟฟ้า และพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อเทคโนโลยีที่ดีกว่า ความประหยัดในอนาคต และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
เรียกว่าทั้ง 2 ตัวก็คุ้มไปคนละแบบยังไงก็ลองทดลองขับก่อนที่จะจ่ายเงินซื้อจะดีกว่านะ

